Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สามีสกุลดี สตรีมากวาสนา บทที่ 6

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่ 6

ผ่านไปอีกราวครึ่งชั่วยาม เรือไม้ก็มาจอดเทียบตีนเขาลูกหนึ่งทางขวามือ ตีนเขาอยู่ห่างจากสะพานใหญ่นั้นราวห้าลี้ มีร้านรวงเรียงติดกันเป็นแถวยาวจนมองไม่เห็นต้นทาง

ท่านสามเกานวดเอวพลางลงจากเรือ ชี้ร้านค้าร้านหนึ่งที่ด้านหน้าด้านหลังทะลุถึงกันพลางกำชับ “ตรงนั้นคือโรงเตี๊ยมของน้าชายเกาเสียง ปกติเป็นที่ฝากรถม้าของผู้ที่จะเข้าเมือง ข้าจะไม่เข้าเมืองไปด้วย จะไปพักอยู่ตรงนั้น ยามเซินพวกเราจะออกเดินทางกลับหมู่บ้าน พวกเจ้ารีบมาให้ตรงเวลา”

ที่นี่คือเมืองไว่ตงอันโด่งดังของเซิ่งโจว ตั้งอยู่นอกประตูเมืองทิศตะวันออก ภูเขาทางขวามือชื่อว่าเขาเถาฮวา อีกไม่นานพอดอกท้อทั้งเขาบานสะพรั่งจะมีงานชุมนุมดอกท้อจัดขึ้น ถึงเวลานั้นจะมีผู้คนขวักไขว่จนแม้แต่ที่ให้พักแรมยังหาได้ยาก ส่วนสำนักศึกษาปั้นซานก็อยู่ที่ไหล่เขาเถาฮวานี้ ห่างตีนเขาไปราวสามสี่ลี้

เยี่ยหย่วนตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ไปเรียนที่สำนักศึกษาปั้นซานอีก จึงก้มหน้าก้มตาสาวเท้ายาว เดินดุ่มไปทางประตูเมืองที่อยู่ไกลออกไป

เกาต้าเหอกับภรรยาเองก็มีธุระต้องทำ เห็นเยี่ยเหมยมีน้องชายแท้ๆ อยู่เป็นเพื่อนก็บอกลาเยี่ยเหมยก่อนเดินไปอีกทางหนึ่งอย่างวางใจ

ด้านหลัง เกาเสียงเพิ่งจะประคองภรรยาลงจากเรือมา เยี่ยเหมยจึงกัดฟันเดินไปหยุดข้างกายภรรยาเกาเสียงก่อนพูดอย่างรวดเร็ว “พี่สะใภ้เสียง ถ้าหมอที่เมืองเซิ่งโจวยังบอกว่าหาสาเหตุอาการคันของท่านไม่เจอเหมือนกับหมอที่ตำบลหยางหลิ่ว ท่านก็ให้หมอลองตรวจตับของท่านดูดีๆ”

ก่อนหน้านี้ภรรยาเกาเสียงเคยบอกว่าหมอล้วนแต่ตรวจหาความผิดปกติของผิวหนังนางกับการขยับตัวของทารกในท้อง แม้เยี่ยเหมยจะไม่รู้ว่าการจับชีพจรในแพทย์แผนจีนสามารถตรวจโรคได้ถึงระดับไหน แต่เอ่ยเตือนสักคำอย่างไรก็ดีกว่าหาสาเหตุของโรคไม่ได้เลย นางเพียงหวังว่าวิชาแพทย์ของหมอในเมืองเซิ่งโจวจะยอดเยี่ยมพอ

พูดจบเยี่ยเหมยก็ไม่สนใจสีหน้าท่าทางอึ้งงันของเกาเสียงและภรรยาของเขา หันหลังกลับไล่ตามเยี่ยหย่วนไปอย่างรวดเร็วราวกับบิน

“อาหย่วน ก่อนหน้านี้เจ้าเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาปั้นซาน คงเคยเข้าไปในเมืองเซิ่งโจวบ้างกระมัง รู้หรือไม่ว่าโรงรับจำนำไหนรับซื้อของด้วยราคาจริง พอข้าจำนำของแล้ว พวกเราก็ไปซื้อของกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะซื้อพวกข้าวพวกธัญญาหารราคาสมเหตุสมผลได้จากไหน รู้หรือไม่ว่าที่ไหนมีผ้าราคาถูกแต่สวยงามทนทานขาย…”

“ท่านถามทีละอย่างได้หรือไม่!” ในที่สุดเยี่ยหย่วนก็ถูกนางทำให้รำคาญจนทนไม่ไหว จึงตะโกนเสียงดังขึ้นมา หลังตะโกนจบเขาก็พบว่าเยี่ยเหมยกำลังปิดปากหัวเราะ จึงอดโมโหเพราะความอายไม่ได้ แค่นเสียงออกมาทีหนึ่งก่อนเดินมุ่งหน้าไปต่อ ทว่าคราวนี้เขาจงใจผ่อนฝีเท้าช้าลงสองส่วน ให้เยี่ยเหมยไม่ต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังเขา

จากนอกเมืองถึงในเมืองต้องเดินอีกครึ่งชั่วยาม เยี่ยเหมยจึงใช้โอกาสอันหาได้ยากนี้ทำความเข้าใจเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจในยุคสมัยนี้ เงินหนึ่งตำลึงเท่ากับเงินหนึ่งพวงหรือคือเท่ากับหนึ่งพันอีแปะ

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 10-11

บทที่สิบ  หลังวันเสี่ยวเหนียนผ่านไป วันส่งท้ายปีเก่าก็มาถึง ไม่ว่าอย่างไรสกุลหลี่ก็เคยเป็นสกุลที่มีชื่อเสียง ภายในจวนก็ม...

jamsai.com