ซื้อครบ 600 บาท จัดส่งฟรีทั่วประเทศ

ชวนรู้จักสัตว์เทพจีนโบราณจตุรทิศทั้ง 4
สัตว์เทพจีนโบราณจตุรทิศทั้งสี่ หรือที่เรียกว่า “ซื่อเซี่ยง” (四象) และ “ซื่อเสิน” (四神) ถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบพลังและความเชื่อจีนโบราณ สัตว์เทพทั้งสี่ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของทิศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับฤดูกาล พลังธรรมชาติ และสมดุลของฟ้าดินอย่างลึกซึ้ง
เริ่มจาก “ชิงหลง” มังกรครามแห่งทิศตะวันออก ผู้เป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิและการเริ่มต้นใหม่ มักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของพลัง ความรุ่งเรือง และการก่อกำเนิด ถัดมาคือ “จูเชวี่ย” หงส์แดงแห่งทิศใต้ สัตว์เทพมีลักษณะคล้ายนกเพลิง โดดเด่นด้วยพลังแห่งไฟและความงดงาม เป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อน ความรุ่งโรจน์ และชีวิตที่ลุกโชน ส่วน “ไป๋หู่” เสือขาวแห่งทิศตะวันตก เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณแห่งนักรบ สื่อถึงความกล้าหาญและการปกป้อง พร้อมเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วง และสุดท้าย “เสวียนอู่” เต่าดำแห่งทิศเหนือ ซึ่งมีรูปลักษณ์เป็นเต่าพันกับงู แทนฤดูหนาว สื่อถึงความมั่นคง ความอดทน และอายุยืนยาว สัตว์เทพทั้งสี่จึงไม่ใช่เพียงตำนาน แต่ยังเป็นสมดุลที่ค้ำจุนโลกไว้
เมื่อสัตว์เทพถูกเชื่อมเข้ากับ “ผิดชาติผิดภพหวนรักจอมมาร”
หากนำแนวคิดนี้มาเชื่อมกับโลกของนิยาย ผิดชาติผิดภพหวนรักจอมมาร ผลงานใหม่ของ “ขวงซั่งจยาขวง” เรื่องราวก็ยิ่งมีมิติและความลึกซึ้งมากขึ้น
เมื่อ
ชุยเสียวเสี่ยว ผู้เกิดมาพร้อมดวงชะตาชีวิตที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย หลังถูกแม่ขายตั้งแต่เด็ก
นางต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจนกลายเป็นหัวขโมยจนได้พบเจ้าสำนักยันต์และถูกรับเป็นศิษย์
ก่อนจะสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักทั้งที่พลังอ่อนด้อย แม้ไม่เก่งคาถา
แต่นางกลับมีความสามารถพิเศษ ดวงตามองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็น
และมีเลือดธาตุอินที่สามารถข่มพลังมารได้ ในเวลาเดียวกัน “ฉินหลิงเซียว” เจ้าสำนักกระบี่เก้าชั้นฟ้า
ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษจากการสังหารจอมมารเว่ยเจี๋ย
กลับต้องเผชิญชะตาที่โหดร้าย เมื่อพลังมารในร่างเริ่มกัดกินตนเอง
เขาจึงต้องออกตามหาลูกแก้วปีศาจที่หลุดออกจากร่างจอมมาร เพื่อยับยั้งพลังนั้น โชคชะตานำพาชุยเสียวเสี่ยวให้เข้าไปพัวพันกับลูกแก้วปีศาจ
และค้นพบว่าเลือดของนางสามารถขจัดพลังมารได้ กระทั่งวันหนึ่ง
นางเดินทางไปยังเขาฉีเหล่า และบังเอิญกระตุ้นสลักโบราณ จนย้อนเวลากลับไปเมื่อสองร้อยปีก่อน
