Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เบื่อนักโจ๊กล่าปา ข้าไม่ย้อนเวลาอีกได้ไหม บทที่ 3-บทที่ 4

หน้าที่แล้ว1 of 13

บทที่ 3

 เมื่อนายท่านอวิ๋นถูกปล่อยตัวออกจากคุก เพิ่งจะย่างเท้าเข้าประตูบ้านก็ได้ยินว่ามารดาผูกคอตายไปแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดเสียใจจนหมดสติไป ท่านหมอเฉิงต้องกดคลึงจุดเหรินจง* ให้อยู่หลายครั้ง เขาถึงจะฟื้นขึ้นมา พอได้สติก็ร้องไห้โฮ หลังจากทราบสาเหตุแล้วยิ่งโศกเศร้าเกินบรรยาย คิดว่าตนเองทำให้มารดาต้องตาย ความผิดยากจะให้อภัยโดยแท้

อวิ๋นจ้าวคุกเข่าอยู่ข้างศพท่านย่าตลอดเวลา ใครเข้าไปประคองก็ไม่ยอมลุกขึ้น อวิ๋นฮูหยินนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างบุตรสาว ไม่รู้สาเหตุมาจากอะไร นางออกไปข้างนอกแค่เพียงครึ่งวัน ในบ้านก็เกิดเหตุพลิกผันใหญ่โตเช่นนี้แล้ว

สกุลอวิ๋นในอดีตมีแต่เสียงหัวเราะพูดคุยไม่ขาด ยามนี้กลับมีเงามืดเข้ามาปกคลุม ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ ไม่เห็นรอยยิ้มของใครเลย

อวิ๋นจ้าวร้องไห้ไม่ออกแล้ว ด้วยนางร้องไห้จนดวงตาสองข้างแดงก่ำ ได้แต่มองตรงไปที่ร่างของท่านย่า

ท่านย่ามีศรัทธาในองค์พระโพธิสัตว์เสมอมา เป็นคนใจบุญที่มีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งใกล้ไกล ทุกครั้งที่มีชาวบ้านผู้ประสบภัยเข้ามาในเมืองหลวง นางจะต้องสั่งให้พ่อบ้านเปิดยุ้งฉาง นำข้าวออกไปแจกจ่ายอย่างทั่วถึง แม้ทรัพย์สินที่คฤหาสน์ในเมืองหลวงของสกุลอวิ๋นจะไม่นับว่ามากมายมหาศาล แต่ทุกครั้งที่มีการทำบุญสร้างกุศลก็จะเห็นเงาร่างคนสกุลอวิ๋นเสมอ เป็นเพราะทุกคนมีจิตใจเมตตาตามท่านย่าไปด้วย

ฉะนั้นอวิ๋นจ้าวจึงไม่เข้าใจ เพราะเหตุใดนางกลับมาได้ แต่ท่านย่ากลับต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้

นางร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาแล้ว กระทั่งตอนนี้ดวงตาบวมแดงดั่งลูกเหอเถา* ได้แต่นั่งคุกเข่าอยู่เฉยๆ ขณะที่ในสมองก็มีเพียงความสับสนอื้ออึง

ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของสกุลอวิ๋นมีแต่เสียงร้องไห้ เมฆมืดครึ้มปกคลุมทั่วบริเวณ ความเศร้าหมองทุกข์ระทมอวลอยู่ภายใน แม้แต่ลู่อู๋เซิงที่ยืนอยู่ข้างนอกก็ยังสัมผัสได้

เด็กรับใช้เห็นเขายืนอยู่ข้างประตูใหญ่มานานแล้ว ทั้งไม่ยอมเดินเข้าไป และไม่เดินจากไปไหน หิมะใต้ฝ่าเท้ากองทับถมสูงมาครึ่งน่องแล้ว จึงอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ว่า “คุณชาย พวกเรากลับกันเถอะ ท่านอยู่ตรงนี้ คุณหนูอวิ๋นก็ไม่ทราบหรอกขอรับ”

ลู่อู๋เซิงไม่ตอบอะไรแม้แต่คำเดียว คิ้วกระตุกเพียงเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา เด็กรับใช้จึงไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก

เขาอยากเข้าไปข้างใน แต่จะเข้าไปด้วยฐานะอะไรเล่า ก่อนที่เขาจะคิดต่อไปว่า บางทีอวิ๋นอวิ๋นอาจจะออกมาเดินเล่น เช่นนั้นรอให้นางออกมาก็จะเห็นหน้าเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยคงช่วยปลอบใจนางได้บ้าง

เฮ่อแต่จะปลอบใจอะไรได้ เหมือนเขาจะให้ความสำคัญกับตัวเองมากเกินไปแล้ว

กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมจากไปไหน

อวิ๋นจ้าวไม่รู้ว่าลู่อู๋เซิงอยู่ข้างนอก หรือต่อให้รู้นางก็ไม่มีอารมณ์จะออกไปพบหน้าอยู่ดี

 

ล่วงเข้าสู่ยามค่ำคืน อวิ๋นฮูหยินฝืนทำจิตใจให้สดชื่น ลุกขึ้นมาสั่งการบ่าวไพร่ให้จัดเตรียมสำรับอาหาร ทว่าพวกเขาทั้งครอบครัวกลับกินไม่ลงเท่าไร อวิ๋นจ้าวกินข้าวคำหนึ่งก็นิ่งงันไม่ยอมกลืนลงไป รู้สึกลำคอแห้งผากและเจ็บแปลบ อวิ๋นฮูหยินเห็นนางกลืนข้าวอย่างทรมานก็แอบถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้ายังต้อง…”

พรุ่งนี้เช้ายังต้องจัดการเรื่องงานศพของฮูหยินผู้เฒ่าต่อ

หน้าที่แล้ว1 of 13

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่หนึ่ง-บทที่สอง

บทที่หนึ่ง ‘คุณหนูรองสกุลหลี่แห่งอำเภอเฉิงเป่ยปัญญาอ่อนไปแล้ว!’ ข่าวที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ราวกับหญ้าแห้งฤดูใบไม้ร่วงถูกไฟป่...

everY

ทดลองอ่าน พันสารท เล่มที่ 1 บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1 ยอดเขาปั้นปู้ (ครึ่งก้าว) ชื่อสื่อความหมาย บนยอดเขามีพื้นที่คับแคบ เดินหน้าไปเพียงครึ่งก้าวก็เป็นหน้าผาสูงหมื่นจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เบื่อนักโจ๊กล่าปา ข้าไม่ย้อนเวลาอีกได้ไหม บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่ 1  ยามดึกสงัดในฤดูหนาว หมู่ดาวพร่างพราวเต็มผืนฟ้ากว้างใหญ่ สาดส่องจากเหนือหมู่เมฆลงมายังคฤหาสน์สกุลอวิ๋น ลอดผ่านหน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่สาม-บทที่สี่

บทที่สาม ในเวลาเดียวกันนี้ ณ ลานล่าสัตว์ที่เมืองเหลียวเฉิง ใต้เท้าเมิ่งผู้ช่วยนายอำเภอเมืองเหลียวเฉิงกำลังแอบใช้ผ้าเช็ดห...

jamsai.com