Connect with us

Jamsai

LOVE

ทดลองอ่าน ออดอ้อน… เพียงเธอ บทที่3-บทที่4

หน้าที่แล้ว1 of 2

บทที่ 3

เรื่องที่ไม่เคยรู้

 

“งานที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง สอนหนักมั้ย” อติกันต์เป็นฝ่ายชวนคุยก่อน

“ไม่หนักหรอกค่ะ พลีสสอนคลาสเด็กแค่สองคลาสเอง สอนแค่เย็นวันอังคารกับเย็นวันพฤหัส”

“อ้าว! แต่อาเห็นน้องพลีสออกไปโรงเรียนบ่อยๆ นี่นา”

“วันไหนไม่มีสอนก็ไปดูความเรียบร้อยและช่วยครูคนอื่นสอนบ้าง แต่ปกติที่โรงเรียนไม่ได้เปิดสอนทั้งวันหรอกนะคะ บางวันก็ไม่ได้เปิด แล้วแต่คลาสน่ะค่ะ จะมีหลายคลาสหน่อยก็วันเสาร์กับวันอาทิตย์ แต่อย่างวันนี้มีคลาสผู้ใหญ่ แล้วครูที่เขาสอนคลาสนี้ไม่สบาย พลีสก็เลยต้องไปสอนแทนน่ะค่ะ”

“น่าสนุกเหมือนกันเนอะ”

“คุณอาลองมาเรียนดูบ้างมั้ยคะ หล่อๆ อย่างคุณอาถ้าแสดงดีอาจได้เข้าวงการเลยนะ”

“แซวอาเหรอเราน่ะ อาอายุขนาดนี้แล้วถ้าไปเล่นละครคงต้องเป็นบทพ่อแล้วมั้ง”

“โห! คุณอาเพิ่งอายุสามสิบแปดเองค่ะ แถมยังดูหนุ่มกว่าอายุจริงด้วย ทั้งหล่อทั้งแซ่บขนาดนี้เป็นพระเอกยังได้เลย” พาขวัญชื่นชมชายหนุ่มขณะที่ทั้งสองคุยกันอย่างอารมณ์ดี

“น้องพลีสชมแบบนี้ไม่คิดว่าอาจะเขินบ้างเหรอ”

พาขวัญหัวเราะกับคำพูดติดตลกของอติกันต์

“จริงสิ! ปีนี้น้องพลีสก็อายุยี่สิบห้าแล้วใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ คุณอาถามทำไมเหรอคะ นี่อย่าบอกนะคะว่าจะพูดเรื่องเดียวกับคุณพ่อ” พาขวัญหันไปมองคนที่กำลังขับรถไปส่งเธอ อดคิดไม่ได้ว่าพิธานอาจจะบอกให้เขามาช่วยพูดเรื่องภวิลหรือเปล่า

“เรื่องเดียวกับคุณพ่อ? พี่พิธานเขาพูดอะไรกับน้องพลีสเหรอ”

“เอ่อ…ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ คุณพ่อแค่ถามว่าพลีสมีแฟนหรือยัง” พาขวัญตอบอย่างไม่มั่นใจนัก หญิงสาวรู้สึกว่าเธอกับเขายังไม่สนิทกันมากพอที่จะคุยเรื่องส่วนตัวขนาดนี้

“แล้วน้องพลีสมีหรือยังล่ะแฟนน่ะ”

“ยังไม่มีหรอกค่ะ พลีสเพิ่งจะอายุยี่สิบห้าเอง ไม่เห็นต้องรีบเลย”

“ก็จริงนะ” อติกันต์เห็นด้วย คำตอบของเธอเข้าทางเขาพอดี “สมัยนี้ผู้หญิงอายุสามสิบยังไม่มีแฟนก็ไม่แปลกแล้ว บางคนทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ แต่อยู่เป็นโสดจนหนุ่มๆ ต้องเสียดายก็มีถมไป”

“เนอะ นี่ถ้าคุณพ่อคิดแบบคุณอาก็ดีสิคะ”

“แสดงว่าพี่พิธานเขาอยากให้น้องพลีสรีบแต่งงานจริงๆ เหรอ”

“ไม่ใช่แค่อยากให้รีบแต่งนะคะ แต่ยังอยากให้พลีสลงเอยกับพี่ภักดิ์ด้วย”

พาขวัญเผลอระบายออกไปแล้วก็นิ่งไปหลายวินาทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าได้หลุดปากพูดเรื่องที่ไม่สมควร อันที่จริงเธอก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้เป็นความลับหรอก แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องบอกให้ใครต่อใครรับรู้เพราะมันถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งในอนาคตก็ยังไม่แน่ว่าเธอจะได้ลงเอยกับภวิลจริงๆ หรือเปล่า

