Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 4 บทที่ 1

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่ 1

 เซียวจวิ้นที่เป็นลมอยู่ในศาลบรรพชนถูกส่งกลับมา เรือนเซียวเซียงพลันวุ่นวายโกลาหลทันที

หงจูเห็นคุณชายรองตัวร้อนทั้งตัว แขนขาทั้งสี่แข็งทื่อ น้ำตาก็ไหลออกมา นางตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก สาวใช้รุ่นเล็กทั้งหลายเห็นว่าแม้แต่หงจูยังลนลานจึงทำอะไรไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม เดินไปเดินมาในห้องโถงเหมือนแมลงวันหัวขาดฝูงหนึ่ง

เทียบกับเรือนกลางที่ยุ่งวุ่นวายแล้ว เรือนปีกตะวันออกกลับเงียบสงบเป็นพิเศษ หลี่เมิ่งซีกำลังคัดอักษรทีละขีดทีละเส้น ไม่ใช่ว่าข่าวที่เซียวจวิ้นเป็นลมไม่ถูกส่งมายังเรือนปีกตะวันออก เพียงแต่สำหรับหลี่เมิ่งซีแล้ว เซียวจวิ้นแค่คุกเข่านานเกินไป เขาไม่ตายหรอก ภาษิตว่าหากไม่ใจแข็งย่อมยากจะเป็นอิสระ นางในตอนนี้ต้องแข็งใจเมินเฉยต่อเซียวจวิ้น ตัดเขาเสียให้ขาด

เห็นหลี่เมิ่งซีดูสงบนิ่งเป็นพิเศษ จือตงก็ทำหน้าร้อนใจ นางหันไปมองจือซย่า อีกฝ่ายกลับยืนอยู่ด้านข้างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จือตงได้แต่ถูมือแล้วถูมืออีก ในที่สุดก็ทนไม่ไหวคุกเข่าลงกับพื้น “สะใภ้รองยื่นมือเข้าช่วยคุณชายรองหน่อยเถอะเจ้าค่ะ บ่าวคิดว่าคงมีแต่ท่านเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยคุณชายรองได้!”

หลี่เมิ่งซีเห็นจือตงทำเช่นนี้ก็อดอึ้งไปไม่ได้ วางพู่กันในมือแล้วมองนางโดยไม่พูดจา

เห็นหลี่เมิ่งซีเงยหน้า จือตงก็พรูลมหายใจแล้วพูดต่อ “ตอนบ่าวไปสืบข่าวที่เรือนกลาง เห็นอาการของคุณชายรองแล้ว เหมือนอาการของท่านพ่อของบ่าวตอนเสียชีวิตทุกประการ ตอนนั้นท่านพ่อขึ้นเขาไปตัดฟืนและได้แผลที่มือมาโดยไม่ระวัง พอกลับมาท่านแม่กับท่านพ่อต่างไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ใช้ขี้เถ้าพอกแผลไว้เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าวันต่อมาตอนบ่าย ท่านพ่อจะเริ่มมีไข้ทั้งตัว แขนแข็งทื่อ ทั้งยังกระตุกเป็นพักๆ ท่านแม่รวบรวมเงินที่มีและหยิบยืมมาอีกส่วนหนึ่งเชิญหมอมาตรวจ หมอบอกว่าเป็นแค่พิษไข้จากบาดแผลเท่านั้น ไม่เป็นอะไรมาก ใส่ยาและพันแผลให้ใหม่ ทั้งยังสั่งยาต้มให้ดื่ม ฟังคำพูดหมอแล้วท่านแม่ก็วางใจ คิดไม่ถึงว่าหมอเถื่อนจะทำร้ายคน กินยาแล้วท่านพ่อไม่เพียงอาการไม่ดีขึ้นยังทรุดลงเรื่อยๆ ป่วยอยู่ไม่ถึงสิบวันก็จากไป ได้ยินหมอที่ตรวจรักษาท่านพ่อเป็นคนสุดท้ายบอกว่าท่านพ่อเป็นโรคลมเจ็ดวัน ไม่มียารักษาได้เจ้าค่ะ”

โรคลมเจ็ดวัน! หลี่เมิ่งซีฟังแล้วอดนิ่วหน้าไม่ได้ โรคลมเจ็ดวันในปัจจุบันเรียกว่าโรคบาดทะยัก แม้อยู่ในยุคปัจจุบันก็ไม่แน่ว่าจะรักษาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยุคโบราณที่การแพทย์ล้าหลังเลย

ไม่กระมัง บังเอิญถึงเพียงนี้เชียว เซียวจวิ้นแค่คุกเข่าคืนเดียวก็ได้รับเชื้อบาดทะยักเลยหรือ!

