Connect with us

Jamsai

overgraY

The Star’s Love Relationship รักลับของซูเปอร์สตาร์ บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1

การล่อลวงของไซเรน

 

แม้จะเป็นฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ แต่พยองชังในเดือนมกราคมก็ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะวันนี้ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ ผู้คนเบียดเสียดกันมากจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาคอยดูแลจัดระเบียบ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจต้านแรงมหาศาลของฝูงชน

และชินกำลังนั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่ท่ามกลางฝูงชนนั้น

“อ๊ะ ชิน!”

“ชิน! คิมชิน”

เสียงตะโกนดังขึ้น

“ตายแล้ว ทำไงดีล่ะนี่”

ผู้จัดการหันไปถามชิน พวกเขามาที่นี่เพื่อถ่ายทำละคร แต่ต้องพบกับผู้คนมากมายกว่าที่คาด แม้อยากจะยื่นเท้าออกไปนอกรถสักก้าว แต่ก็กลัวร่างกายจะถูกฉีกกระชากออกจากกัน

“กรุณาหลบด้วยครับ หากพวกคุณยังทำแบบนี้ ทางเราก็จะถ่ายทำไม่ได้นะครับ”

ทีมงานช่วยกันตะโกนแต่ก็ไม่บังเกิดผลอันใด พวกเขายังคงยืนหยัดโบกไม้โบกมือพลางกรีดร้องใส่รถตู้ที่ชินกำลังนั่งอยู่

“คงไม่ได้การ เอาเป็นว่าวันนี้เราคงต้องยกเลิกการถ่ายทำ แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกมาถ่ายใหม่ตอนเช้ามืด”

ผู้กำกับไม่อาจรอได้อีกต่อไป จึงหันไปตะโกนสั่งให้ทีมงานแยกย้าย

“จะให้ขนย้ายอุปกรณ์มากมายมาอีกรอบน่ะเหรอ”

“แล้วทีมงานตั้งหลายคนจะให้ไปนอนที่ไหนกัน”

เสียงบ่นอย่างไม่พอใจเริ่มดังขึ้นในหมู่ทีมงาน

“ชิน ผู้กำกับสั่งยกเลิกกองถ่ายแล้วให้มาใหม่เช้ามืดพรุ่งนี้”

ผู้จัดการกดวางโทรศัพท์ แล้วหันไปบอกชิน

“ไม่ได้ เช้ามืดพรุ่งนี้ผมต้องไปที่อื่น”

“พูดอะไรน่ะ จะให้ถ่ายตอนนี้คงไม่ไหวหรอก แล้วก็…”

ชินเปิดประตูรถออกก่อนที่ผู้จัดการจะพูดจบ

“เฮ้! ชิน นายบ้าไปแล้วรึไง!”

ผู้จัดการตะโกนเสียงดัง

ทันทีที่เห็นชินในชุดโค้ตยาวกระโดดลงจากรถ ฝูงชนก็พากันกรีดร้อง สมาร์ตโฟนที่ถูกชูขึ้นเหนือศีรษะต่างแข่งกันรัวแสงแฟลช ชินมองฝูงคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่ตรงหน้าเขาก่อนจะพูดออกไปว่า

“ผมอนุญาตให้ทุกคนถ่ายรูปได้ตามต้องการ พวกคุณอุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงที่นี่ในวันที่อากาศหนาวขนาดนี้ การได้มาทักทายและถ่ายรูปร่วมกันกับพวกคุณเป็นความสุขของผมเหมือนกัน แต่ก่อนอื่นต้องขอทำงานของผมในวันนี้ให้เสร็จเสียก่อนนะครับ”

ชินผายมือไปที่ด้านซ้าย เนินลาดชันถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนซึ่งไร้ร่องรอยการเหยียบย่ำของผู้คน วันนี้ชินได้รับบทแสดงเป็น ‘แฮชัน’ นักกีฬาสกีระดับประเทศ และคู่แข่งของเขาในละครก็คือยุนชองโฮที่เป็นนักกีฬาระดับประเทศจริงๆ ยุนชองโฮอุตส่าห์เลื่อนตารางซ้อมทั้งหมดเพื่อการถ่ายทำในวันนี้ และได้เดินทางมาถึงตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้ว

“วันนี้ผมมีนัดถ่ายฉากเล่นสกีกับคุณยุนชองโฮนักกีฬาระดับประเทศที่ทุกคนรู้จักดี แต่เมื่อกี้ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่าการถ่ายทำอาจจะถูกยกเลิก…น่าเสียดายจริงๆ ครับ”

ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มแฟนคลับ “ไม่ได้นะ” ชินฉีกยิ้มให้ทันที และเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด และดวงตาที่ขยิบลงข้างหนึ่ง แฟนคลับก็พากันกรีดร้อง

“ผมควรจะกลับหรือทุกคนจะช่วยเปิดทางให้ผมได้เข้าไปถ่ายทำดีครับ”

เมื่อเห็นชินมีสีหน้าหม่นหมอง แฟนคลับก็รับรู้ได้ว่าชินต้องการอะไร

“ไปถ่ายทำเถอะ คิมชิน!”

