Connect with us

Jamsai

Jamsai

ทดลองอ่าน เกมล่าเดิมพันรัก บทที่ 5

หน้าที่แล้ว1 of 2

บทที่ 5

 

เปาะแปะ เปาะแปะ

ขณะที่เธอครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้นหูก็ได้ยินเสียงฝนตก

ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว เธอรู้สึกว่าโลกสั่นไหวเล็กน้อย คงมีใครสักคนยกเธอขึ้นมา เธอรู้สึกว่ากำลังถูกขนย้าย

เสียงเครื่องจักรทำงานดังอยู่ข้างหู เบาบ้างดังบ้างสลับกันเหมือนกับเดี๋ยวก็ใกล้เดี๋ยวก็ไกล

เธอควรจะหวาดกลัว คนทั่วไปน่าจะรู้สึกแบบนั้นสินะ แต่เธอกลับไม่รู้สึกอะไรเลย

เธอถูกพรากทุกอย่างไปตั้งแต่เล็กๆ องค์กรแบล็กแชโดว์ทำให้เธอไม่มีอะไรสักอย่าง ไม่มีความรู้สึกรักโลภโกรธหลง ไม่มีอารมณ์อื่นใด สิ่งเดียวที่มีก็คือความมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ

เธอไม่กลัว เธอไม่รู้ว่าความกลัวเป็นอย่างไร เพราะเธอไม่มีอะไรเลย

ไม่มีอะไรเลย…

เธอจับถูกใส่ไว้ในกล่องใบหนึ่ง มีแต่ความมืดมิด แต่เธอก็ยังได้ยินเสียงฝนตก

เปาะแปะ เปาะแปะ เปาะแปะ

ในขณะที่ยังมึนงงนั้น เหมือนเสียงฝนจะพาเธอกลับไปบ้านเรือนั่น

แสงสลัวส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเล็กน้อย ฝนกำลังตก…เปาะแปะ เปาะแปะ

เธอนอนอยู่ใต้ช่องรับแสง มองดูเม็ดฝนที่ตกกระทบกระจกหน้าต่างแล้วไหลลงมากระจายไปทุกทิศทุกทาง

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงเดินลงบันได เสียงฝีเท้าการก้าวเดินของผู้ชายคนนั้นหนักแน่นและไม่ได้มีความคิดที่จะปกปิดเลยสักนิด เธอลุกขึ้นนั่ง มองเห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาบวมช้ำ เหนือตาขวามีรอยแผลโดนของมีคมบาดยาวประมาณสองเซนติเมตร มีเลือดสดๆ ไหลออกมา เขายกมือขึ้นเช็ดเป็นครั้งคราว แต่เลือดก็ยังคงไหลเป็นทาง หยดลงไปที่ไม้กระดานแล้วเขาก็เหยียบย่ำจนเลอะไปทั่ว

เขาถอดเสื้อโค้ตกันลมที่เปียกแฉะโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ตามด้วยเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่น ต่อมาก็คือเข็มขัดและกางเกงที่เปียกไปครึ่งตัว เขาเดินผ่านเธอไปโดยไม่เหลียวมองแม้แต่น้อย ทิ้งไว้แต่รอยน้ำฝนและรอยเลือดตามทางเดินไปยังห้องน้ำ

เธอได้ยินเสียงน้ำ เขากำลังอาบน้ำ เธอลุกขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าที่เปียกแฉะแล้วค่อยหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดรอยเลือดและหยดน้ำที่เขาทิ้งไว้บนไม้กระดาน

ไม่กี่นาทีถัดมา เขาสวมกางเกงขาสั้นเดินออกมา แผลเหนือคิ้วขวายังคงมีเลือดไหล เขาเช็ดมันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขายกมือขึ้นกดปากแผลไว้พร้อมเดินไปข้างโต๊ะทำงาน ดึงลิ้นชักออกมารื้อค้น แล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ทำอาหารดึงลิ้นชักออกมาอีก ทำเสียงดังตึงตังตลอดเวลา

เมื่อเขาก่นด่าด้วยความไม่สบอารมณ์แล้วก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานอีกรอบ หยิบขวดวิสกี้ออกจากลิ้นชัก เธอวางผ้าขี้ริ้วในมือเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่ในตู้เก็บของข้างๆ โต๊ะแล้วยื่นให้เขา

‘ฉันว่าคุณกำลังหาเจ้านี่อยู่นะ’

