Connect with us

Jamsai

นิยายอินไซต์ everY/overgraY

รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ นิยายวายจีนย้อนยุคสืบสวนสอบสวน ที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุด

 

‘รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่’ ผลงานของ เมิ่งซีสือ นิยายวายแปลจีนย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ที่นักอ่านพูดถึงและได้รับการชื่นชมมากที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง เรียกได้ว่าหลังจากวางจำหน่ายก็มีกระแสจากนักอ่านมาอย่างต่อเนื่อง เป็นหนังสือที่ติดอันดับ 1-3 เรื่องที่ขายดีที่สุดของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายตั้งแต่วางจำหน่าย

 

ความสนุกจากนักอ่านรีวิวเป็นเสียงเดียวกัน

 

แจ่มใสได้นำรีวิวบางส่วนจากรีวิวทั้งหมดของนักอ่านแต่ละท่านมาฝากเพื่อนๆ ไปติดตามกันค่ะ

อ่านจบเล่มแรกเราก็ชอบแล้ว พอถึงเล่ม 3 ออกก็รักรัชศกเข้าขั้นคลั่งไคล้มากกกกกกกกกกกกกกกกก รัชศกเป็นเรื่องที่พลิกมุมมองที่เรามีต่อวายพีเรียดจีน เออ มันก็สนุกเหมือนกันเนอะ ด้วยภาษาแปลที่ลื่นไหล ภาพสวยๆ ย้อนยุค วิธีการเล่าเรื่อง ฯลฯ และตอนนี้ก็ได้ติดบ่วงตามซื้อนิยายพีเรียดเล่มอื่นๆ เป็นที่เรียบร้อยค่ะ ล้มละลาย orz รัชศกเป็นเรื่องที่ทำให้เราผ่านวันเหนื่อยๆ ดาวน์ๆ มาได้ เป็นเรื่องที่เรารอคอยทุกเดือนว่าจะออกวันไหน

ขอขอบคุณ รีวิวจากบล็อก I READ YOU A LOT – ilysm (คลิกอ่านรีวิว)

เป็นนิยายวายที่ไม่วายมาก แต่สนุกมาก ทำให้เราคอยลุ้นไปกับคดีต่างๆที่นายเอกของเราสู้คนแบบมีสมอง แต่ก็ไม่เงิน ฮ่าๆ เป็นคนดีที่ไม่ดีจนเกินไปรู้จักเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ สนุกดีค่ะ ความวายจะมีแทรกเป็นระยะ แบบความรู้สึกของตัวละคร แต่ไม่ได้วายแบบหวือหวามากนัก

ขอขอบคุณ รีวิวจากคุณ Monaliz Juang (คลิกอ่านรีวิว)

...

ในด้านความสัมพันธ์ของพระเอกนายเอกเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่า มันอบอุ่นมากๆ ความสัมพันธ์เกิดขึ้นจากการเป็นเพื่อน ค่อยๆพัฒนาการเป็นคนรัก ความจริงแล้วสองคนนี้ผ่านอะไรด้วยกันมามากมายค่ะ ร่วมเป็นร่วมตายกันไม่น้อย เหมือนเป็นคู่ชีวิตกันซะมากกว่า

ขอขอบคุณ รีวิวจากบล็อก Isabella Nut (คลิกอ่านรีวิว

...

ณ จุดๆ นี้ นาตนงคงต้องบอกว่า ‘รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่’ เป็นนิยายวายขนาด 7 เล่มจบที่ดีต่อใจมากกกกกกกกกกกก+ เนื้อเรื่องไม่ได้วายจ๋า ไม่มีเลิฟซีน และแทบไม่มีฉากโรแมนติกระหว่างสุยโจวและถังฟั่นเลยด้วยซ้ำ ทว่าหลังอ่านจบแล้วมันแบบอยากตะโกนออกมาว่า “เค้ารักกันค่ะคุณขาาาาาา!!!! เค้ารักกันมาก รักกันไม่ไหวแล้ว คนอ่านเหม็นฟามรักมากค่าาาาา”

