Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน รำพันรักหมอยา บทที่ห้า-บทที่หก

หน้าที่แล้ว1 of 13

บทที่ห้า

นางค่อยๆ ลืมตา กวาดมองรอบตัวอย่างงุนงง หญ้าบนพื้นแฝงกลิ่นราอับชื้น แสงไฟมัวสลัวส่องเข้ามาจากที่ไกล เงาร่างคนที่สะท้อนบนผนังไหวระริก บนเพดานมีหน้าต่างบานเล็กมากบานหนึ่ง สาดแสงสีเงินยวงดุจเข็มขัดหยกเส้นหนึ่ง

‘กัวติ้งก็มาด้วย!’

ประโยคสุดท้ายในความฝันประโยคนี้ดังสะท้อนภายในหูอ้ายจื่อจินอีกครั้ง เหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อนเห็นชัดว่าเป็นความทรงจำที่สลักลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ กระทั่งความร้อนของชาถ้วยนั้นยังคงร้อนลวกมืออย่างเหมือนจริงเพียงนั้น อ้ายจื่อจินขยับนิ้วมือเล็กๆ ความเจ็บปวดเสียดแทงใจพลันบีบรัดปอดและแผ่ซ่านไปตามเส้นเลือดทุกเส้นในร่างกาย

ตอนนี้เองนางถึงได้สติแจ่มชัดขึ้นมา

นางไม่ได้อยู่ในห้องลับอีก แต่กลับอยู่ในคุก! ตอนนี้ไม่ใช่รัชศกวั่นลี่ปีที่สี่สิบแปดอีกแล้ว แต่เป็นรัชศกเทียนฉี่ปีที่เจ็ด!

“เจ้าตื่นแล้วหรือ” น้ำเสียงฟังดูคุ้นหูอยู่บ้าง ทั้งยังเจือสำเนียงทางเหนืออันเข้มข้น ในแถบนี้ย่อมได้ยินสำเนียงนี้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย อ้ายจื่อจินใจดิ่งวูบ ช้อนตาขึ้นมองคนที่เข้ามา ใบหน้างามเป็นสง่าที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันพาให้นางอึ้งงันไปครู่หนึ่ง

“คิดไม่ถึงว่าจะพบข้าที่นี่กระมัง!” สตรีแต่งกายชุดผู้คุมคุกหญิงชายตามองนางอย่างเย้ยหยัน

“ซุนจิ่วเม่ย!” สีหน้าอ้ายจื่อจินค่อยๆ เปลี่ยนจากตกตะลึงกลายเป็นราบเรียบ “เจ้าก็มาด้วย?”

“เฮอะ!” เห็นอ้ายจื่อจินสงบนิ่งเพียงนี้ ซุนจิ่วเม่ยพลันรู้สึกไฟโทสะพลุ่งพล่านทันใด “เจ้าอย่าคิดว่าข้าอยากมา หากไม่ใช่เพราะ…” พูดไปครึ่งหนึ่ง ซุนจิ่วเม่ยก็หยุดชะงักกะทันหัน ก่อนเอ่ยอย่างแข็งกระด้าง “อ้ายจื่อจิน เจ้าอย่าคิดว่าตอนนั้นที่ไปจากเมืองหลวง เรื่องเจ้าเป็นพยานเท็จให้ร้ายสกุลเฉียวจะใช้พู่กันฆ่าทิ้งไปทีเดียวได้ เฮอะ นับว่าสวรรค์ยังมีตา ผ่านมาเจ็ดปีแล้ว เรื่องที่เจ้าติดค้างพี่ใหญ่เฉียวจะได้รับการชดใช้ทุกอย่างคืนมาเสียที! ปีนั้นไม่ว่าพี่ใหญ่เฉียวได้รับความทุกข์ทรมานอย่างไรในคุกบ้าง ฟ้าดินจะต้องให้เจ้าทรมานเหมือนกันทุกประการแน่นอน!”