ตอนนี้เองเขาถึงเงยหน้าขึ้นมองเธอ

เธอเห็นเขาขมวดคิ้ว ทำแบบนี้น่าจะกระเทือนถึงแผลเหนือคิ้วขวา แต่อย่างไรซะเขาก็ยอมวางขวดเหล้านั่นลงและยื่นมือมารับกล่องปฐมพยาบาลไป

เขาใช้สองมือเปิดกล่อง แผลบนคิ้วเขามีเลือดไหลออกมา มันไหลลงไปที่ดวงตาทำให้เขามองอะไรไม่ชัด เขาสบถด่าออกมาแล้วโยนกล่องปฐมพยาบาลไปทันทีจนมันแตกกระจาย

อารมณ์โกรธหงุดหงิดที่ไม่รู้สาเหตุนั่นไม่ได้ทำให้เธอตกใจ แต่กลับเป็นเขาที่ตกใจเสียเอง

เขาถลึงตามองกล่องปฐมพยาบาลที่ตกแตก กล้ามเนื้อทั้งตัวตึงเครียดทันที แต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอ

ตอนนี้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดเหลือเกิน เธอสามารถได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาดของเขา มองเห็นเขากำหมัดแน่น

แผลเหนือคิ้วมีเลือดไหลออกมาอีก ไหลออกมาทีละหยดๆ ร่วงหล่นย้อมตาขาวให้เป็นสีแดง แล้วก็ไหลมาตามใบหน้า ก่อนหยดลงไปที่พื้น

เขาไม่ได้อยากให้เธออยู่ที่นี่ เธอรู้

นี่เป็นที่ของเขา เป็นรังเขา เขาควรจะได้เลียแผลตามลำพัง

เธอควรจะจากไป แม้ว่าข้างนอกจะฝนตก แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เธอมีสิทธิ์จะอยู่ที่นี่

แม้เธอจะเป็นคนรับรู้ความรู้สึกได้ช้า ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนทั่วไปเท่าไรนัก แต่ก็รู้ดีว่าเขาไม่ได้มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องรับเธอเอาไว้ เมื่อเดือนก่อนตอนที่เธอปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู เขาไม่ได้ไล่เธอไปเพราะเขารู้ว่าเธอไม่มีที่ไป

เธอหมุนตัวกลับ รู้ดีว่าควรจะออกไปด้านนอก เขาต้องการความเป็นส่วนตัว เธอสามารถคืนความเป็นส่วนตัวให้เขาได้ชั่วคราวในตอนนี้

แต่เมื่อเดินผ่านกองกล่องปฐมพยาบาลที่แตกกระจายเธอก็หยุดก้าวเท้า มองกล่องปฐมพยาบาลนั่นซึ่งเลอะเลือด ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่จัดการกับบาดแผลนั่นแล้ว

เธอมองเงาที่สะท้อนจากกระจกหน้าต่างของเรือ มองเห็นชายที่กำลังโกรธจัดยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองเห็นเลือดสดๆ ที่ไหลตกลงมาทีละหยดๆ

อาจจะเป็นเพราะบาดแผลหรือเป็นเพราะเรื่องอื่นเขาถึงได้เป็นแบบนี้ แต่คงไม่ได้หนักหนาสาหัสเพราะร่างกายเขายังแข็งแรงดี ถึงแม้ว่าจะไม่ทำอะไรเลือดก็จะแข็งตัวและหยุดไหลเอง ขอเพียงแค่ไม่โดนน้ำอีก จากนั้นแผลก็จะตกสะเก็ด สุดท้ายก็เหลือแผลเป็นน่าเกลียดทิ้งไว้

เธอควรจะออกไป แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงทำอย่างนั้นไม่ได้

เขาเจ็บปวดมาก เธอรู้

ทั้งเจ็บปวดและโมโห

นี่คงเป็นวันที่แย่มากจริงๆ ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่เพียงแค่มองเขาในตอนนี้ก็รู้ว่าต้องเป็นวันที่แย่สุดๆ สำหรับเขา

ก่อนที่เธอจะทันรู้ตัว เธอก็นั่งลงเก็บสำลีแผ่น สำลีก้าน แอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ น้ำเกลือ อาจเป็นเพราะว่าต้องใช้อยู่ประจำ แม้แต่เข็มกับด้ายสำหรับเย็บแผลเขาก็มีพร้อม

จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน หยิบกล่องปฐมพยาบาลที่แตกเสียหายเดินกลับไป

มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกต้องหรือไม่ ขณะที่เธอยื่นสำลีไปทางเขา ลางสังหรณ์เธอบอกว่าเขาจะผลักเธอออกหรือไม่ก็คงจะสั่งให้เธอไสหัวออกไป

