Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ปรปักษ์จำนน ตอนที่ 1

หน้าที่แล้ว1 of 8

บทนำ

ณ ดินแดนสู่ ท่ามกลางดินแดนแห่งขุนเขานี้ สายฝนกำลังจะมาเยือน สายลมอันบ้าคลั่งพลันซัดเปิดบานหน้าต่าง โหมตีกรอบหน้าต่างจนบังเกิดเสียงปังๆ ดังบาดหู จานฝนหมึกและที่ทับกระดาษซึ่งวางอยู่บนโต๊ะล้วนถูกกวาดร่วงลงสู่พื้น ลมกระโชกหอบเอาแผ่นกระดาษซึ่งไร้ที่ยึดเหนี่ยวปลิวว่อนไปทั่วทิศ ใต้โต๊ะมีหนังสือกราบทูลที่ฉีกขาดเป็นสองท่อนตกกระจายอยู่หลายเล่ม

ในอากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวโลหิตอันเข้มข้น สตรีอ่อนเยาว์ในชุดชาววังสี่ห้านางนอนล้มระเนระนาดจมกองเลือดซึ่งไหลนองอยู่เกลื่อนพื้น หนึ่งในจำนวนนั้นยังไม่ตายสนิท ดวงตาที่เคยงดงามคู่นั้นกึ่งลืมกึ่งปิด ริมฝีปากอ้าหุบอย่างไร้เรี่ยวแรง มุมปากพ่นฟองน้ำลายปนเลือดออกมาหนึ่งสาย แลคล้ายปลาตัวหนึ่งซึ่งกำลังจะแห้งตาย

พวกนางล้วนเป็นสนมของโฮ่วตี้ หลิวเหยี่ยน เด็กสาวผู้นี้เยาว์วัยกว่าใคร นางเพิ่งจะอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้น บิดาของนางคือเจ้าเมืองเทียนสุ่ย เมื่อโฮ่วตี้ถอยร่นมารักษาเมืองเฉินชังที่อยู่ใกล้เคียงจึงได้รับนางเป็นสนมอย่างรีบร้อน ทว่ายังไม่ถึงครึ่งปีก็เสียเมืองเฉินชังเสียแล้ว พวกนางจึงต้องติดตามโฮ่วตี้หลบหนีเรื่อยมาจนถึงที่นี่…เมืองเปาเฉิงในดินแดนสู่

ทว่าบัดนี้หญิงงามสะคราญโฉมทั้งยังอ่อนเยาว์เหล่านี้กลับต้องจบชีวิตจนสิ้น

เมื่อชั่วครู่ก่อนหลิวเหยี่ยนเรียกตัวสตรีเหล่านี้เข้ามา และมองดูหลิวซันขันทีคนสนิทของตนลงมือสังหารพวกนาง

“ฝ่าบาท! ฝ่าบาทเพคะ! ทรงละเว้นหม่อมฉันเถิด ละเว้นหม่อมฉันด้วย! บิดาของหม่อมฉันจะนำกองหนุนมาถวายอารักขา! ฝ่าบาท…”

หยดเลือดเปรอะบนดวงหน้าของเด็กสาวเยาว์วัยผู้นั้น หยาดน้ำตาของนางร่วงพรูดุจไข่มุกที่ขาดจากสาย ไหลไม่หยุดยั้งลงมาตามดวงหน้าละอ่อนที่ยังคงตื่นผวามิคลาย บริเวณหน้าอกของชุดชาววังสีเหลืองอ่อนถูกโลหิตที่ไหลออกมาจากข้างลำคอย้อมจนกลายเป็นสีส้มอันฉูดฉาด

เมื่อครู่หลิวซันฟันลำคอของนางไปแล้วหนึ่งดาบ บางทีอาจเพราะคมดาบสังหารคนมามากเกินไปจนทื่อด้าน นางจึงดิ้นหลุดออกไปได้ บาดแผลบนลำคอสายนั้นยังคงไม่ถึงแก่ชีวิต นางทรุดฮวบลงกับพื้น ศีรษะเอียงกระเท่เร่ เลือดไหลพรากจากลำคอขณะที่นางใช้ทั้งมือและเท้าคลานกระเสือกกระสนไปเบื้องหน้า หมายหลบหนีออกจากห้องซึ่งอัดแน่นด้วยกลิ่นคาวโลหิตอันเข้มข้นและกลิ่นอายเย็นเยือกของความตาย สิ่งที่ทิ้งไว้อยู่เบื้องหลังคือคราบเลือดคดเคี้ยวสายหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นหลังจากร่างของนางลากผ่าน