“มิน่าล่ะ ช่วงนี้พี่พิธานถึงได้ชวนนายภักดิ์มาทานข้าวที่บ้านเราบ่อยๆ” อติกันต์พูดเหมือนเป็นเรื่องตลกทำให้พาขวัญไม่รู้สึกอึดอัดใจ เธอคิดว่าเขาผ่านโลกมามากคงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา

โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอยืนยันความคิดของอติกันต์ว่าที่ผ่านมาเขาคิดถูกแล้ว และเขาตัดสินใจถูกที่สุดที่มาดักเจอเธอในวันนี้เพื่อบอก ‘อะไรบางอย่าง’ กับเธอก่อนที่มันจะสายเกินไป

“แล้วน้องพลีสชอบนายภักดิ์หรือเปล่า” อติกันต์ละสายตาจากถนนมามองหญิงสาวครู่หนึ่ง เธอจึงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ชอบจริงๆ เหรอ นายภักดิ์เขาหล่อยิ่งกว่าพวกนายแบบหรือพระเอกละครอีกนะ ตัวสูง หุ่นดี มาดก็ดี เวลาไปงานอีเวนต์ทีไรพวกผู้หญิงมองเหลียวหลังทุกคน…สาวๆ ติดตรึม”

“นี่พี่ภักดิ์จ้างให้คุณอามาอวยเขาอีกคนเหรอคะ พูดเหมือนคุณพ่อเปี๊ยบเลย”

“แสดงว่าไม่ชอบแบบสาย ฝ. สินะ” อติกันต์หัวเราะ เขาใช้ภาษาแบบวัยรุ่นเพื่อให้เธอรู้สึกสนิทสนมและไม่เกิดช่องว่างระหว่างวัย “งั้นชอบแบบหล่อตี๋พระเอกซีรี่ส์เกาหลีอะไรแบบนี้หรือเปล่า”

“พลีสไม่มีสเป็กหรอกค่ะ”

“ไม่มีสเป็กหรือไม่อยากเล่าให้อาฟัง”

“โธ่…คุณอา” พาขวัญทำหน้ามุ่ยเมื่อถูกรู้ทัน

“แต่พลีสไม่กรี๊ดนายภักดิ์ก็ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่หลงเขาง่ายๆ” อติกันต์พูดต่อ เขาทำเหมือนเล่าไปตามเรื่องตามราวและไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆ ที่ความจริงนี่คือจุดประสงค์หลักที่ทำให้เขาอาสามาส่งเธอ “ที่จริงนายภักดิ์เขาก็ดีนะ ขยันทำงาน ฉลาด เข้าหาผู้ใหญ่เก่ง แต่อาอยากให้น้องพลีสดูเขาดีๆ หน่อย”

“คุณอาหมายความว่ายังไงคะ” เธอถามด้วยความสงสัย

“พี่พิธานไว้ใจนายภักดิ์มากไปจนบางครั้งก็มองข้ามในหลายๆ เรื่อง เช่น เรื่องผู้หญิง…อย่างที่อาบอกว่านายภักดิ์เขาดูดี สาวๆ เลยเข้ามาพัวพันเยอะ มันก็เป็นธรรมดาของผู้ชายแหละที่จะเล่นด้วย”

อติกันต์หันไปมองท่าทีของหญิงสาวอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอนั่งฟังเงียบๆ เหมือนกำลังเก็บข้อมูลเขาก็เล่าต่อไป และใส่ไฟภวิลอย่างแนบเนียนโดยทำทีเป็นหวังดีกับหลานสาว

“ตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ นายภักดิ์เขาอยากสร้างผลงานเร็วๆ จนถึงขั้นยอมนอนกับลูกค้าผู้หญิงเพื่อให้ได้งานเลยนะ หลังๆ ไม่รู้ว่านายภักดิ์เขายังใช้วิธีนี้อยู่หรือเปล่า แต่ลูกค้าสาวๆ อยู่ในมือนายภักดิ์เยอะแยะเลย พวกพนักงานสาวๆ ก็พัวพันกับนายภักดิ์เป็นว่าเล่น อย่างว่าแหละนะ ดูดีขนาดนั้นผู้หญิงที่ไหนก็ต้องชอบ แล้วนายภักดิ์เขาก็เป็นคนฉลาดพอที่จะรักษาความสัมพันธ์เอาไว้เพื่อการทำงาน”