ในยุคที่เว่ยเจี๋ยยังไม่กลายเป็นจอมมาร ด้วยความไม่รู้ นางได้ยื่นมือช่วยเขา
และเผลอรับชายหนุ่มผู้นั้นเป็น “ศิษย์” ของตน แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่า
ศิษย์ของนางในอดีตคือจอมมารที่ในอนาคตแม้แต่อาจารย์ของนางยังต้องไปกราบเป็นอาจารย์
ชุยเสียวเสี่ยวจึงพยายามแก้ไขชะตา ด้วยการชักนำให้เว่ยเจี๋ยเดินไปสู่เส้นทางเดิม
เพื่อรักษาความสมดุลของเวลา
สมดุลทั้งสี่ทิศที่กำลังสั่นคลอน
ถ้ามองผ่านกรอบของซื่อเซี่ยง ตัวละครแต่ละคนกลับสะท้อนพลังของสัตว์เทพทั้งสี่อย่างน่าสนใจ
เว่ยเจี๋ย ในช่วงเวลาสองร้อยปีก่อน เปรียบเสมือน “ชิงหลง” ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง แต่กลับถูกชะตาบิดเบี้ยวทำให้กลายเป็นมาร จนมังกรที่ควรโผบิน กลายเป็นอสูรที่กัดกินโลก
ชุยเสียวเสี่ยว ผู้มีเลือดพิเศษและดวงตาที่มองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่อาจเห็น อาจเปรียบได้กับ จูเชวี่ย หงส์แดงผู้เป็นตัวแทนของการชำระล้างและการเกิดใหม่ การย้อนเวลาของนางจึงไม่ใช่เพียงการหลีกหนีชะตา แต่คือการ “กลับมาอีกครั้ง” เพื่อแก้ไขบางสิ่ง ทว่าไฟที่มีหน้าที่ชำระล้าง กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เปลวเพลิงลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
ฉินหลิงเซียว ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษผู้สังหารจอมมาร กลับสะท้อนภาพของ ไป๋หู่ ผู้เป็นดั่งคมดาบแห่งการพิพากษา แต่เมื่อดาบเล่มนั้นแปดเปื้อนพลังมาร ผู้พิพากษาก็เริ่มกลายเป็นมารเสียเอง
ส่วน เสวียนอู่ เต่าดำแห่งทิศเหนือ อาจซ่อนอยู่ในพลังของกาลเวลา ในสลักโบราณบนเขาฉีเหล่า และในวิชาย้อนหวนทวนกาลของอาจารย์ผู้ล่วงลับ ที่เป็นพลังแห่งการผนึกและการคงอยู่
ดังนั้นการนำสัญลักษณ์อย่างซื่อเซี่ยงเข้ามาใช้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับโลกแฟนตาซี แต่ยังช่วยเสริมมิติทางตำนาน ทำให้เรื่องราวมีความลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งในแง่ของพลังธรรมชาติ และโชคชะตาที่ผูกโยงตัวละครเข้าหากัน
อีกสิ่งที่เด่นชัดไม่แพ้กันคือเรื่องราวของความรักและการเสียสละ
“เมื่อเขายอมละทิ้งเส้นทางของตนเอง เพียงเพื่อเฝ้ารอวันที่จะได้กลับมาพบกับนางอีกครั้ง”
ด้วยการผสมผสานตำนานโบราณเข้ากับพล็อตย้อนเวลาและโรแมนติกดราม่า ผิดชาติผดภพหวนรักจอมมาร จึงไม่ได้เป็นเพียงนิยายรักแนวเทพเซียนทั่วไป แต่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเชื่อแบบจีนโบราณ ที่ช่วยขับเน้นบรรยากาศของเรื่องให้ลุ่มลึกและน่าติดตามยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่สนใจจะช้อปนิยาย ผิดชาติผดภพหวนรักจอมมาร ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1
ในแบบรูปเล่ม ยังมาพร้อมการ์ดพญาหงส์ให้สะสม ช้อปได้เลย คลิกที่นี่