Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย บทเพลงกลางเมฆา เล่ม 1 บทที่ 3

อวิ๋นเกอนิ่งคิด มิน่านิสัยของพี่หลิงถึงได้เปลี่ยนไปมากมายเช่นนี้ ที่แท้ชีวิตก็พบพานเรื่องเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงนี่เอง เพียงแต่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ญาติสนิทของเขาถึงได้ตายกันหมด

“ทำร้ายคนถึงตายต้องชดใช้ด้วยชีวิตใช่หรือไม่”

“กฎหมายว่าไว้เช่นนั้น แต่คำว่าขุนนางมีสองปาก…ก็ต้องดูว่าผู้ตายเป็นใคร แล้วคนที่ทำร้ายผู้อื่นถึงตายเป็นใคร” เมิ่งเจวี๋ยเม้มริมฝีปากยิ้ม แต่สายตาที่หลุบต่ำกลับไม่ปรากฏรอยยิ้มแม้แต่น้อย

อวิ๋นเกอถาม “หมายความว่าอย่างไร”

“ข้ายกตัวอย่างให้เจ้าฟังก็แล้วกัน หากชาวบ้านหรือขุนนางธรรมดาทำท่านอ๋องท่านโหว* โกรธ เจ้าว่าจุดจบของพวกเขาจะเป็นเช่นไร พ่อของสวี่ผิงจวินทำผิดเพียงเล็กน้อย แต่กลับต้องรับโทษเรือนลับ เช่นเดียวกันกับกรณีของขุนนางชั้นหนึ่งแห่งราชวงศ์ฮั่น ในสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ทรงครองราชย์ แม่ทัพเพี่ยวฉี** ฮั่วชวี่ปิ้งยิงธนูสังหารกวนเน่ยโหว*** หลี่ก่าน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น คงไม่แคล้วมีภัยถึงเรือนแล้วเป็นแน่ แต่เพราะคนที่สังหารผู้อื่นเป็นฮั่วชวี่ปิ้งขุนนางคนโปรดของจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ หนำซ้ำยามนั้นสกุลเว่ยเรืองอำนาจเป็นอันมาก ดังนั้นการตายของโหวคนหนึ่งจึงถูกบอกให้ผู้คนทั่วหล้ารับรู้ด้วยคำว่า ‘ถูกกวางชนตาย’ ง่ายๆ เพียงประโยคเดียว”

พอนึกว่าหลิวปิ้งอี่ยามนี้กำลังตกระกำลำบาก นึกไปถึงคุณชายที่มาจากในเมืองฉางอันที่เหอเสี่ยวชีพูดถึง อวิ๋นเกอก็กินอะไรไม่ลง นางรู้สึกว่าตัวเองน่าจะสืบที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมดให้ชัดเจนดูเสียหน่อยจึงหันไปพูดกับเมิ่งเจวี๋ย “ข้ากินอิ่มแล้ว หากท่านมีธุระอะไรต้องไปทำก็ไปเถอะ! ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนข้า ข้าไปเดินเล่นคนเดียวได้”

“ได้ งั้นเย็นนี้พบกัน ใช่แล้ว ที่พักเมื่อวานเจ้าชอบหรือไม่”

อวิ๋นเกอพยักหน้า

“ข้าเองก็ชอบมากเช่นกัน เลยตัดสินใจเช่าระยะยาวไว้เผื่อใช้เป็นที่พำนักชั่วคราว เรื่องอื่นพวกเราไว้ค่อยคุยกันวันหลัง ตอนนี้เจ้าไม่ต้องไปหาที่พักที่ไหน อยู่ทำอาหารเย็นให้ข้ากินทุกวันก่อน ถือเสียว่าเป็นค่าห้อง ข้าอยู่ที่นี่ไม่นานนัก คุยการค้าเสร็จก็จะไป เพราะฉะนั้นข้าจะถือโอกาสที่เจ้าติดค้างข้าอยู่นี้รีบหาลาภปากให้กับตัวเองหลายๆ วัน”

อวิ๋นเกอคิด เช่นนี้ต่างฝ่ายต่างล้วนได้ประโยชน์ นางเองแม้ต้องหาที่พัก แต่ก็ใช่ว่าจะหาได้ทันทีเสียเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงพยักหน้ารับปาก

นางเดินเล่นอยู่ภายในเมืองฉางอันตลอดบ่าย แต่เพราะไม่คุ้นเคยกับการดำรงชีวิตของผู้คนที่นี่ ประกอบกับคดีนี้ดูเหมือนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างไม่ใช่คนธรรมดา คนที่แรกเริ่มพูดคุยยิ้มแย้มแจ่มใสกับนางพวกนั้น พอรู้ว่านางต้องการถามไถ่เรื่องอะไรก็พากันหน้าเปลี่ยนสี โบกไม้โบกมือไล่ ท้ายสุดก็สืบไม่ได้ความอันใดแม้แต่อย่างเดียว

อวิ๋นเกอจนปัญญา ได้แต่ไปหาสวี่ผิงจวินเผื่อจะมีข่าวคราวอะไรบ้าง

 

กำแพงที่ก่อจากดินเหลืองผสมกับฟางข้าวร้าวแยกหลายจุด บานประตูปริแตก หากมองผ่านเข้าไปจะเห็นเงาร่างของคนที่อยู่ในบ้านได้รางๆ

* โหว คือบรรดาศักดิ์ชั้นรองลงมาจากตำแหน่งอ๋องในสมัยฉินและฮั่น โดยระบบศักดินาในสมัยนั้นเรียกว่า “ศักดินา 20 ชั้น” ไล่เรียงจากชั้นที่ 20 ลงไปจนถึงชั้นที่ 1 โดยให้ชั้นโหวเป็นชั้นสูงสุด

** แม่ทัพเพี่ยวฉี (อาชาเหิน) บางตำราออกเสียงว่าเพี่ยวจี้หรือเปียวจี้ เป็นตำแหน่งแม่ทัพกองทหารม้า ตั้งขึ้นในสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ ยศขุนนางฝ่ายบู๊ลำดับหลักขั้นสองหรือลำดับรองขั้นหนึ่ง เป็นรองเพียงแม่ทัพใหญ่ ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์คือฮั่วชวี่ปิ้ง หลังจากสมัยฮั่นตะวันตก ตำแหน่งนี้ถูกรียกว่า แม่ทัพใหญ่เพี่ยวฉี

*** กวนเน่ยโหว คือบรรดาศักดิ์ชั้นที่ 19 ในระบบศักดินาจีนสมัยฉินและฮั่น

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

jamsai.com