อติกันต์เห็นพาขวัญเงียบไปก็รีบเล่าต่อ

“แต่น้องพลีสอย่าไปบอกพี่พิธานนะว่าอามาบอกน้องพลีสเรื่องนี้ เดี๋ยวพี่พิธานเขาคิดว่าอามาเป่าหูน้องพลีสแล้วจะไม่ให้อาคุยกับน้องพลีสอีก” ชายหนุ่มหันมายิ้มให้เธอ พอเห็นร่างบางเงียบไปก็ทำทีเป็นห่วงเป็นใย “นี่น้องพลีสเครียดหรือเปล่า อาขอโทษนะที่เล่าเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เราฟัง”

“ไม่หรอกค่ะ คุณอาบอกพลีสก็ดีแล้ว พลีสจะได้รู้ไว้”

พาขวัญยิ้มสดใสตอบกลับไป อติกันต์ยิ้มตอบเธอและคิดในใจว่าเหยื่อหลงกลแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าเห็นยิ้มหน้าซื่อตาใสและทำเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ทว่าพาขวัญพอจะเดาจุดประสงค์ของเขาออก…พิธานไม่ไว้ใจให้อติกันต์บริหารงานแทน และหากเธอลงเอยกับภวิลแล้วตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดไม่มีทางไปถึงมือของอติกันต์แน่ ถ้าเธอรู้สึกแย่กับภวิลจนไม่ยอมแต่งงานด้วยอติกันต์ก็จะได้ประโยชน์

ถึงกระนั้นการได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้มองภวิลในหลายๆ ด้าน!

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พาขวัญจะมีเวลาว่างตรงกับเพื่อนสนิทอย่าง ‘วาสิตา’ ที่เป็นทั้งดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดังอย่าง Vasita ที่ปัจจุบันนอกจากจะมีชื่อเสียงมากจนเป็นที่นิยมในหมู่ดาราและเซเลบริตี้ในเมืองไทยแล้วยังกำลังมีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศอีกด้วย

วาสิตาเรียนคณะนิเทศศาสตร์เช่นเดียวกับพาขวัญ แต่คนละสาขา เพราะพาขวัญเรียนสื่อสารการแสดงในขณะที่วาสิตาเลือกจะเรียนโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ทว่าด้วยความที่มีใจรักด้านแฟชั่นวาสิตาจึงไปเรียนเกี่ยวกับแฟชั่นที่ต่างประเทศอีกปีเพื่อหาประสบการณ์ ก่อนจะกลับมาสร้างแบรนด์ของตัวเองที่เมืองไทย

หญิงสาวมีแนวความคิดที่ทันสมัย เสื้อผ้ามีดีไซน์แปลกใหม่ แต่ยังไม่แปลกถึงขั้นที่ไม่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ จะเรียกว่ามีทั้งความเรียบหรูและเก๋ไก๋ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวก็ไม่ผิด นอกจากนี้วาสิตายังประชาสัมพันธ์และสร้างกระแสเก่ง พอมาบวกกับการที่ต้นตระกูลมีชื่อเสียงพอตัวอยู่แล้วก็ทำให้ทั้งตัวเธอเองและแบรนด์ Vasita ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างรวดเร็ว

แต่ชื่อเสียงของตระกูลก็คงช่วยได้แค่ในช่วงแรก หากผลงานไม่ดีจริงก็คงไปไม่รอด ทว่าวาสิตาก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเธอไม่ได้มีแค่ ‘แบ็ก’ ที่ดี แต่ฝีมือและความสามารถของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ที่เธอประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้เป็นเพราะความสามารถของเธอเอง

ช่วงแรกอาจมีขลุกขลักอยู่บ้างเพราะเมืองไทยไม่ได้สนใจในด้านแฟชั่นเท่าที่ควร แต่ช่วงหลังๆ มีรายการทีวีเกี่ยวกับแฟชั่น ดาราสนใจแฟชั่นมากขึ้น รวมถึงแฟชั่นจากต่างประเทศก็เข้ามามีอิทธิพลทำให้วงการแฟชั่นในไทยได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าแบรนด์ Vasita ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ทุกคนจับตามอง

วาสิตาให้ทีมงานส่งเสื้อผ้าให้ดาราระดับอินเตอร์และมีหลายคนเลือกใส่ออกงาน ทั้งนักร้อง นางแบบชื่อดัง และนักแสดงที่มีชื่อเสียง…มันจึงเป็นการการันตีได้ว่าฝีมือเธอไม่ธรรมดา

“สรุปว่ารายการเรียลลิตี้ค้นหานางแบบของแกไปถึงไหนแล้ว”