แต่เขาเพียงแค่เงยหน้าถมึงทึงพร้อมดวงตาเปื้อนเลือดจ้องเขม็งมาที่เธอ

เธอไม่ได้ถอยหนี แต่จ้องตอบด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก แล้วกดสำลีไปที่บาดแผลตรงเหนือคิ้วเขา

‘กดไว้’ เธอบอก

ตอนแรกเขานิ่งเฉย ทำเพียงหลุบสายตาเกรี้ยวกราดนั้นลง

เธอไม่ได้ดึงมือกลับ เขาก็ไม่ขยับ

ในขณะที่เธอรู้สึกว่าเธอกับผู้ชายคนนี้คงจะยืนนิ่งอยู่อีกนาน เขาก็ยกมือขึ้นกดสำลีไว้ เมื่อแน่ใจว่าเขากดสำลีไว้ดีแล้วเธอจึงปล่อยมือออก

‘ไปนั่งที่โซฟาเถอะ ตรงนั้นสว่างหน่อย’ เธอบอก

เขาขยับตัวไปนั่งบนโซฟา เธอถือกล่องปฐมพยาบาลตามไป เมื่อเอาของทั้งหมดวางลงบนโต๊ะน้ำชาข้างๆ โซฟาถึงได้สังเกตเห็นว่าเขาเอาสำลีออกแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อให้เธอให้เธอใช้น้ำเกลือทำความสะอาดบาดแผลให้เขา จากนั้นก็ฆ่าเชื้อแล้วใช้เข็มเย็บบาดแผลให้ติดกัน

เธอทำเรื่องพวกนี้อย่างคล่องแคล่ว หลายปีที่ผ่านมาเธอต้องเย็บแผลให้ตัวเองหลายครั้ง

ภายนอกบ้านเรือ ฝนยังคงตกอยู่

เธอรู้สึกว่าขณะที่เธอกำลังทำแผลให้เขาอยู่นั้น เขาพยายามระงับอารมณ์โกรธไม่ให้ระเบิดออกมา เมื่อเธอหยิบกรรไกรมาตัดเส้นด้ายเขาถึงได้สงบลง

ไม่รู้ว่าตอนไหนที่เขาละสายตาไปจากเธอ เขาก้มหน้าลง เธอใช้สำลีที่ชุบน้ำเกลือจนเปียกชื้นเช็ดเลือดบนใบหน้าเขาโดยที่เขาไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด

จากนั้นเธอก็จัดการกับสำลี สำลีก้านที่เปื้อนเลือด แล้วเอากล่องปฐมพยาบาลที่แตกไปไว้ที่เคาน์เตอร์ทำอาหาร เปลี่ยนใส่กล่องเก็บของชั่วคราว ขณะที่เธอเงยหน้าเพื่อมองดูเขานั้นก็เห็นว่าเขานอนราบอยู่บนโซฟาแล้ว

เมื่อเธอเดินผ่านไปก็เห็นชายหนุ่มนอนหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย

บางทีอาจจะนอนหลับ หรือไม่ก็แค่หลับตาลงเฉยๆ

เธอหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้อง ไม่ได้รบกวนเขาอีก

ค่ำนั้นเธอออกไปซื้อของใช้ เมื่อได้ดูโทรทัศน์ในร้านค้าจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ภรรยาของผีพนันไม่อาจอดทนต่อความรุนแรงที่สามีมอบให้มานานได้ ตั้งใจจะพาลูกสาวหนีไป คนเป็นสามีถือปืนบุกเข้าไปในสถานีรถไฟ จับตัวภรรยาและลูกสาวไว้

มีฮีโร่ที่อยู่ข้างทางเข้าไปช่วย ตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมผีพนันนั่น แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว

เมื่อฮีโร่ผู้นั้นรู้ว่าการเกลี้ยกล่อมไร้ผลจึงพุ่งตัวเข้าไป ในความสับสนอลหม่าน ผีพนันนั่นทำร้ายลูกและภรรยาเสียชีวิต และสุดท้ายยิงปืนฆ่าตัวตาย

ฮีโร่นั่นคือเขา

ภาพที่ปรากฏในข่าวคือภาพที่คนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวีดิโอไว้ แม้จะเห็นแค่เพียงด้านหลัง แต่เธอก็จำรูปร่าง จำผมสีดำนั่น แล้วก็เสื้อโค้ตกันลมกับกางเกงขายาวของเขาได้

