Connect with us

Jamsai

ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์

ทดลองอ่าน ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ ตอนที่หก

หน้าที่แล้ว1 of 6

ตอนที่หก

 

จิ้งไท่เฟยกลับไม่รีบไม่ร้อน ทรงลุกขึ้นจากตั่งแล้วจัดปลายผมเส้นหนึ่งที่ไม่เรียบร้อย แย้มยิ้มน้อยๆ ก่อนตรัสว่า “วาจานี้ได้ฟังกลับคุ้นหู เด็กน้อยปากกล้าเอ๋ย ความผิดเช่นนี้ยี่สิบปีก่อนข้าก็เคยกระทำ เอาใจเขามาใส่ใจข้าแล้ว ข้าก็ไม่เอาเรื่องเจ้าหรอก เจ้ากลับไปเสียเถิด”

ไป๋อวี้ฉีมีเพลิงโทสะที่ยากระงับได้ แต่เพราะไม่อาจตบมือข้างเดียวนางจึงได้แต่สะบัดอาภรณ์จากไป ชายกระโปรงพลิ้วไหว ผมยาวดำขลับแผ่สยายดุจธารน้ำตก เงาด้านหลังงดงามราวเทพเซียนจุติลงมา

จิ้งไท่เฟยมองเงาหลังที่ค่อยๆ เดินจากไปไกล อดนึกถึงตนเองเมื่อสามสิบปีก่อนไม่ได้ นางก็เคยงามพริ้งเพราเช่นนี้ ทั้งยังเคยสวมอาภรณ์งามเลิศเช่นนี้มาก่อน

จิ้งไท่เฟยพลันหดหู่ใจจนเกือบหายใจไม่ออก นางถูกกระตุ้นจนกระอักไอขึ้นมาทันที เฉิงหมัวมัวรีบเข้าไปประคองแล้วช่วยตบหลังนางอย่างชำนาญพลางพูดอย่างร้อนใจ “จะกริ้วอันใดกับเด็กคนหนึ่งเล่าเพคะ อย่าได้มีโทสะไปเลย!”

จิ้งไท่เฟยยิ้มขมขื่น นางไหนเลยจะมีโทสะ เพียงแค่รู้สึกใจหายก็เท่านั้น…

ไป๋เสวี่ยฝูเห็นว่าจู่ๆ จิ้งไท่เฟยก็ไออย่างรุนแรง มือไม้ทำอะไรไม่ถูก นางจึงถามขึ้นอย่างเป็นห่วง “จิ้งไท่เฟยทรงเป็นอะไรหรือเพคะ อยู่ดีๆ ก็ไอเช่นนี้ ต้องให้คนไปตามหมอหลวงหรือไม่เพคะ”

“ไม่เป็นอะไร นี่เป็นโรคเก่าโรคแก่น่ะ เจออากาศแห้งก็มักจะไอ” จิ้งไท่เฟยกล่าวจบก็ไออีกระลอก กว่าจะทุเลาลงก็ยากเย็น ทรงร้องโอดโอยครั้งหนึ่งก่อนจะกลับลงไปนอนบนตั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าที่แต่เดิมขาวซีดยิ่งดูซีดลงไปอีกขั้นหนึ่ง ชวนให้สงสารจับใจแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้

ไป๋เสวี่ยฝูเมื่อได้ยินว่าเป็นโรคเก่าแก่พลันเงยหน้ามองดอกสาลี่ที่ซ้อนสลับเป็นชั้นๆ นอกเรือนปราดหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “จิ้งไท่เฟยอาจทรงลองใช้ดอกสาลี่แห้งชงดื่มกับน้ำได้นะเพคะ ทรงดื่มวันละถ้วย บางทีอาการไออาจดีขึ้นบ้างเพคะ”

จิ้งไท่เฟยกลับส่ายหน้า ตรัสอย่างอ่อนแรงอยู่บ้าง “ช่างเถิด ไม่นับว่าเป็นโรคร้ายแรงอะไร มิสู้สุขใจเท่าได้ฟังเจ้าบรรเลงเพลงพิณอีกสักเพลง”

ไป๋เสวี่ยฝูได้ยินรับสั่งเช่นนี้ ทั้งยังเห็นพระองค์ทรงอ่อนแรงย่อมมิอาจไม่ทำตามพระประสงค์เล็กๆ นี้ ไม่พูดให้มากความอีก ไป๋เสวี่ยฝูก็ย่างเท้าเคลื่อนไปทางที่ตั้งพิณแล้วบรรเลงบทเพลงขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้นางเลือกอีกเพลงหนึ่ง ไม่นับว่าเบิกบานแต่ก็ไม่เศร้าโศก เสียงพิณหลั่งไหลจากมือที่สัมผัสสายพิณ ลอยละล่องไปยังทุกซอกทุกมุมภายในเรือน

แววตาบริสุทธิ์เบนไปหาจิ้งไท่เฟย ไป๋เสวี่ยฝูสัมผัสได้ว่าใบหน้าที่ไม่อ่อนเยาว์นั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากเศร้าโศกเป็นเรียบเฉย และสุดท้ายก็เย็นชา กระแสความเย็นชานั้นทำให้เรียวนิ้วของไป๋เสวี่ยฝูพลันสั่นระริก หลังจากดีดผิดไปจังหวะหนึ่งก็ผิดติดต่อกันซ้ำไปมา นางดีดต่อไม่ได้อีกแล้ว ในที่สุดไป๋เสวี่ยฝูก็เข้าใจสาเหตุที่สีหน้าของจิ้งไท่เฟยแปรเปลี่ยนรวดเร็วเพียงนั้น

ณ ประตูใหญ่ บุรุษที่นางเพิ่งได้พบเพียงสองครั้งหลังจากเข้าวังกำลังยืนอยู่ที่ข้างประตู และยังคงสวมชุดคลุมยาวสีแดงโลหิตปักดิ้นทอง ผมสีดำดุจหมึก ใบหน้าแข็งกร้าวมีความอบอุ่นอ่อนโยนที่ไป๋เสวี่ยฝูไม่เคยพบ แม้แต่แววตาที่เย็นชาอยู่เสมอในยามนี้ก็ยังเปล่งประกายอ่อนโยนน่าหลงใหล

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะจิ้งไท่เฟย?

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

Continue Reading

More in ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 9-10

บทที่เก้า ในตอนที่หลี่หลิงหว่านตั้งใจจะเปิดปากเอ่ยถามนามของภิกษุรูปนี้ นางก็เห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นทักทายนาง จากนั้นก็เปิดป...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 11-12

บทที่สิบเอ็ด ฮูหยินผู้เฒ่าพาทุกคนกลับไป เป็นเพราะให้ท่านเจ้าอาวาสทำนายชะตาชีวิตแก่คนในครอบครัวไม่สำเร็จ ในใจฮูหยินผู้เฒ่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ทั่นฮวาในดวงใจ บทที่หนึ่ง

บทที่หนึ่ง  เด็ก...เด็กเสียจนน่าตกใจ เด็กอายุน้อยเพียงนี้กลับสามารถสอบผ่านระดับเตี้ยนซื่อ ได้ด้วยความเรียงอันโดดเด่น ย่อ...

overgraY

เสด็จอา บทที่ 3.1 #นิยายวาย

บทที่ 3.1   วันถัดมา ข้าเข้าวังเพื่อกราบทูลผลการลงโทษชายาต่อฝ่าบาทและไทเฮา เดิมทีข้าจะไปเข้าเฝ้าฉีเจ่อก่อน แต่ขันที...

jamsai.com