หลี่เมิ่งซีนึกออกทันที นางลืมไปได้อย่างไรว่ามือของเซียวจวิ้นมีแผล หากแผลลึกก็มีโอกาสจริงๆ คิดเช่นนี้แล้วจึงมองจือตงที่เล่าถึงเรื่องบิดาแล้วขอบตาแดงเรื่อพลางพูด “เล่าอาการของคุณชายรองให้ข้าฟังอย่างละเอียดซิ”

ได้ยินหลี่เมิ่งซีพูดเช่นนั้น จือตงจึงบรรยายอาการของเซียวจวิ้นให้ฟังอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง เล่าจบก็พูดต่อ “สะใภ้รอง ไม่พูดถึงว่าหมอต้องใช้เวลาเป็นชั่วยามกว่าจะมาถึง ต่อให้มาถึงแล้วก็ไม่แน่ว่าจะรักษาได้ พวกเขามีวิชาแพทย์สูงส่งเหมือนสะใภ้รองเสียที่ไหน ท่านไปดูหน่อยเถอะเจ้าค่ะ หากมิใช่โรคลมเจ็ดวันก็แล้วไป บ่าวแค่เกรงว่า…”

อาการเหมือนอาการเบื้องต้นของโรคบาดทะยักจริงๆ ฟังคำพูดจือตงแล้ว หัวใจของหลี่เมิ่งซีก็หดเกร็ง นางก้มหน้าตรึกตรอง

เห็นหลี่เมิ่งซีไม่พูดจา จือซย่าจึงโน้มน้าวอยู่ด้านข้าง “สะใภ้รอง ต่อให้คุณชายรองไม่ดีอย่างไรก็ไม่สมควรตายด้วยเหตุนี้ เห็นแก่ที่คุณชายรองบาดเจ็บเพราะท่าน สะใภ้รองควรถือโอกาสตอนที่หมอยังมาไม่ถึงไปดูอาการคุณชายรองหน่อยเถอะเจ้าค่ะ หากหมอมาถึงแล้วรักษาไม่ได้ เวลานั้นท่านจะสอดมือเข้าไปก็ลำบากแล้ว”

ต่อให้เป็นตอนนี้นางคิดจะสอดมือเข้าไปก็ไม่ง่ายเช่นกัน ท่ามกลางสายตาของทุกคน นางจะรักษาโรคให้เซียวจวิ้นโดยไม่เปิดเผยฐานะเซียนปรุงยาของตนเองได้อย่างไร

“สะใภ้รอง?” เห็นหลี่เมิ่งซีก้มหน้าไม่พูดจา จือตงจึงร้องเรียกอีกคำ

คิดอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดหลี่เมิ่งซีจึงพูดเสียงเฉียบขาด “ได้ พวกเราไปดูกัน”

เตรียมยาเสร็จเรียบร้อย ใส่ไว้ในกล่องใบเล็กและให้จือซย่าถือ เพิ่งออกจากประตูห้องทิศเหนือจือตงก็ตามมาข้างหลังแล้วเอ่ยว่า “สะใภ้รอง ถึงอย่างไรเรือนปรุงยาในสวนด้านหลังก็รื้อทิ้งไปแล้ว ที่นี่ไม่มีข้าวของที่กลัวคนจะมาเห็นเข้าอีก ให้บ่าวไปกับท่านด้วยเถอะเจ้าค่ะ คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนโซ่วสี่เมื่อวาน ตอนนี้บ่าวยังหวั่นใจไม่หายเลย”

ฟังคำพูดจือตงแล้วหลี่เมิ่งซีพลันเกิดไหวพริบ นางชะงักเท้า ขบคิดแล้วพูด “เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่เถอะ ส่งสาวใช้ไปดูสถานการณ์ที่เรือนกลางด้วย ประเดี๋ยวเหล่าไท่จวินจะต้องมาแน่ หากเหล่าไท่จวินใช้กฎบ้านกับข้า พวกเราย่อมไม่มีโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก ถ้าเป็นอย่างนั้น เจ้ารีบใช้นกพิราบส่งข่าวให้หลี่ตู้มาช่วยเหลือพวกเราที่คฤหาสน์สกุลเซียวทันที”

“สะใภ้รอง…” จือตงฟังแล้วใบหน้าซีดขาวทันใด ริมฝีปากสั่นนิดๆ

“สะใภ้รองพูดถูก หากพวกเราสามคนอยู่ด้วยกันหมด ยามที่เกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เกรงว่าแม้แต่คนส่งข่าวก็ไม่มี” จือซย่ารีบโน้มน้าวอีกคำ เห็นจือตงกัดปากพยักหน้าแล้ว นางจึงประคองหลี่เมิ่งซีเดินไปที่เรือนกลาง

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 10-11

บทที่สิบ  หลังวันเสี่ยวเหนียนผ่านไป วันส่งท้ายปีเก่าก็มาถึง ไม่ว่าอย่างไรสกุลหลี่ก็เคยเป็นสกุลที่มีชื่อเสียง ภายในจวนก็ม...

jamsai.com