Connect with us

Jamsai

Jamsai

ทดลองอ่าน เกมล่าเดิมพันรัก บทที่ 4

หน้าที่แล้ว1 of 5

บทที่ 4

 

ชายหนุ่มโดยสารเครื่องบินที่เร็วที่สุด บินข้ามครึ่งโลก

หลายชั่วโมงบนเครื่องบินนั่น ความคิดเขาสับสนวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าจะหลับตาลงก็ยังคงมองเห็นภาพของผู้หญิงคนนั้น

เขายังจำเหตุการณ์ที่เจอกับเธอครั้งแรกได้ ตอนนั้นเขาอยู่บนเรือลำหนึ่ง เรือขนสินค้าขนาดใหญ่

เขาถีบประตูให้เปิดออก หลังประตูบานนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่ง

หญิงสาวแปลกหน้านอนอยู่บนพื้นในห้องสีขาว เธอสวมเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นสีดำ ทั้งที่เขาออกแรงถีบประตูนั่น แต่ใบหน้าที่บอบช้ำของเธอก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ไม่ตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความโล่งใจ ดีใจหรือความยินดีแม้แต่น้อย

เธอเพียงแต่ลุกขึ้นนั่ง จ้องมองเขาด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย

‘ลุกขึ้นเร็ว ที่นี่จะระเบิดแล้ว’ เขาร้องบอก

เธอไม่ขยับ ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แล้วเธอก็ยกมือขึ้นมา เขาถึงได้รู้ว่าสองมือของเธอถูกใส่กุญแจมือเอาไว้ ที่เท้าของเธอก็เช่นกัน กุญแจมือเท้าทั้งสองยังมีโซ่เหล็กเชื่อมต่อกันอีกด้วย โซ่เหล็กนี้ถูกเชื่อมติดกับผนังด้านหลังของเธอ

เขาอึ้งไป พบว่ากุญแจที่ล็อกมือกับเท้าของเธอไว้นั้นไม่มีรูกุญแจ ทำให้เขาอดที่จะสบถออกมาไม่ได้ เงยหน้าขึ้นมาองเธอ ‘กุญแจไฟฟ้ารึ’

‘ใช่’

‘ปลดล็อกยังไง’

‘มันควบคุมด้วยเสียง’ เธอพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ‘ต้องใช้เสียงของคนที่กำหนดไว้ถึงจะปลดล็อกได้’

เมื่อได้ยินเขารู้สึกเย็นวูบเข้าไปในหัวใจ

คนที่นี่บ้างก็หนีไป บ้างก็ตายไป ตัวเขา เขิ่นเอิน อาเหล่ย อาเฟิงเสี่ยงอันตรายบุกเข้ามาเพราะได้ข้อมูลว่ามีคนจำนวนมากถูกขังไว้ที่นี่

ก่อนที่เขาจะเจอผู้หญิงคนนี้ก็ได้ช่วยปล่อยคนไปบ้างแล้ว เขาเข้าใจว่าช่วยเหลือได้ทั้งหมดแล้ว เดิมเขาจะจากไปแต่ก็เห็นประตูบานนั้นเข้าเสียก่อน

เมื่อมองเห็นดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมายของเธอ วินาทีนี้เขาคิดว่าเธอคงคิดว่าตัวเองไม่อาจมีชีวิตรอดไปได้

ทันใดนั้นมีเสียงเร่งออกมาจากทางหูฟัง

‘อาวั่น นายอยู่ที่ไหน ที่นี่กำลังจะระเบิดแล้ว นายต้องรีบออกมาโดยด่วน!’

‘ฉันอยู่ตรงสุดทางเดินท้ายเรือ ที่นี่ยังมีตัวประกันอีกคน เธอถูกล่ามไว้ เป็นกุญแจไฟฟ้า’ เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง

ในขณะนั้นเอง เสียงระเบิดดังสนั่นก็ลอยมา ห้องสั่นสะเทือนไปทั้งห้อง หูฟังของเขามีเสียงแสบแก้วหูดังขึ้น เขารีบกระชากมันออกอย่างรวดเร็ว ระเบิดได้ตัดขาดระบบสื่อสาร

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือเสียงระเบิดยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกที่สองลูกที่สาม และเสียงก็ใกล้เข้ามาทุกที วินาทีถัดมาพื้นก็เริ่มเอียง

‘คุณรีบหนีไปเถอะ’ หญิงสาวตรงหน้ามองเขา ใช้น้ำเสียงราบเรียบชวนให้โมโหพูดว่า ‘คุณไม่ต้องช่วยฉัน ฉันไม่ใช่ตัวประกัน แล้วคุณก็ไม่อาจปลดล็อกกุญแจนี่ได้…’

เขาไม่รอให้เธอพูดจบ หมุนตัวออกไป แต่ก็ไม่ได้ไปไกล เขาเจอตู้ดับเพลิงอยู่ด้านนอกประตู เขาถีบตู้นั้นแตก หยิบขวานที่อยู่ในตู้ออกมาแล้ววิ่งกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาได้เห็นแววตาที่ราบเรียบของเธอแสดงความประหลาดใจขึ้นมาเพียงแวบเดียว