นี่เป็นวันที่แย่มากวันหนึ่ง

แย่มากๆ

เมื่อเธอกลับมาที่เรือแล้วก็เห็นเขาเปลือยกายท่อนบนนอนอยู่บนโซฟา ที่พื้นมีกระป๋องเบียร์ที่หมดแล้วหลายกระป๋องวางอยู่

เขาหลับไปแล้ว

เธอยืนอยู่ข้างๆ โซฟามองดูชายคนนั้นหลับสนิท ร่างท่อนบนที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก บริเวณศีรษะมีบาดแผลทั้งเก่าและใหม่…ก็เหมือนกับเธอ

เพียงแต่ว่าบาดแผลของเธอไม่ได้เกิดขึ้นเพราะช่วยคน

แต่เขาใช่

เมื่อมองชายตรงหน้าก็มีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกอัดแน่นอยู่ในอก ผ่านไปครู่ใหญ่เธอจึงคลี่ผ้าห่มไหมพรมแล้วห่มให้เขา ก่อนนั่งลงที่พื้นข้างๆ โซฟานั่น

ฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่ความมืดมิด เธอไม่ได้เปิดไฟ แล้วก็ไม่ได้จากไปไหน ยังคงนั่งกอดเข่าอยู่ที่พื้น ซุกตัวพิงโซฟา ฟังเสียงหายใจของชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ดวงตามองไปยังความมืดเบื้องหน้า

ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาหาเขา เธอรู้จักกับผู้ชายคนนี้ได้ไม่นานนัก สำหรับเขาแล้วเธอก็ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า

คนแปลกหน้าที่อันตราย

แต่เมื่อเธอปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตู เขาก็ไม่ได้ไล่เธอไป

ผู้ชายคนนี้รับเธอมาอยู่ด้วย หรือเพราะตอนนั้นเธอแอบรู้สึกว่าเขาจะไม่ไล่เธอไป เหมือนกับที่เขาไม่ทอดทิ้งเธอตอนที่อยู่บนเรือนั่น และก็เหมือนกับที่เขาตั้งใจจะช่วยสองแม่ลูกนั่น

เขาเป็นคนดี

ถ้าเธออยู่ข้างๆ เขานานพอ เธอจะ…กลายเป็นคนดีได้สักนิดไหม

ดวงตาทั้งสองปิดลง เธอครุ่นคิดขณะที่ฟังเสียงหายใจของเขา

เธออยากเป็นคนดี…ต้องการเป็นคนดี…

ฮั่วเซียงมีใบหน้าเล็กๆ ที่ไม่ได้สวยงามมาก

ตอนที่เจอเธอนั้นผมของเธอยังสั้นมาก มันค่อยๆ ยาวขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไปหลายปี เขาถึงรู้ว่าเธอมีผมหยักศก มันอ่อนนุ่มมาก ตอนที่เธอไม่ได้มัดเป็นหางม้ามันจะแผ่กระจายเต็มหลัง ดูเหมือนก้อนเมฆที่ม้วนเข้าหากัน ล้อมรอบใบหน้าเล็กๆ ของเธอ

เสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบินเล็กดังอยู่ข้างหู อาวั่นยังหลับตาซุกตัวอยู่ในที่นั่งแคบๆ ไม่รู้ว่าทำไมภาพวันคืนที่ผ่านมาจึงผุดขึ้นมาในสมอง

เขามักจะนอนหลับอยู่บนโซฟา เมื่อตื่นขึ้นจะเห็นเธอนั่งซุกตัวอยู่บนพื้นไม้กระดานเหมือนกับเด็กๆ เธอหันหลังให้เขา สองมือกอดเข่าไว้ หน้าเล็กๆ ของเธอวางอยู่บนหัวเข่า

เมื่อมีลมพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาก็จะพัดผมดำสนิทที่เหมือนกับก้อนเมฆนุ่มเบาให้ฟูขึ้น

ทุกครั้งเขาอยากจะยื่นมือเข้าไปสัมผัสดูว่าเส้นผมนั้นอ่อนนุ่มเหมือนกับที่คิดไว้หรือไม่

แต่ก็กลัวว่าจะปลุกเธอตื่น กลัวจะทำให้เธอตกใจ

เขาจึงดึงมือกลับมา แล้วทำได้แต่มองดูอย่างเงียบๆ มองดูผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เหมือนกับแมวพเนจร

มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องอาบน้ำด้านหลัง เขาไม่อยากให้เธอรู้สึกระแวงจึงออกไปจากเรือ ถ้ามีคนอยู่ใกล้ๆ เธอจะไม่อาจปล่อยวางลงได้ แม้คนคนนั้นจะเป็นเขาก็ตาม

