Connect with us

Jamsai

ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์

ทดลองอ่าน ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ ตอนที่ห้า

ตำหนักอวิ๋นเหอตั้งอยู่ที่บริเวณห่างไกลของตำหนักใน ปกติจึงมีผู้คนผ่านไปมาน้อย ตั้งแต่วันที่เข้ามาอาศัย นอกจากนางกำนัลและขันทีแล้วก็ไม่เคยมีผู้ใดมาเยือนอีก ไป๋เสวี่ยฝูเดิมก็มีนิสัยรักความสงบอยู่แล้วจึงไม่สนใจว่าที่นี่จะเงียบสงบหรือไม่ ขณะเดียวกันไป๋อวี้ฉีที่อยู่ตำหนักฝั่งตะวันตกหลังจากอึดอัดอยู่หนึ่งวันเต็มก็เริ่มร่ำร้องจะออกจากวังไปหามารดา ไป๋เสวี่ยฝูได้ยินก็เพียงยิ้มขมขื่น ประตูวังลึกดุจมหาสมุทร เมื่อเข้ามาแล้วไหนเลยจะออกไปได้โดยง่ายเล่า

ภายในลานมีต้นดอกสาลี่เก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง ดอกสีขาวสะอาดแย้มบานตลอดทั้งกิ่ง กำจายกลิ่นหอมจรุงใจแก่ผู้คน ไป๋เสวี่ยฝูถือตะกร้าไม้ไผ่พลางเขย่งเท้าขึ้นไปเด็ดดอกสาลี่ขาวสะอาดกิ่งนั้น เซียงเอ๋อร์ไม่เข้าใจจึงเอียงคอถามว่า “เสวี่ยเฟยเพคะ ดอกไม้ผลิบานงดงามอยู่บนกิ่งเด็ดลงมาก็ไม่งดงามแล้วสิเพคะ”

ไป๋เสวี่ยฝูยิ้มบาง “ข้าย่อมทราบดี แต่เห็นว่าดอกสาลี่ใกล้โรยราแล้ว ข้าเลยคิดจะเด็ดจำนวนหนึ่งมาไว้ต้มดื่มในฤดูร้อน”

“ต้มดื่มหรือเพคะ” เซียงเอ๋อร์ยิ่งสงสัยมากขึ้น นางไม่เคยได้ยินว่าดอกสาลี่สามารถนำมาต้มดื่มได้ด้วย

“ ‘สีขาวดีต่อปอด’ เจ้าคงไม่เคยได้ยินกระมัง ดอกสาลี่มีสรรพคุณบำรุงปอด ช่วยลดเสมหะขจัดความร้อน บำรุงหยินให้ความชุ่มชื้น ขับโลหิตเสียล้างพิษในลำไส้ บรรเทาอาการไข้ ช่วยขับลม รวมทั้งลดอาการร้อนใน เมื่อเข้าสู่ปอดก็จะช่วยถ่ายเทเลือดลมจากภายนอกสู่ภายในทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี มีประโยชน์อย่างมาก” ไป๋เสวี่ยฝูเด็ดไปพลางกล่าวไปพลาง

เมื่อก่อนตอนอยู่อารามเมี่ยวเฟิง ทุกปีแม่ชีอวี้เจินจะคอยสั่งให้นางเด็ดดอกสาลี่จำนวนหนึ่งมาตากแห้ง ยามอยากดื่มก็ค่อยต้มให้ทุกคนดื่ม ไป๋เสวี่ยฝูมักหักใจเด็ดดอกไม้ที่ยังสดใหม่งดงามหยาดเยิ้มไม่ได้ จึงกระโดดขึ้นไปบนหลังคาของเรือนหลังเล็กในค่ายกลดอกสาลี่ เก็บดอกสีขาวโพลนเป็นชั้นลงมาล้างให้สะอาด ตากแห้งแล้วนำกลับไปที่อาราม

แสงอาทิตย์รุ่งอรุณอันอ่อนโยนส่องกระทบต้นดอกสาลี่ ลำแสงรำไรตกลงไปบนใบหน้าเล็กขาวสะอาด กลีบดอกไม้สีขาวประหนึ่งปีกผีเสื้อสองสามกลีบร่วงลงมาบนเรือนผมและใบหน้าของไป๋เสวี่ยฝู คิดไม่ถึงว่าลึกเข้ามาในวังหลวงนี้แล้วยังจะได้เห็นดอกสาลี่สีขาวหิมะเช่นนี้อีก ทั้งที่คิดมาตลอดว่าชีวิตนี้คงไม่มีวาสนาได้เคียงคู่กับดอกสาลี่งดงามเช่นนี้อีกแล้ว!

