Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย มเหสีป่วนรัก เล่ม 1 บทที่ 3 – บทที่ 4

ครั้นเห็นท่าทางเข้มงวดกวดขันเพื่อให้ได้ดีของซู่ฟาง นางก็กลอกตาแล้วยกยิ้ม “ซู่ฟาง เจ้าว่าทุกวันฝ่าบาททรงทำอะไรบ้าง”

ซู่ฟางตอบ “ในแต่ละวันฝ่าบาททรงมีเรื่องให้ต้องจัดการนับหมื่น ย่อมต้องทรงยุ่งมากเพคะ”

จินเฟิ่งยิ้มจางๆ “คนที่วันหนึ่งต้องจัดการกับเรื่องราวนับหมื่นคือท่านพ่อของเราต่างหาก ฝ่าบาทนอกจากโผล่หน้าออกว่าราชกิจแล้วยังทรงทำอะไรอีก”

ซู่ฟางตกใจแทบสลบ “อัครมเหสี คำพูดเช่นนี้จะทรงรับสั่งเหลวไหลมิได้เด็ดขาด ทุกวันฝ่าบาทนอกจากจะไปถวายพระพรพระพันปีในตอนเช้าแล้ว ยังต้องไปเล่าเรียนเขียนอ่านร่วมกับพระอนุชาพระขนิษฐาที่ห้องทรงพระอักษร ตกค่ำยังต้องทรงทบทวนฝึกหัดสิ่งที่เล่าเรียนมา ก่อนหน้านี้องค์จักรพรรดิทรงลืมเขียนบทความที่ราชครูเว่ยสั่ง ถูกพระราชครูเว่ยตีพระหัตถ์จนแดงเถือกไปหมด พระพันปีหลั่งน้ำตาเพื่อองค์จักรพรรดิไปไม่น้อย”

“ราชครูเว่ยคนใด” จินเฟิ่งนึกอยากรู้

“ก็เว่ยเซียงโจว ราชครูเว่ยอย่างไรเล่าเพคะ สมัยอดีตองค์จักรพรรดิยังทรงพระเยาว์ ใต้เท้าเว่ยก็ได้เป็นราชครูแล้ว หนำซ้ำยังเคยตีฝ่าพระหัตถ์ของอดีตองค์จักรพรรดิอีกด้วย”

“มิน่าเล่า แม้แต่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็ยังกล้าตี” จินเฟิ่งพึมพำพูด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งนางก็เอ่ยปากพูดกับซู่ฟาง “ซู่ฟาง เจ้าไม่ต้องร้อนใจไป เราจำพระพักตร์ขององค์จักรพรรดิมิได้ก็ไม่เป็นไร ขอแค่องค์จักรพรรดิจำรูปร่างหน้าตาของเราได้เท่านั้นก็พอ”

“…” ซู่ฟางแอบนึกวิจารณ์อยู่ในใจ รูปร่างหน้าตาเช่นนี้ ต่อให้องค์จักรพรรดิทรงคิดจะลืมก็หาใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ

ซู่ฟางเข้าใจว่าจินเฟิ่งเพียงพูดเรื่อยเปื่อยเท่านั้น แต่นางนึกไม่ถึงว่าจินเฟิ่งจะเอาจริงกับเรื่องนี้

หลังจากผ่านไปสองสามวัน ฮูหยินใหญ่หลิวก็เดินทางเข้าวังมาอีกครั้ง จินเฟิ่งพูดกับฮูหยินหลิวว่า “ท่านแม่ ก่อนเข้าวังมาข้าเคยเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของท่านอาจารย์ รู้สึกว่าการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อตนเองชั่วชีวิต แต่ด้วยเพราะข้าเข้าวังมาตั้งแต่อายุยังน้อย มิอาจทำงานทำการอันใดได้ หากยังไม่ร่ำเรียนเขียนอ่านศึกษาวิชาความรู้อีก เกรงว่าจะไม่เป็นการสมควร ดังนั้นข้าจึงอยากเล่าเรียนเขียนอ่านร่วมกับองค์ชายองค์หญิง เรียนรู้เหตุและผล เพียงแต่เกรงว่าพระพันปีจะไม่ทรงอนุญาต”

ฮูหยินใหญ่หลิวพิจารณาดูจินเฟิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยความปลื้มปีติ “นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความคิดอ่านเช่นนี้ ข้าจะกลับไปพูดกับท่านพ่อของเจ้าดู เช่นนั้นพระพันปีก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทรงรับปาก”

ตกเย็นครั้นกลับถึงจวน ฮูหยินใหญ่หลิวก็ถ่ายทอดคำพูดทุกคำให้หลิวเซียที่นอนอยู่ข้างหมอนรับรู้ หลิวเซียพอได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกปลื้มปีติอยู่ลึกๆ เด็กสาวผู้นี้นอกจากจะสามารถใช้เพื่อยึดครองตำแหน่งอัครมเหสีแล้ว ไม่แน่ว่านางอาจยังมีประโยชน์อื่นในภายภาคหน้าอีก ดังนั้นวันที่สอง หลิวเซียจึงทูลเรื่องนี้ต่อหน้าขุนนางราชสำนัก สีพระพักตร์ของพระพันปีกับองค์จักรพรรดิก็เขียวคล้ำขึ้นทันที แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่อาจหาคำพูดใดขึ้นมากล่าวปฏิเสธได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงถูกกำหนดให้เป็นไปตามที่หลิวเซียต้องการ

ถัดมาอีกสองวัน ภายในห้องเรียนก็มีโต๊ะเล็กเพิ่มขึ้นอีกตัวหนึ่ง แน่นอน มันถูกวางให้อยู่ห่างจากโต๊ะทรงพระอักษรขององค์จักรพรรดิ

 

ราชครูเว่ยเป็นชายชราท่าทางเคร่งขรึม หนวดเคราสีขาวยาวโค้งไหลเลื่อนไปจนถึงอกเสื้อ ปลายแหลมเรียวอยู่รวมกันอย่างเป็นระเบียบ ดูงามสง่าเป็นที่สุด

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 5 บทที่ 1

บทที่ 1  “เซียนปรุงยาเป็นใครกันแน่” “เป็นเช่นที่รัชทายาทคาดเดา เซียนปรุงยาคือฮูหยินของเซียวจวิ้นพ่ะย่ะค่ะ” ได้ยินเช่นนี้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทนำ

บทนำ  หลินหว่านฝันอีกแล้ว เรื่องราวในความฝันเกี่ยวข้องกับจุดจบของหลี่หลิงหว่านตัวประกอบหญิงในนิยายเรื่อง ‘น้องสาวขุนนางท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 1

บทที่หนึ่ง  หลินหว่าน อืม ตอนนี้ควรเรียกว่าหลี่หลิงหว่านแล้วกระมัง สองแขนของนางกอดเข่าขมวดคิ้วงามนั่งอยู่บนตั่งไม้ข้างหน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 2

บทที่สอง  สายตาของหลี่หลิงหว่านกับหลี่เหวยหยวนประสานกันท่ามกลางหิมะโปรยปราย เพียงสบตาครั้งเดียวหลี่หลิงหว่านก็รู้สึกสั่น...

jamsai.com