พาขวัญเปิดประเด็นขึ้นขณะนั่งอยู่ในห้องจัดงานแฟชั่นโชว์ที่ตอนนี้ยังไม่เปิดให้ผู้ชมทั่วไปเข้ามาในงาน นางแบบนายแบบกำลังซ้อมเดินอยู่บนเวที ส่วนวาสิตาก็นั่งดูการซ้อมโดยมีพาขวัญนั่งอยู่ข้างๆ

พอเริ่มทำงานเวลาของทั้งสองคนก็ไม่ค่อยตรงกันนัก แต่วันนี้แบรนด์เสื้อผ้าของเพื่อนจะมีแฟชั่นโชว์ทั้งทีพาขวัญก็ต้องมาให้กำลังใจเป็นธรรมดา จะได้ถือโอกาสอัพเดตชีวิตกันด้วย

“กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการและวางแผน แต่ฉันต้องหาสปอนเซอร์เพิ่มด้วยเนี่ย”

“ไหนแกบอกว่าจะหานางแบบมาเดินแบบให้เสื้อผ้าแกไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ แต่การประกวดนี้มันไม่ได้แค่ต้องการนางแบบมาทำงาน แต่ฉันต้องการสร้างกระแสให้แบรนด์ตัวเอง แล้วการทำรายการเรียลลิตี้สักรายการมันก็ใช้ทุนสูง ฉันเลยต้องหาสปอนเซอร์ไง”

“จะได้ไม่ต้องควักเนื้อตัวเองและยังอาจได้กำไรจากสปอนเซอร์ด้วย”

“ฉลาดค่าาา” วาสิตาชี้หน้าเพื่อนเหมือนจะบอกว่า ‘ถูกต้อง’ จากนั้นก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องของพาขวัญบ้าง “ว่าแต่แกเถอะ เป็นยังไงบ้าง ทำไมพักนี้เหมือนมีเรื่องเครียดๆ”

“พูดอย่างกับแกได้เจอหน้าฉันทุกวัน รู้ได้ไงว่าพักนี้ฉันเครียด”

“ฉันสังเกตได้จากเวลาที่แชตกับแกไง”

“ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอก เรื่องทั่วไปแหละ”

“เล่า!” เธอจ้องหน้าเพื่อนอย่างคาดคั้น

วาสิตารู้ว่าลองพาขวัญพูดแบบนี้มีหรือว่าจะไม่มีเรื่องอะไร

“แก…” พาขวัญตัดสินใจเล่าในที่สุด “จู่ๆ พ่อก็พูดว่าอยากให้ฉันแต่งงาน”

“ก็ไม่เห็นจะต้องเครียดเลยนี่นา แกบอกพ่อแกไปว่ายังไม่อยากแต่งก็ได้นี่ พ่อแกเขาใจดีจะตาย เขาคงไม่บังคับให้แกแต่งงานหรอกมั้ง อีกอย่างแกยังไม่มีแฟนเลย จะให้ไปแต่งกับใคร พี่ภักดิ์เหรอ”

“เออ”

“อะไรนะ!”

วาสิตาทำหน้าเหลือเชื่อ ที่เธอพูดชื่อภวิลออกไปเมื่อครู่เพราะเธอแค่ประชดและชายหนุ่มเป็นคนใกล้ตัวของพาขวัญมากที่สุดซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองคนจะลงเอยกันได้

“ฉันถึงอดคิดมากไม่ได้ไง” พาขวัญทำหน้ากลัดกลุ้ม “พ่อไม่ได้บังคับให้ฉันรีบแต่งหรอก แต่พ่อก็อยากให้ฉันดูๆ พี่ภักดิ์เอาไว้ แต่ฉันรู้ว่าพ่ออยากให้ฉันลงเอยกับพี่ภักดิ์แน่ๆ”

“พี่ภักดิ์เหรอ…” วาสิตาตั้งสติได้ก็เริ่มพิจารณาอย่างรอบคอบ “แต่จะว่าไปพี่ภักดิ์เขาก็ดีออกนะ ทั้งหล่อ ทั้งสมาร์ต แถมยังทำงานเก่งอีก โห! เป็นฉันนะ ถ้าพี่ภักดิ์เขาโอเค ฉันจะไม่ปฏิเสธเลย ดีซะอีกไม่ต้องเหนื่อยหาสามีเอง สมัยนี้ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งดีและเก่งเบอร์นี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะแก”

“ยังจะมาพูดเล่นอีกนะยายวา”