“เสวี่ยเฟยอยากจะเก็บอีกสักเท่าใดหรือ ให้หม่อมฉันช่วยเด็ดเถิดเพคะ” เซียงเอ๋อร์เห็นว่าดอกไม้สีขาวร่วงลงมาทั่วศีรษะและใบหน้าของไป๋เสวี่ยฝูแล้ว นางจึงถามอย่างห่วงใย

ไป๋เสวี่ยฝูส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะกระโดดลงจากเก้าอี้แล้วเอ่ยว่า “เอาล่ะ พอแล้ว”

เซียงเอ๋อร์โล่งใจ รับตะกร้าจากมือไป๋เสวี่ยฝูแล้วก็เดินเข้าห้องไป ไป๋เสวี่ยฝูใช้ผ้าเช็ดหน้าปัดดอกสาลี่ที่ตกอยู่เต็มทั่วใบหน้าและศีรษะออก ขณะหมุนตัวจะเดินเข้าไปในห้องก็ได้ยินไป๋อวี้ฉีก่นด่าเสียงดัง “แถวนี้ใครช่างดีดพิณอยู่ได้ไม่จบไม่สิ้น ให้คนได้หลับได้นอนบ้างมิได้หรือ เสี่ยวชุ่ย! เสี่ยวชุ่ยอยู่ที่ใด ไปจัดการให้ข้าเดี๋ยวนี้!”

นางกำนัลนามเสี่ยวชุ่ยร้อนรนเข้าไปรับหน้า คุกเข่าก้มหน้าเอ่ยอย่างหวาดกลัว “ฉีเฟยเพคะ พื้นที่ด้านข้างมีผู้ใดอาศัยอยู่ก็ไม่อาจทราบได้ หม่อมฉันไม่กล้าเข้าไปเพคะ”

“ไม่ทราบ? เจ้าจะไม่ทราบได้อย่างไร ข้าสั่งให้รีบไปเดี๋ยวนี้!” ไป๋อวี้ฉีไม่สนว่านางจะพูดอะไร ตวาดใส่นางเสียงต่ำ

ไป๋เสวี่ยฝูเงี่ยหูฟังแล้วก็ได้ยินเสียงพิณโบราณจริงๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นบทเพลงเศร้าโศกทว่ากลับฟังแล้วไพเราะยิ่ง ผู้ดีดพิณจะต้องมีฝีมือสูงส่งแน่นอน ไป๋เสวี่ยฝูบังเกิดความสงสัยว่าใครกันแน่ที่กำลังดีดพิณอยู่ เหตุใดจึงอาลัยอาวรณ์ได้ถึงเพียงนี้ หรืออีกฝ่ายจะเป็นเหมือนกับนาง เพราะไม่ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทจึงถูกทอดทิ้งอยู่ในมุมเล็กๆ ของวังหลวง

ฝีเท้าของไป๋เสวี่ยฝูก้าวออกจากตำหนักไปอย่างไม่อาจควบคุม นางเดินมุ่งไปข้างหน้าตามแนวกำแพงสีแดงอย่างระมัดระวัง เสียงพิณยังดังอยู่และยังคงโศกเศร้าถึงเพียงนั้น บางทีอาจเพราะมีความรู้สึกเศร้าโศกคล้ายประสบสิ่งเดียวกันมา นางจึงยิ่งเร่งฝีเท้าจนแทบจะกลั้นหายใจขณะเดินอยู่ระหว่างทางเดินที่ทอดยาวนี้ ไป๋เสวี่ยฝูยังคงสวมชุดสีขาวทั้งตัว สายลมอ่อนโชยพัดอาภรณ์งามพลิ้วไหว

ในฐานะที่เป็นสตรีในองค์จักรพรรดิ แท้จริงแล้วนางจะต้องสวมชุดของชาววัง ทว่าตลอดมาไป๋เสวี่ยฝูกลับไม่เคยสวมชุดชาววังเลย เมื่อคิดว่าอย่างไรก็ไม่ได้พบฝ่าบาทอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดที่นางต้องสวมชุดชาววังอันสลับซับซ้อนนั่นด้วย แต่งกายเช่นนี้นางไปไหนมาไหนได้สะดวกมากกว่า

ในขณะที่ไป๋เสวี่ยฝูกำลังเดินไปเรื่อยๆ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสวบซึ่งเป็นเสียงของอาวุธแหลมคมลอยผ่านยอดไม้ตรงมา ไป๋เสวี่ยฝูตกใจจนใบหน้าถอดสี ก่อนจะเบี่ยงกายในทันที หลบอาวุธคมกริบที่พุ่งมารวดเร็วตามสัญชาตญาณ