“กรี๊ดดด ชิน! ได้โปรดมองมาทางนี้หน่อยค่ะ”

เสียงตะโกนของแฟนคลับดังระงม

“ไปถ่ายเถอะค่ะ”

ชินส่งยิ้มพร้อมกับโบกมือเบาๆ ทุกครั้งที่เขายิ้ม แสงแดดที่เจิดจ้าก็ส่องกระทบฟันขาวสะอาดจนเป็นประกายแสบตา

 

คิมชิน

อายุยี่สิบห้าปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร

ช่วงที่เพิ่งเข้าวงการตอนอายุสิบห้าหลายคนพูดว่าเขาเป็นเหมือน ‘ดาวหาง’ แม้ไม่ได้ย้อมสีผม แต่เส้นผมของเขากลับมีสีน้ำตาลเงางามดั่งขนของราชสีห์ ผลงานแรกของเขาคือการได้รับบทเป็นเพื่อนพระเอกละครในเรื่อง ‘School Zone’ แม้จะเป็นการแสดงครั้งแรก แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและความสามารถในการแสดงที่ไม่เหมือนคนเพิ่งเข้าวงการก็ทำให้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจ เรตติ้งของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าตัวประกอบแสดงดีกว่าตัวเอก คอลัมน์ต่างๆ ก็เริ่มหันมาเขียนถึงเขา แล้วคิมชินก็ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือ จากนั้นไม่นานผู้คนก็เริ่มหันมาเรียกชินว่า ‘การล่อลวงของไซเรน’*

 

ทันทีที่แฟนคลับพากันขยับคนละนิดคนละหน่อยเพื่อให้มีช่องว่าง ชินก็รีบสาวเท้าเดินผ่านไปอย่างไม่ลังเล ระหว่างทางแฟนคลับบางคนกระโดดออกมาจับตัวเขา แต่เขาก็ไม่ว่าอะไร ชินเพียงแค่หยุดเดินชั่วครู่แล้วส่งยิ้มให้ ก่อนจะเดินต่อไป

มันช่างเหมือนกับภาพที่ชาวประมงติดกับดักของนางไซเรนเสียจริงๆ

 

***

 

“ระวังด้วยล่ะ ทางลาดชันนี้ยาวถึงหนึ่งกิโลเมตรเลยนะ พอเอาธงลงแล้วก็เริ่มได้เลย เข้าใจมั้ย”

ผู้กำกับพูดกับชินผ่านทางวิทยุสื่อสาร แม้ทีมงานจะหาสตั๊นต์แมนมาแล้ว แต่ชินก็ปฏิเสธ และขึ้นลิฟต์พาตัวเองขึ้นไปบนยอดเสียแล้ว ชุดสกีสีขาวลายเรขาคณิตสีฟ้าครามขับผิวของเขาให้ดูขาวผ่องขึ้นไปอีก ชินเลื่อนแว่นลงมาเพื่อปกป้องดวงตาจากแสงแดดและลม สวมถุงมือสกีสีขาว ล็อกรองเท้ากับกระดานสกีให้แน่นหนา

“คงไม่เป็นไรนะ เคยได้ยินมาว่าเขามีความสามารถด้านกีฬามากกว่าคนอื่น แต่ว่าเนินเขาที่นี่ก็ลาดชันเอาการอยู่”

ผู้กำกับหันไปเอ่ยถามผู้จัดการด้วยแววตาเป็นกังวล

“ชินบอกว่าไม่เป็นไร คงต้องลองดูสักตั้งนะ คุณผู้กำกับ”

“แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาล่ะก็ เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศแน่ ผมว่าใช้สตั๊นต์แมนเถอะ ลองถามชินดูอีกสักครั้งดีมั้ย”

อาจจะเพราะเป็นกังวลอยู่แล้วพอได้ยินผู้กำกับเอ่ยถามอีกครั้ง ผู้จัดการก็รีบหยิบมือถือขึ้นกดอย่างไม่ลังเล แต่หลังจบการสนทนา ผู้จัดการก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ว่าไง จะใช้สตั๊นต์แมนมั้ย”

ผู้จัดการส่ายหน้าเมื่อได้ยินผู้กำกับเร่งเอาคำตอบ

“ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขามั่นใจแน่นะ”

“ดูโน่น! ชินกำลังลงมาแล้วครับ!”

ผู้จัดการชี้ไปที่เนินเขา

“ว่าไงนะ ลงมาแล้วเหรอ”

“เมื่อกี้บอกว่าอยากลงมาซ้อมเพื่อยืดเส้นยืดสายสักรอบก่อน และอยากให้คุณผู้กำกับเห็นฝีมือของเขาด้วยครับ”

ผู้จัดการอธิบายพร้อมโบกมือให้ชินที่กำลังไถลลงมา

“นั่นชินลงมาแล้ว!”