“ฉันพูดจริงๆ นี่แก! ฉันไม่อยากจะอวย แต่ฉันคลุกคลีอยู่กับดาราและเซเลบ มีสาวๆ หลายคนเลยนะที่อยากได้พี่ภักดิ์ของแกอ่ะ ถ้ามัวแต่ชักช้าระวังจะมีคนตัดหน้าไปก่อนนะ ถ้าแกแต่งงานกับพี่ภักดิ์…เชื่อสิว่าแกจะมีแต่ได้กับได้ ทั้งได้สามีสุดเพอร์เฟ็กต์ที่จงรักภักดี ทั้งได้คนมาดูแลบริษัทให้รุ่งเรือง แถมยังได้ทำงานที่รักอย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีก พ่อแกเขาคิดมาดีแล้วถึงได้อยากให้แกลงเอยกับพี่ภักดิ์”

วาสิตาไล่ข้อดีของภวิลสารพัด เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วเธอก็เริ่มเห็นด้วยกับพิธานเพราะเธอรู้ว่าพาขวัญไม่อยากดูแลกิจการของวงศ์วรารมย์และอยากทุ่มเทให้กับโรงเรียนสอนการแสดงมากที่สุด

“แต่…คิดไปแล้วก็น่าสนุกดีเหมือนกันเนอะ” วาสิตาเห็นเป็นเรื่องสนุกตามประสาสาวแสบ “ถ้าแกลงเอยกับพี่ภักดิ์จริงๆ ฉันว่า ‘เงาแค้น’ ของแกต้องเต้นเร่าๆ แน่ แค่คิดก็สนุกแล้ว”

“แกนี่มันเหลือเกินจริงๆ ตกลงแพรวเป็นเงาแค้นของฉันหรือเงาแค้นของแกกันแน่”

‘แพรว’ ที่พาขวัญพูดถึงคือ ‘แพรวอาภา’ คู่กัดของเธอซึ่งปัจจุบันเป็นนางเอกละครทางสถานีโทรทัศน์ช่องยี่สิบสามและเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียง แพรวอาภาไม่ชอบเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เนื่องจากทั้งสองคนเหมือนถูกจัดให้เป็นคู่แข่งกันมาตลอด เป็นเชียร์ลีดเดอร์ด้วยกัน เล่นละครเวทีของคณะด้วยกันทุกปี แต่พาขวัญกลับได้รับบทบาทที่เด่นกว่าเสมอ

พอปัจจุบันพาขวัญเลือกจะไม่ทำงานในวงการ แต่แพรวอาภากำลังโด่งดังก็คงจะอดชูคอเหนือกว่าพาขวัญไม่ได้ ที่สำคัญแพรวอาภายังเคยมีใจให้ภวิล แต่ภวิลไม่ตอบรับความรู้สึกดีๆ ของเธอ แพรวอาภาจึงโทษว่าเป็นเพราะภวิลเกรงใจพาขวัญทำให้ดาราสาวยิ่งเหม็นหน้าพาขวัญเข้าไปใหญ่

ทีแรกวาสิตาก็ไม่ได้หมั่นไส้อะไรแพรวอาภานักหรอก ออกจะคอยปลอบพาขวัญด้วยว่าไม่ต้องไปยุ่งหรือคิดมากกับคำพูดกระทบกระเทียบของแพรวอาภา แต่ยิ่งทั้งสองคนไม่สนใจอีกฝ่ายก็ยิ่งหาเรื่องพาขวัญมากขึ้น ทั้งสองสาวอดทนได้แค่ปีแรกๆ พอขึ้นปีสองก็เริ่มทนไม่ไหวจึงตอบโต้กลับไปบ้างโดยเฉพาะ ‘สายไฝว้’ อย่างวาสิตาที่พอหมดความอดทนเมื่อไหร่ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดที่ถูกดึงสลักเลย

“ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าฉันจะได้เจอเธอที่นี่…”

เสียงใครคนหนึ่งทักขึ้นจากทางด้านหลังทำให้สองสาวหันไปมองพร้อมกันและเห็นว่าคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาคือ ‘เงาแค้น’ ของพาขวัญนั่นเอง วาสิตาไม่แปลกใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าใครจะมาร่วมเดินแบบในงานนี้บ้างและหนึ่งในนั้นก็มีแพรวอาภาอยู่ด้วย ส่วนพาขวัญที่ไม่รู้มาก่อนได้แต่มองหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นดาราคงจะถูกเชิญให้มาร่วมงานในวันนี้ด้วย

“อายุยืนจริงๆ” สองสาวกระซิบกันต่อหน้าคนที่กำลังพูดถึง

“ทีมงานเขานัดนางแบบมาแต่งหน้าตั้งนานแล้ว ทำไมเธอเพิ่งมา” วาสิตาหันไปพูดกับแพรวอาภา นับตั้งแต่หมดความอดทนกับอีกฝ่าย เธอก็กลายเป็นคน ‘เปิดศึก’ แทนพาขวัญเสมอ