มันคือมีดบินเล่มเล็กที่ไม่พบเห็นในแคว้นอวิ๋นเยวี่ย มีดบินปักเข้าไปในกำแพงสีแดงเสียงดังฉึก ไป๋เสวี่ยฝูที่เพิ่งหลุดจากภวังค์พลันตะลึงไปเล็กน้อย แล้วจ้องมองไปที่มีดบินซึ่งปักอยู่บนกำแพงสีแดงอย่างมั่นคง ด้านบนมีกระดาษปักอยู่แผ่นหนึ่ง นางกวาดมองรอบทิศอย่างฉงน เมื่อมองไม่เห็นเงาของผู้ใดสุดท้ายจึงขยับขึ้นหน้าไปหยิบมีดบินลงมาคลี่กระดาษดูอย่างระมัดระวัง

ยังไม่ทันเห็นตัวอักษรด้านบนได้ชัดเจน หางตาก็เหลือบเห็นเงาร่างสีน้ำเงินเข้มเคลื่อนไหวแล้วปราดกายมาที่นาง ไป๋เสวี่ยฝูยกมือข้างที่กำกระดาษอยู่หลบการโจมตีตามสัญชาตญาณทันที

“ส่งมาเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น ผู้ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าคือชายหนุ่มใบหน้าเคร่งขรึม หน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มทั้งตัว ผมสีดำรวบไว้ภายใต้หมวกหยก ช่วงเอวแขวนป้ายหยกทรงกลมลวดลายมังกร มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นองค์ชายหรือไม่ก็คนในสกุลสูงศักดิ์

เมื่อครู่ไม่ทันระวังจึงเผยวรยุทธ์ออกมา ซ้ำยังพบกับคนสกุลสูงศักดิ์เข้าอีก ไป๋เสวี่ยฝูย่อมอดกังวลไม่ได้ มือที่กุมกระดาษกำเป็นหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว นางตอบบุรุษรูปงามว่า “คืนท่านย่อมได้ เพียงแต่ข้าอยากให้ท่านลืมว่าวันนี้เคยพบข้า เหมือนกับที่ข้าจะลืมว่าวันนี้เคยพบท่านที่นี่ ว่าอย่างไรเล่า”

“เดิมทีข้าก็ไม่สนใจเรื่องราวยิบย่อยของวังหลวงอยู่แล้ว ถึงแม่นางไม่พูดก็ย่อมไม่จดจำว่าเคยได้พบแม่นาง” น้ำเสียงของชายหนุ่มสงบลงเล็กน้อย ในใจลอบกังวลอยู่ลึกๆ สายตาไม่ละไปจากกระดาษที่นางกุมไว้ในมือเลยแม้ขณะหนึ่ง

เขาไม่รู้ว่าหญิงสาววรยุทธ์ไม่ธรรมดาผู้นี้คือใคร เหตุใดจึงมาอยู่ในวังหลวง เขาไม่มีแก่ใจไปทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ เพียงอยากชิงจดหมายกลับมาให้เร็วที่สุดเท่านั้น

“เช่นนั้นย่อมเป็นการดีที่สุด” ไป๋เสวี่ยฝูตอบเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วนำกระดาษในมือคืนใส่ฝ่ามือของเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะเดินจากไปก็เอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดี “เยวี่ยเยี่ยมิใช่คนเลอะเลือน หากว่าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ ทางที่ดีจงหยุดการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมดนี้เสีย” กล่าวจบก็มองบุรุษเย็นชาปานน้ำแข็งเช่นเดียวกับเยวี่ยเยี่ยผู้นี้อีกแวบแล้วหมุนตัวจากไป

Comments

comments

Continue Reading

More in ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 9-10

บทที่เก้า ในตอนที่หลี่หลิงหว่านตั้งใจจะเปิดปากเอ่ยถามนามของภิกษุรูปนี้ นางก็เห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นทักทายนาง จากนั้นก็เปิดป...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 11-12

บทที่สิบเอ็ด ฮูหยินผู้เฒ่าพาทุกคนกลับไป เป็นเพราะให้ท่านเจ้าอาวาสทำนายชะตาชีวิตแก่คนในครอบครัวไม่สำเร็จ ในใจฮูหยินผู้เฒ่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ทั่นฮวาในดวงใจ บทที่หนึ่ง

บทที่หนึ่ง  เด็ก...เด็กเสียจนน่าตกใจ เด็กอายุน้อยเพียงนี้กลับสามารถสอบผ่านระดับเตี้ยนซื่อ ได้ด้วยความเรียงอันโดดเด่น ย่อ...

overgraY

เสด็จอา บทที่ 3.1 #นิยายวาย

บทที่ 3.1   วันถัดมา ข้าเข้าวังเพื่อกราบทูลผลการลงโทษชายาต่อฝ่าบาทและไทเฮา เดิมทีข้าจะไปเข้าเฝ้าฉีเจ่อก่อน แต่ขันที...

jamsai.com