Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย ปราชญ์กู้บัลลังก์ บทที่ 3.2 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 12

สามารถอ่านบทก่อนหน้าได้ที่ >> บทที่ 3.1

 

อย่างน้อยบิดาก็ยังใส่ใจอยู่บ้าง แต่โหยวเหมี่ยวกลับยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองใจ บ่าวคนหนึ่งกำลังกวาดสวน เขาเป็นบ่าวที่เคยปรนนิบัติรับใช้โหยวเหมี่ยวมาก่อนนั่นเอง ชื่อว่ามู่ฉี เวลานี้มู่ฉีโยนไม้กวาดทิ้งแล้วละล่ำละลักพูดว่า “คุณชาย!”

โหยวเหมี่ยวทราบดีว่าสีหน้าตัวเองคงแย่มาก ไม่ยอมปริปากพูดสักคำ เดินเข้าห้องก็เหวี่ยงประตูปิดโครม

หลี่จื้อเฟิงกับมู่ฉียืนอยู่ในสวน มองหน้ากันไปมาโดยไม่ได้สนทนาอะไรกันอยู่ครู่ใหญ่

 

ในห้องยังตกแต่งเหมือนเดิมทุกอย่าง โหยวเหมี่ยวล้มตัวลงนอนคว่ำบนเตียงพลางครุ่นคิดกลับไปกลับมา ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะพบเจอกับเรื่องเช่นนี้

นางหวังที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามา ทั้งยังมีบุตรชายคนโตที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เรียกว่าเปลี่ยนแปลงชนิดฟ้าดินพลิกคว่ำตีลังกาเลยทีเดียว นึกจะเปลี่ยนตัวบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกก็เปลี่ยนกันทันที เรื่องเช่นนี้เปลี่ยนแปลงกันได้ด้วยหรือ?! จู่ๆ โหยวเหมี่ยวก็ลุกพรวดขึ้นมา คิดจะไปซักถามที่เรือนใหญ่ให้ชัดเจน แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องสองรอบแล้วตัดสินใจทรุดตัวลงนั่ง ทุกอย่างราวกับฝันร้ายก็ไม่ปาน

ยามจันทราเผยโฉมบนท้องนภา มู่ฉีเคาะประตูบอกว่า “คุณชาย ได้เวลากินอาหารแล้ว”

โหยวเหมี่ยวเผลอหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็ปวดหัวเหมือนจะระเบิด มู่ฉียกถาดอาหารเข้ามา โหยวเหมี่ยวไม่ได้มีโทสะ แค่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “คนอื่นเล่า ชุนเซียง หมิงเยี่ย พวกนางเล่า”

“ถูกย้ายไปปรนนิบัติคุณชายใหญ่แล้ว ไม่คิดว่าคุณชายจะกลับมาเร็วเช่นนี้จึงยังไม่ได้ส่งคนใหม่มาที่เรือนปีกตะวันออก พรุ่งนี้ข้าน้อยจะไปเร่งพ่อบ้านหลินดูว่าเมื่อไร…” มู่ฉีตอบ

“ช่างเถอะ” โหยวเหมี่ยวเอ่ยแทรก “รอท่านพ่อกลับมาค่อยว่ากัน พวกเจ้าก็ไปกินเถอะ ไม่ต้องมาปรนนิบัติข้า”

มู่ฉีจัดวางอาหารบนโต๊ะแล้วจุดเตาไฟเพิ่มความอบอุ่น อาหารการกินไม่ได้แตกต่างจากเมื่อก่อนเพราะคงไม่กล้าตัดทอนมากนัก โหยวเหมี่ยวทราบดีว่านางหวังไม่กล้าวางอำนาจกับเรื่องอาหารการกินของเขาแน่ ไม่เช่นนั้นรอโหยวเต๋อชวนกลับมาถามคงบอกกล่าวลำบาก