ขอขอบคุณ รีวิวจากเฟสบุ๊ก อาณาจักรเล็ก ๆ ในตู้หนังสือ (คลิกอ่านรีวิว)

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนักอ่านที่พูดถึงหนังสือเรื่องนี้เท่านั้นนะคะ บอกเลยว่าหากเพื่อนๆ อ่านรีวิว ‘รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่’ แล้วจะต้องรีบหาเรื่องนี้มาอ่านโดยเร็วแน่นอน

เรื่องราวของ ‘ถังฟั่น’ ผู้พิพากษาประจำศาลซุ่นเทียน ความซื่อตรงจริงจังในการทำงานของเขานับว่าหาได้ยากในหมู่ขุนนางรัชสมัยต้าหมิง อีกทั้งยังเป็นผู้มีอุดมการณ์ของตัวเองธำรงไว้ซึ่งหลักการและความเป็นจริง ทำให้ ‘สุยโจว’ นายกองแห่งกององครักษ์เสื้อแพร บุรุษผู้เงียบขรึมพูดน้อย จริงจังกับการทำงาน เกิดความรู้สึกดี และมอบมิตรภาพให้กับเขาอย่างยากที่จะหาได้

เล่ม 1

 

 

คดีแรก

‘การตายของเจิ้งเฉิง’

เกิดขึ้นเมื่อ ‘เจิ้งเฉิง’ บุตรชายคนโตของจวนอู่อันโหวเสียชีวิตลง โดยผู้ต้องสงสัยคือถังฟั่น เนื่องจากเจิ้งเฉิงได้พบเขาเป็นคนสุดท้าย ทั้งยังมีปากเสียงกันเล็กน้อย ถังฟั่นเข้ามารับผิดชอบสืบสวนคดีโดยตรง เรื่องราวการสืบสวนและคลี่คลายคดีดำเนินไปอย่างเข้มข้น

คดีนี้ควรจะปิดลงได้โดยง่าย แต่เพราะบิดาของผู้ตายไม่ต้องการให้เรื่องในบ้านแพร่ออกไป ทว่าถังฟั่นก็ต้องการหาฆาตกรตัวจริงให้ได้ จึงทำให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้นด้วยการให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาพัวพัน ทั้งกององครักษ์เสื้อแพร สำนักประจิม สำนักบูรพา คดีนี้ทำให้หลายฝ่ายต่างเข้ามามีส่วนร่วม แย่งชิงความดีความชอบกัน ซึ่งนั่นทำให้ทั้งถังฟั่นและสุยโจวได้รู้จักกันมากขึ้นไปด้วย

 

คดีที่สอง

‘เจิ้งซื่อภรรยาเอกของสกุลหลี่ ผูกคอตาย!’

คดีใกล้ตัวของถังฟั่น เขาที่เป็นขุนนางขั้นเล็กๆ ได้ขอแบ่งเช่าเรือนข้างของคฤหาสน์สกุลหลี่ นายท่านสกุลหลี่เป็นพ่อค้า เดินทางค้าขายแดนไกล นานๆ ครั้งเขาจึงจะกลับคฤหาสน์ สกุลหลี่มีนายหญิงนามว่า ‘เจิ้งซื่อ’ นางเป็นภรรยาเอกคอยปกครองดูแลที่นี่ เนื่องจากคดีเกิดใกล้บ้าน เมื่อเจิ้งซื่อได้ยินว่าสามีกำลังจะกลับมาพร้อมอนุ นางบังเกิดความเสียใจจนผูกคอตาย! แต่นี่จะเป็นการฆ่าตัวตายจริงๆ หรือจะเป็นฝีมือของใครกันแน่ ร่วมตามสืบและหาคนร้ายตัวจริงกันต่อในเล่มค่ะ

 

คดีที่สาม

‘การตายของหานเจา’