“ฉันเป็นนางเอก ไม่จำเป็นต้องมารอแต่งหน้าเหมือนนางแบบโนเนมพวกนั้นหรอก”

“เพิ่งเริ่มจะมีชื่อนิดหน่อยก็ทำตัวเป็นซุป’ตาร์ซะแล้ว ระวังจะร่วงก่อนดังก็แล้วกันนะ”

วาสิตาเหยียดยิ้มขณะกวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใจจริงเธออยากจะเหน็บแนมแพรวอาภามากกว่านี้ แต่ก็ยั้งปากไว้เพราะไม่อยากมีเรื่องตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงาน

ดาราสาวไม่พอใจมาก แต่วาสิตาเป็นเจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดัง มีคนรู้จักในวงการเยอะแยะมากมาย หากมีเรื่องกันไปย่อมไม่เกิดผลดีกับเธอแน่ โดยเฉพาะในถิ่นของวาสิตาแบบนี้

“แล้วเธอเป็นไงบ้างล่ะพลีส โรงเรียนสอนการแสดงไปได้สวยใช่มั้ย” แพรวอาภาเล่นงานวาสิตาไม่ได้ก็ปรายตาไปมองเป้าหมายสำคัญอย่างพาขวัญแทน

“ก็ดีแหละ” หญิงสาวตอบอย่างขอไปที

“น่าเสียดายนะที่คนดังในคณะอย่างเธอผันตัวเองไปอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่นทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่ทันดังไปทั้งประเทศเลย” พอได้โอกาสแพรวอาภาก็ไม่วายแขวะพาขวัญเรื่องที่เคยเด่นดังในคณะ

“ก็ยายพลีสมันโดดเด่นจนเบื่อแล้วเลยอยากไปทำงานเบื้องหลังแทน ไม่เหมือนคนบางคนแถวนี้หรอกที่กระหายแสงไฟยิ่งกว่าพวกแมลงเม่าที่เห็นไฟไม่ได้เป็นต้องรี่เข้าไปหา” วาสิตาตอบกลับแทนพาขวัญที่กำลังนั่งทำหน้าเหม็นเบื่ออยู่ข้างๆ “เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะแพรว อย่าเป็นห่วงคนอื่นเขานักเลย โรงเรียนสอนการแสดงของยายพลีสเขามีดีลกับผู้จัดการส่วนตัวดาราดัง กับช่องใหญ่ มีงานไม่เคยขาดหรอก ขนาดเด็กปั้นของช่องที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งอย่าง ‘กมลกานต์’ ยังถูกส่งมาเรียนที่โรงเรียนยายพลีสเลย…ว่างๆ เธอเองก็ลองมาเรียนบ้างนะ เผื่อว่าการแสดงจะพัฒนาขึ้นจนดังเปรี้ยงเหมือนคนอื่นเขาสักที”

แพรวอาภาอ้าปากค้างเมื่อวาสิตาตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้าแถมยังพูดจี้ใจดำอีกต่างหาก เธอกับกมลกานต์เข้าวงการพร้อมกัน แต่ละครที่เธอเล่นกลับไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร แตกต่างจากกมลกานต์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เล่นละครดึงดูดคนดู บวกกับได้รับบทดีๆ และละครดังทุกเรื่องทำให้กมลกานต์มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ ‘อิชยะ’* ผู้บริหารช่องยี่สิบสามพยายามผลักดันกมลกานต์ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของช่อง

“น้องแพรวมาพอดีเลยค่ะ” แพรวอาภายังไม่ทันได้ด่ากลับ สไตลิสต์ของห้องเสื้อที่จ้างเธอมาเดินแบบก็ตรงปรี่เข้ามาก่อน “ไปแต่งหน้ากันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทัน ขอตัวพาน้องแพรวไปแต่งหน้าก่อนนะคะ”

“ตามสบายค่ะ”

วาสิตาตอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะด่าอีกฝ่ายจนสาแก่ใจแล้ว แต่ถึงเธอกับแพรวอาภาจะเจอหน้าและปะทะฝีปากกันบ่อยๆ ทว่าก็ยังไม่เคยเป็นข่าวดังครึกโครม จะมีก็แค่ข่าวซุบซิบแบบอักษรย่อเท่านั้นเพราะเวลาจิกกัดกันก็มักจะทำเฉพาะเวลาเผชิญหน้ากันตามลำพังไม่ใช่ต่อหน้าคนอื่น