“เรื่องในปีนั้นข้าไม่คิดแก้ตัวอีก หากข้าติดคุกแล้วสามารถชดเชยสิ่งที่ติดค้างกับเขาได้จริง นั่นก็ยอดเยี่ยมโดยแท้!” อ้ายจื่อจินจ้องมองซุนจิ่วเม่ยนิ่ง ราวกับไม่ยอมให้อารมณ์ที่เปลี่ยนไปในดวงตาซุนจิ่วเม่ยเล็ดลอดสายตาไปได้ “ทว่าแม่นางซุนมาที่นี่เพื่อดูสภาพน่าเวทนาของข้าเพียงแค่นั้นหรือ หรือแม่นางซุนกลัวข้าจะพูดอะไรออกไป จึงได้มาคุมข้าเช่นนี้”

“เจ้า…เจ้ารู้อะไร” ซุนจิ่วเม่ยตกตะลึงพรึงเพริด

“ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น” อ้ายจื่อจินมองเลยไปพลางเอ่ย ตรงนั้นคล้ายมีคนกำลังไอ ซุนจิ่วเม่ยมองตามไปอย่างตื่นตัว ใบหน้าเปลี่ยนสีทันที ผู้คุมคุกหญิงสองสามคนหัวเราะคิกคักก่อนจะเดินจากทางเดินด้านนั้นเข้ามา ซุนจิ่วเม่ยเห็นสถานการณ์จวนตัวจึงนั่งยองลงทำทีเป็นจัดชายชุด ผู้คุมคุกหญิงเหล่านั้นก็มิได้ใส่ใจนาง เพียงพูดคุยหัวร่อไม่กี่ประโยคก็ไปตรวจตรานักโทษหญิงห้องอื่นต่อ ทางเดินแคบเล็กในคุกหลวงเหลือเพียงแสงไฟริบหรี่วูบวาบแผ่ปกคลุมพื้นที่อันน่าอึดอัด

ซุนจิ่วเม่ยไม่กล้ารั้งอยู่ต่ออีก ลดเสียงต่ำลงเอ่ยเย็นชา “ทางที่ดีเจ้าก็จงไม่รู้อะไรทั้งนั้นต่อไป! หากข้ารู้ว่าเจ้าพูดอะไรต่อหน้ากัวติ้งแม้แต่คำเดียว ไม่ว่าผู้ใดเอ่ยขอชีวิตเจ้าไว้ ข้าก็จะฆ่าเจ้าอยู่ดี!”

หน้าที่แล้ว1 of 13

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่หนึ่ง-บทที่สอง

บทที่หนึ่ง ‘คุณหนูรองสกุลหลี่แห่งอำเภอเฉิงเป่ยปัญญาอ่อนไปแล้ว!’ ข่าวที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ราวกับหญ้าแห้งฤดูใบไม้ร่วงถูกไฟป่...

everY

ทดลองอ่าน พันสารท เล่มที่ 1 บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1 ยอดเขาปั้นปู้ (ครึ่งก้าว) ชื่อสื่อความหมาย บนยอดเขามีพื้นที่คับแคบ เดินหน้าไปเพียงครึ่งก้าวก็เป็นหน้าผาสูงหมื่นจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เบื่อนักโจ๊กล่าปา ข้าไม่ย้อนเวลาอีกได้ไหม บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่ 1  ยามดึกสงัดในฤดูหนาว หมู่ดาวพร่างพราวเต็มผืนฟ้ากว้างใหญ่ สาดส่องจากเหนือหมู่เมฆลงมายังคฤหาสน์สกุลอวิ๋น ลอดผ่านหน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่สาม-บทที่สี่

บทที่สาม ในเวลาเดียวกันนี้ ณ ลานล่าสัตว์ที่เมืองเหลียวเฉิง ใต้เท้าเมิ่งผู้ช่วยนายอำเภอเมืองเหลียวเฉิงกำลังแอบใช้ผ้าเช็ดห...

jamsai.com