ดวงหน้าอันหล่อเหลาหมดจดของโฮ่วตี้หลิวเหยี่ยนกลับมีสีหน้าทึ่มทื่อประดุจไม้สลักรูปปั้นดินเผาที่ไร้ซึ่งชีวิต ดวงตาของเขามิได้แลไปยังจวงเฟย ที่กำลังพยายามวิงวอนขอความเมตตาจากเขาแต่อย่างใด หากแต่ทอดสายตาข้ามศีรษะของนาง เหม่อมองไกลไปยังทิศทางของประตูเมืองซึ่งแท้จริงไม่อาจมองเห็น

ไม่อาจรักษาเมืองเปาเฉิงเอาไว้ได้ ยามนี้แตกพ่ายแล้วเช่นกัน

ข้างหูของเขาคล้ายได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีดังสะเทือนฟ้าหลังทหารกบฏแคว้นเยียนตีกำแพงเมืองแตก อีกไม่ช้าพวกมันก็จะบุกมาถึงที่นี่แล้ว

เมื่อครึ่งปีก่อน เว่ยเซ่าขุนศึกแห่งเยียนโยว ซึ่งครองแดนทางเหนือมาหลายชั่วคนได้พิชิตหยางซิ่นซึ่งตั้งตนเป็นฮ่องเต้ที่แดนเจียงตง หลังจากเจียงตงตกสู่เงื้อมมือของเว่ยเซ่าแล้ว แผ่นดินอาณาจักรจิ่วโจว ก็ตกอยู่ใต้การปกครองของเขาถึงแปดเก้าส่วน สถานการณ์โดยรวมมั่นคงแล้ว กบฏแซ่เว่ยจึงสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ที่มณฑลโยวโจว ตั้งชื่อแคว้นว่าเยียน ถัดจากนั้นโฮ่วตี้หลิวเหยี่ยนก็ถูกบีบคั้นให้เริ่มถอยหนีสู่ทิศตะวันตกเรื่อยมา

ตลอดทางที่ถอยร่นสู่ทิศตะวันตก ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่อยู่ข้างกายเขาบ้างก็หลบหนี บ้างก็แตกฉานซ่านเซ็น ขุนนางฝ่ายบู๊บ้างก็พลีชีพ บ้างก็ยอมจำนนกับเว่ยเซ่า รอจนเดินทางมาถึงเมืองเปาเฉิงแล้วก็เหลือขุนนางเก่าแก่ผู้ภักดีต่อราชวงศ์ฮั่น เพียงสิบกว่าคนที่ยังคงเสี่ยงชีวิตอารักขาเขา

บัดนี้แม้แต่ทหารสองพันนายสุดท้ายก็ไม่มีเหลือแล้ว

เขาไม่มีหนทางให้ถอยอีกต่อไป

หลิวซันมีคราบเลือดกระเซ็นเกลื่อนใบหน้า สภาพดุจดังปีศาจร้าย เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะเดินคุกคามเข้าหาจวงเฟยซึ่งยังคงพยายามวิงวอนขอร้อง เมื่อต้อนนางไปจนถึงหน้าประตูก็ฟันลงไปหนึ่งดาบจากทางด้านหลัง

สิ้นเสียงฉับอันทุ้มหนัก เด็กสาวไม่ทันเปล่งเสียงร้องสักคำ ศีรษะก็ย้ายจากตำแหน่งเดิมที่เคยอยู่บนลำคอไปห้อยร่องแร่งอยู่ด้านข้างอย่างสิ้นแรง ลำตัวบิดเป็นท่วงท่าทำมุมที่แปลกประหลาด จากนั้นร่างกายอันอ่อนยวบดุจถุงแป้งก็ฟุบลงกับพื้นโดยไร้เสียงใดๆ

โลหิตอุ่นระอุพลันฉีดพุ่งออกจากลำคออย่างสูญเสียการควบคุม สาดกระเซ็นไปกว่าครึ่งผนัง แรกเริ่มแขนขาของจวงเฟยยังคงสั่นกระตุก จากนั้นก็ค่อยๆ หยุดชะงัก กระทั่งไม่ขยับเขยื้อนอีก เหลือเพียงดวงตาข้างหนึ่งซึ่งไร้เรือนผมอันยุ่งเหยิงบดบังที่ยังคงจับจ้องอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม ก่อนพลังชีวิตในดวงตาจะเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว ประกายตามรกตที่ทอแสงเรืองกลายเป็นสีเขียวหม่นแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความตาย

