Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน บัญชาปราบโฉมงาม บทที่ 2

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่สอง

เทือกเขาหุบปีศาจที่อยู่ทางตะวันตกของจงหยวน มีลักษณะภูมิประเทศสูงต่ำขรุขระเต็มไปด้วยอันตราย แต่กลับซุกซ่อนแดนสุขาวดีในโลกมนุษย์ไว้แห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘หุบเขาหมื่นบุปผา’ และอูมู่ฉินก็คือประมุขของหุบเขาหมื่นบุปผา

ในหุบเขาหมื่นบุปผามีสี่ฤดูที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ฤดูใบไม้ผลิดารดาษไปด้วยบุปผานานาพรรณ ฤดูร้อนปุยเมฆบางเบา ฤดูใบไม้ร่วงอาบย้อมไปด้วยใบเฟิงแดง ฤดูหนาวทุกแห่งถูกแต่งแต้มด้วยสีเงินยวง มีดินฟ้าอากาศที่พิเศษไม่เหมือนที่ใดและได้รับการปกป้องโดยธรรมชาติจากลักษณะทำเลที่ตั้ง ทำให้ที่นี่อยู่ห่างไกลจากเรื่องราวโลกภายนอก

ประชากรในหุบเขาที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างมีความถนัดของตน ทำในสิ่งที่ตนอยากทำ เรียนรู้ในสิ่งที่ตนรัก ไม่ถูกผูกมัดด้วยพิธีรีตองและประเพณีนิยม ใช้ชีวิตอย่างสง่างามตามอำเภอใจของตน

ปฐมาจารย์ของหุบเขาหมื่นบุปผาตอนก่อตั้งสำนักได้กำหนดกฎระเบียบไว้ข้อหนึ่ง ผู้เข้ารับตำแหน่งประมุขหุบเขาจะต้องเป็นสตรีที่งามหยาดเยิ้มล่มบ้านล่มเมือง ส่วนวรยุทธ์นั้นไม่จำเป็นต้องดีมาก วรยุทธ์สูงส่งก็มอบให้ผู้คุมกฎทั้งสี่ เสือดาว จิ้งจอก งู อินทรีไปตั้งอกตั้งใจฝึกฝนก็พอแล้ว

ตอนอูมู่ฉินอายุห้าขวบก็ถูกอาจารย์ผู้เป็นประมุขหุบเขาคัดเลือกออกมา เริ่มรับการอบรมสั่งสอนในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งประมุข ที่เรียกว่าอบรมสั่งสอนก็คือให้นางไปเล่นสนุกอยู่ในเทือกเขาหุบปีศาจที่สูงชะโงกเงื้อมและเต็มไปด้วยอันตราย

ทุกวันนางจะเที่ยวกระโดดโลดเต้นอยู่ในป่าเขาราววานรตัวหนึ่ง ปีนป่ายและห้อยโหน ฝูงวานรกลายเป็นสหายที่ดีของนาง ฝูงสุนัขป่ามีไมตรีจิตมิตรภาพต่อนางมาก พยัคฆ์และเสือดาวภายใต้การให้อาหารและเลี้ยงดูของนางก็หดกรงเล็บให้กับนาง กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่คอยประจบออดอ้อน

นางพาสหายคนอื่นๆ ที่ร่วมฝึกฝนด้วยกันเล่นจากยอดเขาลูกนี้ไปถึงหุบเหวด้านโน้น เล่นจากลำธารสายนี้ไปถึงน้ำตกสายโน้น เล่นสนุกกระทั่งนางอายุแปดขวบ วันหนึ่งอาจารย์ก็เรียกนางเข้ามาในห้อง

“ป่าเขาในละแวกใกล้เคียงเจ้าคุ้นเคยหมดแล้วหรือ” อาจารย์ถาม

อูมู่ฉินพยักหน้าแรงๆ ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ “คุ้นเคยดีเจ้าค่ะ” อย่าว่าแต่คุ้นเคย แม้แต่สัตว์ป่าที่มองดูแล้วรูปร่างหน้าตาเหมือนกันหมด นางยังแยกแยะได้ว่าตัวใดเป็นตัวใด

“ดีมาก ตอนนี้เจ้าไปเลือกคนมาสี่คน พรุ่งนี้ให้พวกเขาลงจากเขาไปเที่ยวเล่นกับเจ้า”

ดวงตาคู่งามของอูมู่ฉินเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจ ในที่สุดนางก็สามารถเลือกผู้คุ้มกฎของตนได้แล้ว ที่อาจารย์ให้นางร่วมกิน นอน เล่นกับเหล่าสหาย นอกจากเพื่อบ่มเพาะความเข้าใจรู้ใจกันแล้ว ยังเพื่อให้นางได้เรียนรู้ที่จะแยกแยะข้อดีข้อเสียของสหายแต่ละคน รวมทั้งเข้าใจถึงอุปนิสัยของพวกเขา และนางก็มีคนที่อยู่ในใจอยู่แล้ว จึงรีบไปหาสหายสี่คน พามาอยู่เบื้องหน้าอาจารย์

อาจารย์ถาม “ตอนนี้เจ้าพูดซิ เพราะอะไรจึงเลือกสี่คนนี้”