ที่จริงการเป็นข่าวต่างๆ ไม่ว่าในแง่ไหนมันก็ช่วยสร้างกระแสให้กับวาสิตาได้ แต่คงไม่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ห้องเสื้อ Vasita เท่าไหร่ อีกอย่างแพรวอาภาก็มีแฟนคลับอยู่พอตัว ต่อให้แฟนคลับจะไม่ใช่ลูกค้า แต่ก็สามารถโจมตีแบรนด์เธอได้ วาสิตายังไม่โง่พอที่จะสร้าง ‘แอนตี้แฟน’ เพิ่มโดยใช่เหตุ

“แกไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับยายแพรวเลย” พาขวัญเตือนหลังจากที่เงาแค้นจากไปแล้ว

“จะทนให้ยายนั่นจิกอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ ไม่รู้ชาติที่แล้วเกิดเป็นไก่หรือยังไงถึงได้จิกอยู่ได้” วาสิตาเบ้ปาก ยิ่งพูดก็ยิ่งขึ้นแทนเพื่อน “แกน่ะมันแม่พระ นางเอกเว่อร์ ยอมให้มันเหน็บอยู่นั่นแหละ”

“ฉันก็ไม่ใช่นางเอกขนาดนั้นหรอก ฉันแค่รำคาญ”

วาสิตาหัวเราะทันทีเพราะรู้นิสัยของเพื่อนสนิทดีว่าที่ไม่ตอบโต้ไม่ใช่ว่ากลัวหรือไม่กล้าสู้ แต่พาขวัญคงไม่อยากสนใจหรือให้ความสำคัญกับแพรวอาภาเสียมากกว่า ที่จริงวาสิตาก็ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายเป็นคู่แข่งคนสำคัญหรอก แต่เธอหมั่นไส้ในความ ‘มั่นหน้า’ ของแพรวอาภาที่เพิ่งเริ่มดังได้ไม่เท่าไหร่ก็เที่ยวไปดูถูกคนอื่นว่าเป็นนางแบบโนเนมทั้งๆ ที่ก่อนตัวเองจะดังก็เคยเป็นตัวประกอบโนเนมในโฆษณามาก่อน

“ฉันนี่อยากให้แกแต่งงานกับพี่ภักดิ์ซะวันนี้พรุ่งนี้เลย ฉันอยากเห็นยายแพรวดิ้น”

“บางทียายแพรวอาจจะไม่สนใจก็ได้นะ แกดูนั่นสิ…” พาขวัญพยักพเยิดหน้าให้วาสิตามองไปที่เป้าหมาย “ใครอ่ะ ทำไมยายแพรวดูพินอบพิเทากับเขาจัง แต่ดูดีไม่เบาเลยนะ”

วาสิตามองไปปราดเดียวก็รู้แล้วว่าผู้ชาย ‘ดูดีไม่เบา’ ที่พาขวัญพูดถึงเป็นใคร…

หนุ่มคนนั้นอายุสามสิบหกปี กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทนันทิวัฒน์ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่และเป็นรายแรกๆ ในประเทศไทย แต่ละปีบริษัททำรายได้อย่างมากมายมหาศาล เขามีหน้าตาหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงสง่า บุคลิกเยือกเย็น และแสนสุภาพราวกับพระเอกที่เดินออกมาจากละครหรือซีรี่ส์ดังจนทำให้สาวๆ ทั้งประเทศต่างพากันยกให้เขาเป็นชายในฝันอีกคนหนึ่ง

“เขาชื่อคุณจิณณ์ ‘จิณณพัต’ ” ดีไซเนอร์สาวพูด “เป็นผู้บริหารแบรนด์เครื่องสำอางยักษ์ใหญ่และเป็นสปอนเซอร์ของงานนี้ด้วย ยายแพรวคงอยากกิ๊กกับเขาล่ะมั้งถึงได้ดูระริกระรี้ขนาดนั้น”

“เขายังโสดอยู่เหรอ”

“น่าจะ”

“แล้วแกไม่สนใจเขาบ้างหรือไง” พาขวัญกระแซะเพื่อน “แกก็ยังโสดนี่นา แหม! แกทำห้องเสื้อ ส่วนเขาทำบริษัทเครื่องสำอาง ถ้าลงเอยกันได้นี่คือคู่รักผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นเลยนะ”

“ลาก่อน” วาสิตากลอกตามองบนทันที

“ทำไมล่ะ แกกับเขาเคยมีเรื่องกันมาก่อนเหรอ”

พาขวัญถามอย่างแปลกใจเพราะปกติวาสิตาไม่เคยทำหน้าตาเหม็นเบื่อใส่ใครโดยไม่มีเหตุผล แต่ก็น่าแปลก…จิณณพัตดูดีออกขนาดนั้นแล้วทำไมสาวสังคมอย่างวาสิตาถึงได้ไม่ชอบเขา!