เขาไม่เสียเวลาพูดอะไรกับเธอ ใช้แรงยกขวานขึ้นฟันแผ่นเหล็กที่เชื่อมกับโซ่เหล็ก

ห้องทั้งห้องสั่นไหวด้วยแรงระเบิด ในวันที่ฟ้าสนั่นดินสะเทือนนั้น เขาเงื้อขวานฟันไปสุดกำลัง จนกระทั่งแผ่นเหล็กนั้นเริ่มหลวม เขาเปลี่ยนมาใช้ชะแลง วางขวานคั่นไว้ด้านบน แล้วกระทืบลงไปอย่างแรง

เมื่อเขาออกแรงซ้ำลงไปหลายรอบ ในที่สุดแผ่นเหล็กที่เชื่อมกับโซ่ก็หลุดจากผนัง

เขาใช้ขวานฟันเข้าไปที่สายไฟที่ควบคุมกุญแจมือและเท้าของเธอ เมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้า กุญแจมือเท้าก็หมดสภาพ พวกมันร่วงหล่นลงที่พื้น

เขาหันกลับมาเห็นเธอยืนนิ่งจ้องมองเขาอยู่ เข้าคว้ามือเธอแล้ววิ่งออกไป

ทางเดินทุกทิศทุกทางมีเปลวไฟลามออกมา เสียงระเบิดเหมือนกับปีศาจวิ่งไล่ตามหลังเขาและเธอ พื้นก็เอียงมากขึ้น เขาพาเธอวิ่งขึ้นไปด้านบนพลางค้นหาแผนที่ในหัวเพื่อหาทางออกที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว แต่ระเบิดอีกลูกก็ได้ปิดทางออกสุดท้ายไปแล้ว มองดูไฟที่กำลังลุกท่วมบันไดเหล็ก เขาสบถเสียงดัง แล้วผู้หญิงคนนั้นก็พลิกมือมาจับเขาไว้

‘นั่น’

เขาหันกลับมาเห็นเธอชี้ไปอีกด้านแล้วบอกเขา

‘ยังมีบันได สำหรับพนักงานซ่อมบำรุงใช้’

ท่ามกลางเปลวเพลิง เขามองอะไรไม่เห็นเลย เมื่อเธอหมุนตัววิ่งออกไป เขาก็วิ่งตามเธอไปอย่างไม่ต้องคิดอะไรแล้ว

สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือความเร็วของเธอ ซ้ำท่าทางยังสงบนิ่งอีก แม้ว่าจะมีควันหนาทึบ เปลวไฟลามเลียไปทุกที่ แต่เธอก็ยังหาบันไดเหล็กนั้นได้อย่างแม่นยำ แล้วก็ปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วราวกับลิง เขาตามเธอไปด้วยความรวดเร็ว ปีนขึ้นไปบนยอดด้วยความยากลำบาก ระเบิดอีกลูกทำให้เธอเสียหลักตกลงไป ยังดีที่เขาคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน

และเป็นอีกครั้งที่เธอมองเขาอย่างประหลาดใจ

เขาดึงตัวเธอขึ้นมา

พื้นเรือเอียงมากขึ้น ได้ยินเสียงน่ากลัวของน้ำที่ซัดมา เขาดึงตัวเธอให้มุ่งไปยังทางออกต่อไป วันนั้นแสงแดดเจิดจ้า เบื้องหลังยังมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง รู้สึกได้ถึงอันตราย เขากอดเธอไว้แนบอก วินาทีถัดมาทั้งคู่ถูกเหวี่ยงตกลงไปในทะเล

ในขณะนั้นประสาทสั่งงานเขาหยุดชะงัก ปล่อยมือออก เมื่อเขาได้สติกลับมาถึงได้รู้ตัวว่าตนเองตกลงมาในทะเลแล้ว กำลังจะจมลงก้นทะเลพร้อมกับเศษเหล็กและสิ่งของต่างๆ

เขามองเห็นเรือขนสินค้าที่อยู่ไม่ไกลนักถูกเพลิงลุกไหม้และกำลังจะจมลง มองเห็นมือที่ไร้เรี่ยวแรงทั้งสองข้าง มองเห็นดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงบนพื้นน้ำส่งประกายระยิบระยับ

เขาลองขยับแข้งขา แต่พวกมันไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แล้วในขณะนั้นเขาก็มองเห็นเธอ

ผู้หญิงคนนั้นดำดิ่งลงมาในทะเลสีครามด้วยความรวดเร็วราวกับเป็นนางเงือก ว่ายเข้าตรงมาหาเขาแล้วจับมือเขาไว้ จากนั้นก็พาเขาขึ้นมาสู่ผิวน้ำ