อูมู่ฉินเริ่มวิเคราะห์ เนื่องจากนางเล่นอยู่ในป่าเขามาสามปีแล้ว จำนวนครั้งที่เจอสัตว์ป่ากินคน แมลงพิษ หรืองูพิษในป่าจึงไม่น้อย นอกจากอาศัยปฏิภาณไหวพริบของนางเองแล้ว ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากสหายในการหลบหลีกจากอันตราย ถ้านางจะหาคนลงจากเขาไปด้วยกัน ไม่เพียงต้องหาคนที่เฉลียวฉลาดพึ่งพาได้ ยังต้องมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อนาง คิดเพื่อนางในทุกเรื่อง อีกทั้งคู่ควรแก่การเชื่อถือไว้วางใจ

อาจารย์ผงกศีรษะด้วยความพอใจ บอกนางพรุ่งนี้ลงจากเขาได้ ให้นางไปเตรียมตัว กำหนดเวลาไว้หนึ่งปี ครั้นแล้วอูมู่ฉินก็พาสหายสี่คนไปจัดเก็บสัมภาระ วันถัดมาทุกคนก็หอบหิ้วสัมภาระลงจากเขาไปผจญภัยด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม

หนึ่งปีให้หลัง อูมู่ฉินเก้าขวบแล้ว ได้กลับมาถึงหุบเขาหมื่นบุปผาเข้าคารวะอาจารย์

“สนุกหรือไม่” อาจารย์ถาม

“สนุกก็สนุกอยู่เจ้าค่ะ แต่คนที่ด้านล่างภูเขาเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อนมาก” คนตัวน้อยทำปากยื่น ดูเหมือนจะได้รับความไม่เป็นธรรมมาไม่น้อย

อาจารย์เลิกคิ้ว ถามด้วยความสนอกสนใจ “พวกเขาเจ้าเล่ห์อย่างไรหรือ”

ตอนอยู่ด้านล่างภูเขาอูมู่ฉินได้รับความแค้นใจไม่น้อย ครั้นแล้วก็เริ่มระบายความคับแค้นใจให้อาจารย์ฟัง บ่นว่าไม่หยุดปาก นางบอกคนที่ด้านล่างภูเขาคำพูดกับการกระทำไม่เหมือนกัน พูดอย่างหนึ่งทำอีกอย่างหนึ่ง ละโมบโลภมาก ทำร้ายผู้อื่น โกหกหลอกลวงผู้อื่นต่างๆ นานา นางพูดจนนางหิว ตอนไปกินข้าวก็พูด หลังจากกินอิ่มแล้วก็ยังพูด พูดจนเหนื่อยแล้วอยากนอน แม้แต่ตอนละเมอก็ยังบ่นว่า นอนอิ่มแล้วตื่นขึ้นมาก็ยังพูดต่อ

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน นิทานรักนักษัตรปีมะเส็ง บทที่ 4

    By

    บทที่ 4  เสียดายที่โชคชะตาไม่เป็นไปอย่างใจหวัง เพราะเมื่อเดินทางไปถึงคฤหาสน์สกุลหลินที่หยางโจว พวกเขาถึงรู้ว่าหลินหรูไห่ป่วยตายแล้ว หลินไต้อ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน นิทานรักนักษัตรปีมะเส็ง บทที่ 3

    By

    บทที่ 3 ระหว่างที่หลินไต้อวี้กำลังคิดว่าจะเอาจย่าเป่าอวี้ไปซ่อนไว้ที่ใดดี สาวใช้ผู้นั้นก็พุ่งเข้ามาในเรือนแล้ว หลินไต้อวี้จึงได้แต่ปลงอนิจจั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 7-8

    By

    บทที่เจ็ด เมื่อหลี่เหวยหยวนเห็นใบหน้าขาวกระจ่างของหลี่หลิงหว่านปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นมาจนก่อเกิดเป็นความงดงามเปี่ยมเสน่ห์ที่ไม่อาจบรรยายได้ เ...

  • overgraY

    เสด็จอา บทที่ 2 #นิยายวาย

    By

    บทที่ 2   ข้าย่างเท้าออกจากประตูตะวันออกของอุทยานหลวงภายใต้แสงสายัณห์ ยังไม่ทันเดินออกมาได้ถึงสองก้าวก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกจากทางเบื...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน นิทานรักนักษัตรปีมะเส็ง บทที่ 2

    By

    บทที่ 2  หลังจากนั้นหลินไต้อวี้ไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าตอนที่นางกินซาลาเปาลูกที่แปด ร่างกายที่ใช้การอะไรไม่ได้นี้จะเกิดไม่ยอมรับของอร่อยขึ้นมาอ...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เพลิงธุลี บทที่ 2

    By

    บทที่ 2 บ้านเรือนส่วนใหญ่สองข้างทางชานเมืองลุคน่ายังคงเป็นบ้านชั้นเดียวทำด้วยดินเหนียว ชาวบ้านจะปั้นขี้วัวเป็นก้อนกลมแปะไว้ตามผนังบ้านด้านนอ...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เพลิงธุลี บทที่ 1

    By

    บทที่ 1 “สาริน...ทางนี้!” เสียงสดใสดังมาจากหญิงสาวร่างบางสวมแว่นซึ่งกำลังยืนพิงรถยนต์สี่ประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอฉีกยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นโบก แต...

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 5-6

บทที่ห้า  ตอนที่หลี่หลิงหว่านฟื้นขึ้นมาเป็นยามพลบค่ำ แสงอาทิตย์อัสดงกำลังลอดเข้ามาภายในห้อง ทั้งตำแหน่งใกล้และไกลต่างก็อ...

jamsai.com