ซื้อครบ 600 บาท จัดส่งฟรีทั่วประเทศ
.jpg)
ขันที
กับบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์จีน
สวัสดีค่ะสหายนักอ่านมากกว่ารัก บ่อยครั้งเราเห็นตัวละครในราชสำนักของนิยายจีน โดยเฉพาะแนว วังหลัง การเมือง หรือชิงอำนาจ ที่ชื่อของ “ขันที” มักจะโผล่มาแทบทุกเรื่อง เพราะพวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจมากที่สุดในพระราชวัง
ขันที คือข้าราชบริพารชายที่ถูกตอน ทำหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้และดูแลฝ่ายในวังหลวง โดยจะควบคุมงานในเขตพระราชฐานชั้นใน เช่น หอในพระสนม การเงินฝ่ายใน และงานพิธี ทั้งยังทำหน้าที่สื่อสารคำสั่งจากฮ่องเต้ไปยังหน่วยงานต่างๆ เนื่องจากเข้าถึงตัวฮ่องเต้ได้โดยตรง จึงมักเป็น “คนใกล้พระวรกาย” ที่ได้รับความไว้วางใจสูง ในหลายราชวงศ์ เช่น ราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ระบบขันที่มีจำนวนมากและจัดการโครงสร้างเป็นกรมกองชัดเจน ในประวัติศาสตร์จีนขันทีจึงไม่ใช่เพียงผู้รับใช้ แต่เป็น “กลไกลอำนาจ” ภายในวังทั้งสร้างคุณูปการและก่อปัญหาการเมือง ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของยุคสมัยและบุคคลนั้นๆ
ทว่าในนิยายเรื่อง “ลำนำฝูหรงเคียงกระเรียน” ขันทีกลับไม่ได้ถูกนำเสนอในภาพจำเดิมๆ แต่ถูกถ่ายทอดในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีชะตาชีวิตอันเจ็บปวด แบกอดีตที่ถูกกลบฝัง ตัวละครนี้จึงกลายเป็นแก่นสำคัญในผลงานของท่าน “ทาอวี่เติง” ผู้รังสรรค์พระเอกซึ่งเป็นขันที โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ และเลือกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของนางเอก
“ลำนำฝูหรงเคียงกระเรียน” แนวย้อนเวลา โรแมนติกดราม่า และการเมืองราชสำนักสมัยราชวงศ์หมิง จุดประกายเรื่องราวโดย “หยางหวั่น” นักวิจัยหญิงยุคปัจจุบัน ผู้ศึกษาเอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับขันทีและหน่วยงาน “ตงฉ่าง” ในสมัยราชวงศ์หมิง วันหนึ่งเธอกลับย้อนเวลาไปยังอดีตกว่า 600 ปีก่อน และได้พบกับ “เติ้งอิง” ขันทีผู้มีชื่อเสียงอื้อฉาวและมีชะตาจบอย่างโหดร้ายในประวัติศาสตร์ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้เฝ้ามองเรื่องราวของเขา เธอกลับต้องเข้าไปพัวพันกับชีวิตจริงของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เส้นเรื่องความรัก เริ่มจากความสนใจทางวิชาการ นางเอกเดิมเป็นนักวิจัยที่ศึกษาเรื่องของพระเอกผ่านเอกสารประวัติศาสตร์ เธอรู้จักเขาเพียงในฐานะบุคคลหนึ่งในบันทึก ซึ่งเป็นขันทีผู้มีชื่อเสียงอื้อฉาวและจบชีวิตอย่างโหดร้าย ดังนั้นตอนต้นเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จึงไม่ได้เริ่มจากความรัก แต่เป็นเหมือนนักวิจัยที่กำลังศึกษาชีวิตของบุคคลในประวัติศาสตร์
จาก “ผู้ศึกษา” กลายเป็น “คนที่เข้าใจเขา” เมื่อนางเอกย้อนเวลาไปเจอพระเอกจริงๆ เธอได้เห็นชีวิตที่แท้จริงของเขา พบว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ ความรู้สึกของเธอจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากความสงสารเป็นความเข้าใจ ไปสู่ความผูกพันลึกซึ้ง และต้องการจะช่วยลบล้างมลทินบนหน้าประวัติศาสตร์ให้แก่เขา

ช้อปนิยาย ลำนำฝูหรงเคียงกระเรียน คลิกที่นี่
เรื่องราวจึงกลายเป็นการเดินทางร่วมกันท่ามกลาง
การเมืองในราชสำนักที่เต็มไปด้วยอำนาจและการหักหลัง
ชะตากรรมที่ถูกบันทึกไว้แล้วในประวัติศาสตร์
ความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวท่ามกลางความสิ้นหวัง
กับอีกเรื่องที่พล็อตก็น่าติดตามไม่แพ้กันคือ “เสน่หามายาจอมนาง” ผลงานเรื่องใหม่จากนักเขียน ‘ลวี่เย่า’ ที่จะวางจำหน่ายช่วง Book Fair ซึ่งโทนเรื่องอาจจะไม่ได้เศร้าเท่ากับ ลำนำฝูหรงเคียงกระเรียน แต่มาพร้อมความแซ่บ! เผ็ดร้อน! ดุเดือด! และชิงไหวชิงพริบกันแบบสุดๆ
นางเอกเป็นหญิงยุคโบราณ ได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮาผู้เลอโฉม แต่ฮ่องเต้ที่กำลังจะแต่งงานด้วยเป็นทรราชโหดเหี้ยม และเป็นคนที่ทำให้พี่ชายพี่สาวของนางต้องตาย เพราะความแค้น นางจึงตั้งใจจะฆ่าฮ่องเต้เพื่อแก้แค้น โดยการเข้าไปหาคนที่มีอำนาจจริงในวัง นั่นคือ ขันทีผู้ทรงอำนาจอย่างพระเอก ที่อยู่เบื้องหลังและคอยควบคุมฮ่องเต้ ทำให้นางต้องใช้ “กลยุทธ์หญิงงาม” ยั่วยวนเขา หวังให้เขาหลงรักและช่วยโค่นฮ่องเต้ จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการใช้กันเป็นเครื่องมือ ค่อยๆ กลายเป็นเกมอันตรายของอำนาจ ความแค้น และแรงดึงดูดระหว่างกัน

ช้อปนิยาย เสน่หามายาจอมนาง คลิกที่นี่
จะเห็นได้ว่านิยายทั้งสองเรื่องต่างก็ใช้ “ขันที” เป็นพระเอกเหมือนกัน แต่แนวคิด การเล่าเรื่อง และอารมณ์ของเรื่องจะแตกต่างกัน ชวนให้ผู้อ่านได้สัมผัสว่า พระเอกในบุคลิกขันทีจะมีเสน่ห์ในแบบใด และผู้เขียนจะถ่ายทอดเรื่องราว โดยเฉพาะเส้นเรื่องความรัก ออกมาให้ผู้อ่านอินและซาบซึ้งได้มากน้อยแค่ไหน ตำหนักมากกว่ารักจึงอยากให้ทุกท่านเปิดใจลองอ่านสองผลงานนี้ แล้วไปค้นพบเสน่ห์ของเรื่องราว ความรัก และชะตากรรมของตัวละครในฉากหลังยุคจีนโบราณด้วยตนเองค่ะ