พื้นหิมะขาวเนียนเกิดเส้นสองเส้นตามร่างของชินที่ไถลลงมา แฟนคลับพากันตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นชิน

“กรี๊ด!”

พอลงมาได้ประมาณครึ่งทาง ชินก็เอียงตัวเพื่อจะทำ Carving Short Turns ร่างที่โน้มลงแทบจรดพื้นฉวัดเฉวียนซิกแซ็กไปมา ท่าทางที่คล่องแคล่วนั้นดูสง่างามมาก พอไถลลงมาถึงข้างล่าง ชินก็ค่อยๆ หมุนตัวแล้วรวบขาทั้งสองข้างเข้าหากัน ภาพที่เขาเคลื่อนไหวมาดมั่นท่ามกลางหิมะถูกโพสต์ลงโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว

“ชะ…ชิน…ชิน”

“เท่มาก”

“สุดยอดไปเลย”

ทุกคนพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

 

***

 

“ขอบคุณมากนะครับ”

ชินค้อมศีรษะลงต่ำพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณ ทีมงานที่ต้องอดทนถ่ายทำท่ามกลางความหนาวเหน็บบนพื้นหิมะและพื้นน้ำแข็งย่อมลำบากกว่าเขาที่เป็นนักแสดง

“ชิน รีบดื่มนี่สิ”

ผู้จัดการยื่นกาแฟร้อนให้ ชินจึงยื่นมือออกไปรับ

“ผู้กำกับชวนดื่มด้วยนะคืนนี้” ผู้จัดการลองเอ่ยชวนดู

“ถ้าอยากไปพี่ก็ไปเถอะ วันนี้ผมขอบาย”

ชินหัวเราะก่อนจะขึ้นรถ ผู้จัดการที่รู้สึกเปรี้ยวปากอยากดื่มจึงมองตามชินอย่างเซ็งๆ

“พวกผมไปก่อนนะครับ คืนนี้ขอให้สนุกกันนะครับ”

ผู้จัดการหันไปโบกมือและตะโกนล่ำลาทีมงานอย่างเสียดายที่คืนนี้ไม่ได้ไปสังสรรค์ด้วย ทว่าทันทีขึ้นรถ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น แล้วชื่อบนหน้าจอก็ทำให้สีหน้าของผู้จัดการเคร่งเครียดทันที

 

‘ประธานลี…’

 

***

 

“จะกลับบ้านเลยใช่มั้ย”

“หืม? เอ่อ…”

ผู้จัดการมีอาการลังเล แล้วละมือข้างหนึ่งที่จับพวงมาลัยไปหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดฝ่ามือที่ชุ่มเหงื่อ

“เอ่อ ชิน…”

“ชู่ว แป๊บนึง”

สายตาของชินจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างของรถที่กำลังจอดติดไฟแดง ภาพหน้าจอขนาดใหญ่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา ชินรีบเลื่อนกระจกรถลงทันที

“เมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมานี้นายชิมได้ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จากคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นได้เล่าว่า คนร้ายสวมเสื้อกันฝนสีดำ ใส่หน้ากากและสวมหมวกปิดบังใบหน้าใช้อาวุธทำร้ายนายชิมที่เพิ่งลงจากรถ”

ชินเลื่อนกระจกขึ้น ประจวบเหมาะกับที่สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสีพอดี รถจึงเคลื่อนตัวออกไป

“ฮีโร่…”

ชินหลับตาลงแล้วพึมพำเบาๆ

“เมื่อเวลาประมาณห้านาฬิกาของวันนี้ นายโอผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าชิงทรัพย์ในเขตมาโพถูกมัดมือมัดเท้า และนำตัวมาทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจเขตคังนัมในกรุงโซล ผู้คนพากันเรียกคนที่จับตัวคนร้ายมาให้ตำรวจคนนี้ว่าฮีโร่ ซึ่งฮีโร่คนนี้เป็นคนลึกลับที่ไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็น เราลองมาสืบหาตัวตนของเขากันดีมั้ยคะ”

เสียงที่ดังมาจากวิทยุทำให้ความคิดของชินจมดิ่ง

ตัวตนของฮีโร่ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง

เหมือนกับผู้ชายคนนั้นที่ช่วยเขาจากกองเพลิง

ในวันนั้น…

ความทรงจำในอดีตพลันปรากฏขึ้นในสมอง

 

* ไซเรน (Siren) ปีศาจสตรีแห่งตำนานเทพปกรณัมกรีก ผู้มีมนตราแห่งเสียงเพลงเป็นอาวุธร้าย พวกนางอาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆ และใช้เสียงเพลงหลอกล่อมนุษย์ที่ล่องเรือผ่านมาให้ตกอยู่ในมนตร์สะกดเพื่อจับมนุษย์เหล่านั้นกินเป็นอาหาร

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

Comments

comments

Continue Reading

More in overgraY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

jamsai.com