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮา…”

หลิวซันลากดาบซึ่งยามนี้ส่วนของคมดาบยังคงมีเลือดไหลลงมา เขาเอ่ยพลางมองไปทางเสี่ยวเฉียวที่เนื้อตัวสั่นสะท้านนิดๆ อยู่บนตั่ง

หลิวเหยี่ยนหมุนกายมาอย่างเชื่องช้า สายตาที่แตกซ่านจรดลงบนร่างของเสี่ยวเฉียวก่อนเพ่งพิศนาง ในที่สุดแววตาของเขาก็ไม่ทึ่มทื่อเช่นเดิมอีก กลับค่อยๆ ก่อตัวเป็นอารมณ์โศกเศร้า ห้วงอารมณ์ที่มิอาจหักใจ และความระทมทุกข์อันเข้มข้น

เขาเดินไปหาเสี่ยวเฉียวทีละก้าว สุดท้ายก็หยุดยืนที่เบื้องหน้านาง นิ้วมือเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งไล้แผ่วเบาบนดวงหน้าของนางอย่างอาวรณ์ เขาพลันโอบนางไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น พละกำลังนั้นมากล้นจนคล้ายกับอยากบดร่างนางให้แหลกละเอียดแล้วผนึกเข้าสู่เลือดเนื้อของตนทีละชุ่น

“หมานหมาน! หมานหมาน! คนทางบ้านเจ้าถูกกบฏแซ่เว่ยทำร้าย พี่สาวของเจ้าก็ไม่ถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮาและก็ฆ่าตัวตายจากไป เรารู้ว่าเจ้าแค้นกบฏแซ่เว่ยนั่นเข้ากระดูก เดิมทีเราก็อยากยกทัพไปปราบกบฏชำระแค้นแทนเจ้า ทว่าจนใจที่ต้าฮั่นชะตาขาดเสียแล้ว เราไร้กำลังจะกอบกู้อันใดได้! แต่เราก็ไม่อาจหักใจให้เจ้าตกไปสู่เงื้อมมือโจรกบฏจนถูกลบหลู่เกียรติ หมานหมาน เราจะสังหารเจ้าก่อน จากนั้นเราจะติดตามเจ้าไป เจ้ากับเราเป็นสามีภรรยากันอีกในชาติหน้าเถิด!”

“ฝ่าบาท หม่อมฉันออกเรือนกับพระองค์ตั้งแต่อายุสิบห้า จนบัดนี้เป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว! ฝ่าบาททรงปฏิบัติต่อหม่อมฉันด้วยความรักและน้ำพระทัยอันล้นเหลือ หากฝ่าบาทจะจากไป หม่อมฉันไหนเลยจะมีเหตุผลใดให้อยู่ต่อเพียงลำพัง หม่อมฉันยินดีติดตามพระองค์ไปทุกชาติภพ ไม่พรากจากชั่วนิรันดร์!”

สตรีซึ่งมีชื่อเล่นว่า ‘หมานหมาน’ ผู้นี้มีผิวพรรณดุจหิมะ ดวงหน้าดั่งบุปผา เกิดมาพร้อมรูปโฉมอันงามล้ำเลิศประดุจหยกที่ไร้ตำหนิ ชั่วขณะนี้ดวงหน้าอันเลอโฉมแม้ไร้สีเลือดและแต้มไปด้วยคราบน้ำตา ทว่าแววตาที่ทอดมองโฮ่วตี้กลับเปี่ยมด้วยความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว

นางหลับตาลงช้าๆ

หลิวเหยี่ยนเปล่งเสียงร่ำไห้อย่างเจ็บปวดรวดร้าวก่อนคลายมือจากนาง เขายืนพรวดขึ้นแล้วชักกระบี่ยาวออกจากฝัก พร้อมกับส่งเสียงคำรามอันแหลมสูงโศกสลดถึงขีดสุด จากนั้นคมกระบี่อันเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งก็แทงลึกเข้าสู่หัวใจอันอบอุ่นและอ่อนนุ่มของนาง

หน้าที่แล้ว1 of 8

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

jamsai.com