ต่อมาเขาถึงรู้ว่าเธอไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะมองเห็นร่างกายของเธอ

เธอดูเหมือนจะไม่มีสัญชาตญาณของความเป็นผู้หญิงเลย ร่างกายสำหรับเธอแล้วเป็นเพียงร่างกายเท่านั้น

แต่มันกลับเพิ่มความลำบากให้เขา ยิ่งไม่อยากใช้โอกาสนี้แอบมองหรือเอาเปรียบเธอ

ดังนั้นเขาจึงมักจะหลบมานอนบนโซฟาในออฟฟิศ

ใครจะไปรู้ว่าเธอกลับชอบที่จะมาขดตัวอยู่ตรงหน้าเขา มันไม่ใช่การยั่วยวนเขา เขารู้ดี

แต่เขายังต้องยกมือมากอดอกไว้ ซุกมือทั้งสองข้างไว้ใต้รักแร้เพื่อหักห้ามไม่ให้ตัวเองยื่นมือไปสัมผัสเธอ

เขาทำเพียงแค่มองเท่านั้น มองดูตอนหัวค่ำ ตอนกลางดึก ตอนฟ้าสาง รูปร่างเล็กๆ ที่ขดตัวอยู่ตรงหน้าเขา…คือแมวพเนจร

เขาไม่อาจจะละสายตาจากเธอไปได้

ทุกครั้งที่มองเธอเขาจะรู้สึกถึงความสงบที่บอกไม่ถูกผุดขึ้นในใจ

ตอนหลังเขามักจะตั้งใจมานอนที่โซฟาเพื่อจะตื่นขึ้นมาแล้วเห็นเธอได้ทันที

คิดถึงตรงนี้ หัวใจก็รู้สึกเต็มตื้น

ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่าง…นี้ ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้ล่ะก็…

ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบินเล็กกำลังทำงาน อาวั่นลืมตาขึ้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยพลางคิดถึง…

แมวพเนจรสมควรตายนั่น

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in Jamsai

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน ล่ารักเกมอันตราย ตอนที่ 6

    By

    บทที่ 6   วันวานในฤดูร้อนล่วงคล้อย ชั่วพริบตาแปรเปลี่ยนเป็นใบไม้ร่วง ทุกวันที่เธอไปทำงานก็จะเห็นแสงอาทิตย์ตกกระทบลงบนบานหน้าต่าง จากการโคจรร...

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน ล่ารักเกมอันตราย ตอนที่ 5

    By

    บทที่ 5   ประตูบ้านของเธอมีสลักประตูเพิ่มมาชิ้นหนึ่ง เสี่ยวหม่านมองสลักประตูชิ้นนั้นก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจ หลายวันก่อนตอนที่เธอเห็นสลักประตู...

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน ล่ารักเกมอันตราย ตอนที่ 4

    By

    บทที่ 4   ฟ้าสางแล้ว เห็นหน้าต่างที่ค่อยๆ สว่างขึ้น เสี่ยวหม่านก็ลุกจากเตียงเองและปิดนาฬิกาปลุกดิจิตอลที่ยังไม่ทันได้ปลุก เดินเข้าห้องน้ำตาป...

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน Princess Syndrome ตอนที่ 4

    By

    อาการที่สี่ ทัศนคติประหลาด   ทองมักจะส่องประกายโดยไม่จำเป็น ฉันนอนหลับโดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว จนกระทั่งคุณนายจูเลียโผล่เข้า...

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน ล่ารักเกมอันตราย ตอนที่ 3

    By

    บทที่ 3   กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ขณะที่เกิ่งเนี่ยนถังเข้าไปในหอสมุดรัฐสภาอเมริกันเขาไม่นึกเลยว่าจะได้เจอกับหญิงร่างบางคนนั้น แต่พอเข...

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน Princess Syndrome ตอนที่ 3

    By

    อาการที่สาม รู้สึกดีกับตัวเอง   ความอยากรู้อยากเห็นเป็นข้อเสียที่แย่ที่สุด ย้อนไปยังเหตุการณ์ในตอนนั้น หลังจากช็อปปิ้งไปได้สักพักท้องก็...

  • Jamsai

    ทดลองอ่าน ล่ารักเกมอันตราย ตอนที่ 2

    By

    บทที่ 2   กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ชายหนุ่มยืนอยู่กับเพื่อนร่วมงานบนถนน เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขาเห็นสายไหมก้อนโตทั้งขาวทั้งอ้วนกลมเดินกลับไปก...

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

jamsai.com