หานอู่ฉีขับสปีดโบ๊ตด้วยความเร็วสูงเข้ามาใกล้ อาเหล่ยและอาเฟิงยื่นมือออกมาดึงทั้งคู่ขึ้นจากทะเล

ขณะที่อยู่บนเรือเขาก็สำลักน้ำทะเลที่อยู่เต็มปอด ในที่สุดก็สามารถนั่งลงได้ มองเห็นหญิงสาวที่เปียกไปทั้งตัวห่มผ้าที่เขิ่นเอินส่งให้ เธอกำลังจ้องมองดูเรือลำนั้นจมลงไปอย่างไร้ความรู้สึก

‘นี่ คุณยังโอเคไหม’

เธอดึงสายตากลับมา ใบหน้ายังคงไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ไม่มีความโล่งใจ ไม่มีความยินดี ไม่ได้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มือเธอไม่ได้สั่น ดวงตานิ่งไม่กะพริบ

เธอยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างความสงบนิ่ง ดูสงบนิ่งจนน่ากลัว

นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนธรรมดาที่เพิ่งหนีตายออกมาได้ และคนธรรมดาก็คงไม่ถูกใส่กุญแจข้อมือข้อเท้าไว้แบบนั้น

ลมทะเลพัดผมที่เปียกชื้นและใบหน้าเล็กๆ ที่มีหยดน้ำเกาะของเธอ ไม่รู้ว่าเธอได้แผลที่หน้าผากตั้งแต่เมื่อไหร่ รอยแผลยังมีเลือดไหลซึมออกมา

เขารีบคว้ากระเป๋าพยาบาลที่อยู่ใต้เก้าอี้ขึ้นมา หยิบสำลีแผ่นกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มาทำความสะอาดแผลและห้ามเลือดให้เธอ เป็นอีกครั้งที่เธอได้แต่นิ่งเงียบ

ขณะที่เขาช่วยปิดพลาสเตอร์ที่หน้าผากให้กับเธอก็อดที่จะถามไม่ได้ว่า

‘คุณชื่ออะไร’

เธอใช้ดวงตาดำขลับที่สงบนิ่งจ้องมองเขาครู่หนึ่ง จึงได้เอ่ยออกมาสองพยางค์

‘ฮั่วเซียง’

เรือสินค้าที่ถูกไฟไหม้กำลังจมลง ส่งเสียงดังน่ากลัว เขาหันกลับไปมอง เห็นว่ามันขาดเป็นสองส่วน เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง เปลวไฟลุกโชนพร้อมกับควันดำหนาทึบพุ่งตามขึ้นมา

หานอู่ฉียังคงขับเรือสปีดโบ๊ตพุ่งทะยานอยู่ในท้องน้ำ ค่อยๆ ทิ้งห่างจากเรือสินค้าที่กำลังจมลงสู่ใต้ท้องทะเล

‘ทำไมคุณถึงถูกขังไว้บนเรือนั่น’

เธอไม่ตอบ ได้แต่มองเรือลำนั้น ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ในขณะที่เขาคิดว่าเธอคงจะไม่ตอบแล้วนั้น เธอก็เอ่ยปากขึ้น

‘เพราะฉันฆ่าหัวหน้าของแบล็กแชโดว์’

เขานิ่งไป เธอหันกลับมามองเขาด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกพร้อมกับพูดต่อว่า

‘ฉันเป็นหนึ่งในนั้น ฉันคือนักฆ่าที่แบล็กแชโดว์ฝึกมา’

หน้าที่แล้ว1 of 5

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in Jamsai

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สามีข้ากลายเป็นท่านอาเสียแล้ว บทที่ 4-บทที่ 6

บทที่ 4 พบคนในอดีต ภายนอกรถม้าคันใหญ่ทั้งหมดสี่คันนับว่าหรูหรางดงาม ไม่แปลกที่จะถูกโจรหมายตาเข้า เพียงแต่ที่ด้านหลังขบวน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สามีข้ากลายเป็นท่านอาเสียแล้ว บทที่ 13-บทที่ 15

บทที่ 13 ตามใจถึงเพียงนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงคิดไม่ถึงว่าเจียงชิงหว่านจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่าอยากอยู่กับตน ทั้งที่เมื่อก่อนต...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สามีข้ากลายเป็นท่านอาเสียแล้ว บทที่ 7-บทที่ 9

บทที่ 7 พ่อลูกพบหน้า  ในขณะที่เมิ่งอี๋เหนียงกับเจียงเทียนโย่วกำลังคุยกัน เจียงชิงอวี้กลับมองดูจานหยกประดับใบนั้นรวมถึงสิ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สามีข้ากลายเป็นท่านอาเสียแล้ว บทที่ 22-บทที่ 24

บทที่ 22 สหายสนิทในชาติก่อน แม้จะผ่านมาถึงปัจจุบัน เจียงชิงหว่านก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดซุนอิ้งเซวียนถึงทำกับนางเช่นนั้น ...

jamsai.com