Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย ปราชญ์กู้บัลลังก์ บทที่ 3.1 #นิยายวาย

เสียงของโหยวเหมี่ยวลอยไปกับสายลมหวีดหวิว เกล็ดหิมะที่เกาะเส้นผมยาวกระเซิงของหลี่จื้อเฟิงปลิวกระจายตามลม หิมะหยุดตกแล้ว

“ใคร?!”

มีคนขี่ม้าออกมาจากด่าน ทหารเฝ้าด่านนั่นเอง รอดแล้ว

แผ่นหินยักษ์เหนือด่านสลักตัวอักษรคำว่า ‘ด่านเจิ้งเหลียง’ นี่เป็นด่านแรกของทางเหนือ พอเข้าด่านจะเป็นเขตกวนตง** เข้าสู่ดินแดนของชาวฮั่นอย่างแท้จริง แม้ว่าจะเป็นเดือนสุดท้ายก่อนหมดเหมันตฤดู แต่ตรงราวแขวนป้ายโลหะมีป้ายชื่อเรียงรายบ่งบอกว่ามีทหารประจำอยู่ที่ด่านสิบกว่านาย ลึกเข้าไปเป็นค่ายทหารของแม่ทัพเฝ้าด่านเขตกวนตง ส่วนทางทิศตะวันออกเป็นเขตเมืองเหลียงโจว

ทหารแคว้นเทียนฉี่พาโหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงเข้าไปในบ้านเล็กๆ ภายในมีกองไฟกำลังลุกโชติช่วง หิมะบนตัวพวกเขาทั้งคู่ละลายจนกลายเป็นแอ่งน้ำบนพื้น หลี่จื้อเฟิงนอนนิ่งอยู่บนเตียง พวกทหารคุ้นเคยกับบาดแผลจากธนูดีจึงยกสุรามาให้ คนผู้หนึ่งเอ่ยว่า “หลบไปๆ”

โหยวเหมี่ยวถามด้วยความร้อนใจว่า “เขาคงไม่ตายกระมัง”

“ไม่ตายๆ!” พวกทหารตอบ “เด็กไปเล่นข้างๆ นู่น นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า เขาแค่เสียเลือดมากเกินจนหน้ามืดเท่านั้น”

“เมื่อครู่ข้านึกว่าเขาตายเสียแล้ว”

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า…” พวกทหารหัวเราะเบิกบาน คนที่มีผ้าพันแผลพันรอบตัวเดินถือมีดสั้นเข้ามาแล้วหยอกล้อว่า “หึ อดทนมาได้นานขนาดนี้ นับว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง”

โหยวเหมี่ยวคุกเข่าข้างเดียวอยู่ข้างเตียง จับมือหลี่จื้อเฟิงไว้แล้วกล่าวว่า “เจ้าจะให้ข้าจากไปคนเดียวได้อย่างไร…”

“คู่รักสินะ” ทหารนายหนึ่งหยอกล้อด้วยความปากเบา “โดนธนูยิงแค่นี้ก็ทำท่าจะเป็นจะตาย”

หลี่จื้อเฟิงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ทหารอีกนายเอ่ยว่า “จับเขาไว้ ข้าจะดึงลูกศรออกแล้ว”

ธนูโดนพลังกระแทกหักดังเปร๊าะ หลี่จื้อเฟิงยังคงจ้องมองโหยวเหมี่ยวโดยไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตา จากนั้นทหารนายนั้นก็กดมีดลงไปแล้วแซะหัวลูกศร เมื่อหัวลูกศรเหล็กร่วงเคร้งลงพื้น ทหารอีกนายก็ราดสุราลงไปที่แผล มือของหลี่จื้อเฟิงกำแน่น หัวคิ้วขมวดเป็นปม

“ใช้ได้”

พวกทหารพอกยาให้หลี่จื้อเฟิงแล้วเอาผ้าพันไว้อย่างแน่นหนา เซี่ยวเว่ยเอ่ยว่า “ลุกขึ้น”

หลี่จื้อเฟิงเอามือยันตัวลุกขึ้นมานั่ง โหยวเหมี่ยวเห็นอีกฝ่ายปลอดภัยดีก็วางใจ ตอนที่เซี่ยวเว่ยพันแผลให้เขาสังเกตเห็นรอยสักตรงคอหลี่จื้อเฟิงก็ขมวดคิ้ว “…ชาวเฉวี่ยนหรงหรือ”

พอคำพูดดังกล่าวหลุดออกจากปาก ภายในห้องพลันเงียบกริบ พวกทหารค่อยๆ ถอยหลังกันไปหมด มือแตะอยู่ที่ฝักดาบข้างเอว

โหยวเหมี่ยวรีบร้อนอธิบายว่า “อย่าเพิ่งลงไม้ลงมือกัน! เขาเป็นทาสบ้านข้า ข้ากล้ารับประกันว่าเขาไม่มีทางฆ่าคนแน่ อย่าทำร้ายเขา”

เซี่ยวเว่ยไม่ได้พูดอะไร โยนผ้าพันแผลทิ้งไว้บนเตียงแล้วหมุนตัวเดินออกไป เอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มนิดๆ “หึ น่าสนใจ วันนี้ช่วยสุนัขเฉวี่ยนหรงไว้ตัวหนึ่ง”

พวกทหารออกไปกันหมดแล้ว ในห้องเหลือเพียงโหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงสองคน

** เขตกวนตง คือพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in everY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อัครเสนาบดีหญิง บทที่ 1 – บทที่ 2

บทที่ 1 ฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนัก เซี่ยหมิงกวงขุนนางเจ้าเล่ห์แห่งยุคผู้นั้นแทบจะตายอยู่แล้ว ทว่ายังกอด...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อัครเสนาบดีหญิง บทที่ 9 – บทที่ 10 – บทที่ 11

บทที่ 9  เรื่องลูกกระเดือก ไม่ใช่ว่าเซี่ยซูจะมองข้าม ตอนที่เซี่ยหมิงกวงยังอยู่ก็ได้บอกให้นางหาช่างฝีมือเก่งๆ มาทำลูกกระเ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อัครเสนาบดีหญิง บทที่ 3 – บทที่ 4

บทที่ 3 สกุลเซี่ยเป็นตระกูลใหญ่ เฉพาะที่อาศัยในจวนก็มีอยู่เกือบร้อยคน เซี่ยซูเข้ามาอยู่ในสกุลเซี่ยตอนที่โตแล้ว ทุกวันในอ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อัครเสนาบดีหญิง บทที่ 5 – บทที่ 6

บทที่ 5 เซี่ยซูกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับรายงานบนโต๊ะ ไล่ดูความเป็นมาของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเล่ออันทีละคนๆ ทว่าตำแหน่งอัครเส...

jamsai.com