 

* ติดตามเรื่องราวของ ‘อิชยะ’ และ ‘แก้วเกล้า’ ได้ในเรื่อง ‘เท่าที่ใจ… เว้าวอน’ โดย ‘ฉัตรฉาย’

 

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in LOVE

  • LOVE

    ทดลองอ่าน ณัฐรัมภา บทที่ 5

    By

    บทที่ 5 ความบังเอิญที่ตั้งใจ “เฮ้ย พวกแกอย่าทำงานเพลินนะ ยังไงพักกินข้าวก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาเผางานต่อ” ณัฐรัมภาร้องบอกเพื่อนร่วมงานกว่าค...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เจรจาต่อ-ตาย ตอน อัตตา บทที่ 5

    By

    บทที่ 5 การตามหาตัวตนที่แท้จริงของ Satan กลายเป็นความลับที่ต้องทำกันอย่างรัดกุม ฉากหน้าคนของ NIC พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ความจริงแล้วกำลัง...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน ณัฐรัมภา บทที่ 4

    By

    บทที่ 4 ผู้ชายฉลาด “นี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะเนี่ยที่ฉันนัดเจอลูกค้าในสวนแบบนี้...อันที่จริงถึงนัดเพื่อนหรือคนอื่นทั่วไปฉันก็ไม่ค่อยได้นัดในสวน...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เพลิงธุรี บทที่ 5

    By

    บทที่ 5 งานศพของอรุณกับรานีถูกจัดขึ้นอย่างเงียบเหงา แขกเหรื่อที่มาร่วมงานมีเพียงหยิบมือ แม้มุกตาร์จะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อจัดงานศพอย่างยิ่งใหญ่...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เจรจาต่อ-ตาย ตอน อัตตา บทที่ 3-บทที่ 4

    By

    บทที่ 3 เกือบห้าทุ่มแล้วปารุสก์เดินโซซัดโซเซออกมาจากร้านเกมออนไลน์ร้านหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของอาสดา เขาพยายามหาที่พักใหม่เพื่อจะก้าวออกจา...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน ณัฐรัมภา บทที่ 3

    By

    บทที่ 3 สองครอบครัว ณัฐรัมภาระบายลมหายใจเบาๆ หลังจากดับเครื่องรถยนต์จอดตรงหน้ารั้วบ้าน เธอมองผ่านแนวรั้วแบบโปร่งไปยังตัวบ้านสองชั้นที่มีร่อง...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เพลิงธุลี บทที่ 4

    By

    บทที่ 4 สารินกลับมาบ้านของรานีในวันรุ่งขึ้นเพราะแม่เลี้ยงต้องการพบหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายอยากโยนความผิดทั้งหลายในงานแต่งของมุกตาร์ไว้...

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 11-12

บทที่สิบเอ็ด ฮูหยินผู้เฒ่าพาทุกคนกลับไป เป็นเพราะให้ท่านเจ้าอาวาสทำนายชะตาชีวิตแก่คนในครอบครัวไม่สำเร็จ ในใจฮูหยินผู้เฒ่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ทั่นฮวาในดวงใจ บทที่หนึ่ง

บทที่หนึ่ง  เด็ก...เด็กเสียจนน่าตกใจ เด็กอายุน้อยเพียงนี้กลับสามารถสอบผ่านระดับเตี้ยนซื่อ ได้ด้วยความเรียงอันโดดเด่น ย่อ...

นิยายอินไซด์

เตรียมเสียงกรี๊ดดด!!! ไปกับ ‘Touchdown Kiss วัยร้ายคว้าใจพิชิตฝัน’ นิยายรักสุดฮอต สู่ภาพยนตร์สุดฟิน

วอร์มเสียงกรี๊ด เตรียมฟินกันพร้อมแล้วหรือยัง? เพราะนิยายรักวัยรุ่นของ Jamsai Love Series อย่าง ‘Touchdown Kiss วัยร้ายคว...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ทั่นฮวาในดวงใจ บทที่สอง

บทที่สอง  ลมทะเลพัดกรูพากลิ่นไอสมุทรมาเป็นระลอก เป็นกลิ่นอายเดียวกับที่อยู่บนร่างของเนี่ยอู่ ‘ส่งถึงแค่ตรงนี้ก็พอ ตราบใด...

jamsai.com