หลี่จื้อเฟิงเก็บข้าวของอย่างลวกๆ แล้วมานั่งกินข้าวกับมู่ฉีนอกห้อง โหยวเหมี่ยวกินอะไรก็รู้สึกขมคอไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จึงคีบกินแค่ไม่กี่คำแล้วกลับไปล้มตัวนอนบนเตียง เรื่องราวต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัว ยามสอง* มู่ฉีเข้ามาตัดไส้เทียนดับไฟนอน เรือนปีกตะวันออกเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมเงียบสงัดตลอดทั้งคืน

วันรุ่งขึ้นโหยวเหมี่ยวตื่นมา ไม่มีใครให้เรียกใช้สักคน เมื่อก่อนตอนยังอยู่บ้าน สาวใช้สี่คนและบ่าวชายสองคนมักจะส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจพูดคุยกันอยู่ในสวนไม่หยุด เวลานี้เหลือเพียงมู่ฉีกับหลี่จื้อเฟิง ทว่าเงียบกริบไม่มีเสียงพูดคุยกันสักนิด มู่ฉีตื่นเช้ามาก็รีบเข้ามาปรนนิบัติแต่โหยวเหมี่ยวเอ่ยว่า “ให้หลี่จื้อเฟิงทำแทน ส่วนเจ้าไม่ต้องออกไป ปิดประตูเสีย ข้าถามประโยคหนึ่ง เจ้าก็ตอบประโยคหนึ่ง”

หลี่จื้อเฟิงขยับเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ โหยวเหมี่ยวเปลี่ยนชุดพลางซักถามมู่ฉีไปด้วย

“ฮูหยินกับคุณชายใหญ่อะไรนั่นย้ายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร” โหยวเหมี่ยวถาม

มู่ฉีรับใช้โหยวเหมี่ยวมาตั้งแต่อายุสิบสอง นายบ่าวอยู่ด้วยกันมาห้าปี ไม่เหมือนบ่าวไพร่คนอื่นๆ ในบ้าน เขาทราบเรื่องที่โหยวเหมี่ยวโดนลดฐานะเป็นบุตรชายคนรองดี เวลานี้ยังถูกส่งมาทำงานในเรือนปีกตะวันออก จึงตระหนักดีว่าชั่วชีวิตนี้อย่าได้คิดเป็นอื่นอีกเลย เพราะตนเองกลายเป็นคนที่ลงเรือลำเดียวกับคุณชายโหยวเหมี่ยวไปแล้ว สิ่งที่ควรบอกกล่าวก็จงพูดไปให้หมด “ย้ายเข้ามาเมื่อสองปีก่อนขอรับ”

* ยามสอง คือช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 23.00 น.

 

หน้าที่แล้ว1 of 12

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in everY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ราชันใต้อาณัติ เล่ม 3 บทที่ 1

บทที่ 1 “โยวโยว ยิ้มหน่อย เจ้าทำหน้าบึ้งเพียงนี้ ข้าเห็นแล้วไม่ชิน” เหยียนตี้ยิ้มพลางบรรจงหอมแก้มนาง ฉินโยวโยวแค่นเสียงพ...

กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 1

บทที่ 1 เมืองหานตัน แคว้นจ้าว ผิงหยวนจวิน ในตอนนี้รู้สึกปวดใจยิ่ง เจ้าแคว้นผู้เป็นพี่ชายสิ้นบุญ รัชทายาทที่จะสืบทอดบัลลั...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ราชันใต้อาณัติ เล่ม 3 บทที่ 2

บทที่ 2 ฮ่องเต้ประหนึ่งกลัวว่าฉินโยวโยวจะเปลี่ยนใจ จึงปล่อยเหยี่ยวส่งสารที่ใช้ติดต่อกับบรรดาผู้อาวุโสที่เขตหวงห้ามหมู่บ้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ราชันใต้อาณัติ เล่ม 3 บทที่ 3

บทที่ 3 “ข้าตัดชุดใหม่ให้เสี่ยวฮุย ท่านดูซิว่าสวยหรือไม่” ฉินโยวโยวกางชุดตัวน้อยสีชมพูตัวนั้นออกให้เหยียนตี้ดู สีหน้าท่า...

jamsai.com