Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย ปราชญ์กู้บัลลังก์ บทที่ 4.1 #นิยายวาย

ร้านยาเป่าจี้อยู่ทางตะวันออกของเมือง…หลี่จื้อเฟิงหมุนตัววิ่งตรงไปทางอำเภอเพ่ยเสี้ยน ออกจากปราสาทเขาปี้อวี่ตอนสาย ตกบ่ายค่อยถึงอำเภอเพ่ยเสี้ยน หลี่จื้อเฟิงไม่ได้ดื่มน้ำเลยสักอึก วิ่งตรงเข้าไปในร้านยาทันที ช่วงเหมันต์มักจะมีโรคเจ็บคอและอาการไอแพร่ระบาด จึงมีชาวบ้านนั่งรอตรวจอาการและซื้อยาไม่น้อย

หลี่จื้อเฟิงเข้าไปในร้านแล้วถามว่า “ท่านใดคือท่านหมอสิง”

คนหนึ่งชี้บอกทางให้หลี่จื้อเฟิง เป็นชายชราที่นั่งอยู่ในห้องโถงนั่นเอง หลี่จื้อเฟิงถลันเข้าไปหาแล้วเอาเงินห้าเฉียนวางบนโต๊ะ “ท่านหมอ เชิญท่านไปดูอาการคุณชายบ้านข้าที”

ชายชราเห็นหลี่จื้อเฟิงก็บันดาลโทสะ “เจ้าเป็นตัวอะไร กระทั่งพญายมมาจับคนที่นี่ยังต้องเข้าแถว รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่รู้จักกฎระเบียบเสียเลยจริงๆ”

พวกคนไข้หัวเราะกันคิกคัก หลี่จื้อเฟิงเอ่ยว่า “อยู่ที่ปราสาทเขาปี้อวี่ ค่อนข้างไกล”

ท่านหมอสิงเอาไม้เท้าฟาดหัวหลี่จื้อเฟิงโดยไม่บอกกล่าวแล้วตะคอกด้วยความโมโหว่า “ไม่ไป! ไม่ไป!”

ไม้เท้าฟาดใส่หลี่จื้อเฟิงหลายที แต่หลี่จื้อเฟิงกลับรวบชายเสื้อแล้วงอเข่าลงข้างเดียว ตามด้วยเข่าอีกข้างจนคุกเข่าตัวตรงแน่วอยู่บนพื้น จากนั้นค้อมตัวโขกศีรษะ หน้าผากกระแทกกับพื้นเสียงดังตึงๆ

ใช่ว่าท่านหมอสิงไม่เคยเจอคนคุกเข่าโขกศีรษะให้ แต่ไม่เคยได้ยินเสียงดังเช่นนี้จึงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

“ท่านหมอ คุณชายโหยวเหมี่ยวของข้ามีไข้ตัวร้อน มารดาเขาตายไปนานแล้ว บิดากลับตั้งตี๋จื่อคนใหม่ เห็นเขาล้มป่วยก็ไม่สนใจเขา ขอร้องท่านล่ะไปกับข้าสักครั้งเถอะ ปากข้าไม่รู้จักพูดดีๆ บุญคุณครั้งนี้…”

“โหยวเหมี่ยว?” ดวงตาของท่านหมอสิงเป็นประกาย

พวกคนไข้เขย่งเท้าดู ไม่รู้ว่าหลี่จื้อเฟิงพูดอะไร แค่เห็นเขาพูดพึมพำแล้วโขกศีรษะตึงๆ เสียงนั่นดังจนคนข้างๆ ยังได้ยิน

“ไปสิ ท่านหมอสิง!”

“ถ้าเกิดเป็นโรคปัจจุบันทันด่วนเล่า”

“ใช่ๆ ชีวิตคนสำคัญกว่า โขกศีรษะรุนแรงขนาดนี้ อย่าถ่วงเวลาเลย”

คนไข้หลายคนช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อม หลี่จื้อเฟิงโขกศีรษะอีกครั้ง พอครั้งที่สามท่านหมอสิงก็นั่งไม่อยู่สุข “พอแล้วๆ เจ้าลุกขึ้นได้ ข้าจะไปสักหนแล้วกัน”

ท่านหมอสิงเดินเข้าไปหยิบล่วมยาในห้องด้านหลัง และสั่งให้ลูกศิษย์ออกไปตรวจอาการแทน หลี่จื้อเฟิงเดินนำทางอยู่ด้านหน้า ท่านหมอสิงเดินออกจากร้านยาก็ถามว่า “รถม้าเล่า ไม่มีรถไม่มีม้า เจ้าจะให้ข้าเดินไปกับเจ้าตั้งสี่สิบลี้?!”

“ข้าจะแบกท่าน” หลี่จื้อเฟิงเอ่ย

ท่านหมอสิงพูดอะไรไม่ออก หลี่จื้อเฟิงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ท่านหมอสิงเพิ่งรู้ว่าหลี่จื้อเฟิงเป็นคนพูดจริงทำจริงก็หนวดกระดิกด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม เจ้า…”

หลี่จื้อเฟิงไม่ขยับ ท่านหมอสิงเอ่ยว่า “ช่างเถอะ เจ้าขึ้นเขาค่อยแบก เดินไปๆ”

ทว่าหลี่จื้อเฟิงยังคงคุกเข่าข้างเดียวและหันหลังให้เช่นเดิม ท่านหมอสิงอดหัวเราะขบขันไม่ได้ “เจ้าหนุ่มมาจากไหนหรือ เหตุใดถึงได้หัวแข็งเช่นนี้”

ผู้คนล้อมวงชมดู ต่างก็รู้สึกว่าพฤติกรรมของหลี่จื้อเฟิงช่างสะดุดตาและน่าขันมาก แต่นิสัยหัวแข็งของหลี่จื้อเฟิงก็ถูกใจท่านหมอสิงพอดี ท่านหมอจึงหัวเราะฮ่าๆ แล้วเอ่ยว่า “เอาล่ะ ไปกันเถอะ”

พอท่านหมอสิงกล่าวจบก็ขึ้นหลัง หลี่จื้อเฟิงค่อยลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งตรงกลับไปที่ปราสาทเขาปี้อวี่

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in everY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

jamsai.com