วันหนึ่ง ถังฟั่นถูกตามตัวให้เข้าวังหลวง ปกติขุนนางเล็กๆ อย่างเขาไม่มีเหตุให้ต้องเฉียดเข้าใกล้วัง แต่นี่กลับถูกพาเข้าไปถึงตำหนักส่วนใน และได้พบจักรพรรดิ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการจัดแจงของ ‘วังจื๋อ’ ขันทีคนสนิทของจักรพรรดิและเป็นผู้บัญชาการสำนักประจิม วังจื๋อนั้นเขาตระหนักถึงความฉลาดของถังฟั่นจากคดีก่อนหน้านี้ ซึ่งครานี้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในวังหลวง ‘หานเจ่า’ ซึ่งเป็นพระสหายร่วมชั้นเรียนขององค์รัชทายาทกินต้มถั่วเขียวที่ ‘วั่นกุ้ยเฟย’ ส่งไปแล้วเกิดเสียชีวิต ต้มถั่วเขียวนี้ได้ทำมาสองถ้วย ถ้วยหนึ่งให้องค์รัชทายาทอีกถ้วยหนึ่งให้แก่หานเจ่า โดยที่องค์รัชทายาทไม่ได้เสวย แต่เมื่อตรวจต้มถั่วเขียว และภาชนะกลับไม่พบพิษใดๆ หานเจ่าเองก็ไม่ได้มีปัญหาด้านสุขภาพ แล้วเหตุใดคนถึงตาย! ถังฟั่นจึงจำต้องเป็นผู้สะสางคดีนี้ให้กระจ่างโดยที่คดีนี้เกี่ยวพันถึงวั่นกุ้ยเฟยผู้เป็นที่รักของจักรพรรดิ เขาจะคลี่คลายคดีนี้ได้อย่างไร คดีนี้มีเงื่อนงำซับซ้อนและน่าติดตาม ไปร่วมสืบและค้นหาเบาะแสให้กระจ่างพร้อมกันได้ในเล่มนะคะ

 

เล่ม 2

 

 

คดีที่สี่

‘เด็กหาย’

ถังฟั่นร่วมกับวังจื๋อ สืบคดีของหานเจ่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนขององค์รัชทายาทที่เสียชีวิต คดีนี้เป็นคดีที่ค่อนข้างซับซ้อน ‘เมิ่งซีสือ’ นักเขียนขมวดปมการฆ่าไว้อย่างน่าติดตาม ตั้งแต่เล่มนี้เป็นต้นไปจึงไม่ควรพลาดเลยค่ะ การคลี่คลายดีของหานเจ่านั้นถังฟั่นได้รับความชื่นชมจากจักรพรรดิ วังจื๋อรับปากว่าถังฟั่นจะต้องได้เลื่อนขั้นอย่างแน่นอน ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองดูเหมือนจะสนิทสนมขึ้นมาอีกขั้น จนสุยโจวที่กลับมาจากการออกไปปราบปรามขุนนางทุจริตยังต่างเมืองรู้สึกไม่สบายใจ เขาได้แต่เตือนสหายว่าอย่าไปใกล้ชิดกับวังจื๋อนัก

วันเวลาผ่านไป เมืองหลวงซึ่งในตอนนี้อยู่ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องเทศกาลหยวนเซียว ถังฟั่นกับอาตงออกมาชมความคึกคักของเมืองหลวง ขณะที่สุยโจวต้องอยู่เวรตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อยของเมืองหลวงในยามค่ำคืนเทศกาลหยวนเซียวเป็นเทศกาลซึ่งผู้คนมารวมตัวกันหนาแน่นแออัด

จากนั้นถังฟั่นก็ได้พบกับวังจื๋อ อีกฝ่ายเล่าว่าตนถูกเรียกกลับเมืองหลวงอย่างกะทันหันเนื่องจากเกิดเรื่องใหญ่ เพราะบุตรีคนเล็กและหลานชายของขุนนางระดับสูงสองคนถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไป ต้องรีบหาตัวให้เจอโดยเร็ว ในระหว่างที่ถังฟั่นลุกไปเข้าห้องน้ำ กลับมาอีกทีก็ไม่เจออาตงแล้ว ถังฟั่นโกรธจัดเมื่อรู้ว่าวังจื๋อให้อาตงออกไปเป็นเหยื่อล่อพวกค้ามนุษย์! ถังฟั่นร้อนใจจึงไปหาสุยโจวที่กำแพงเมือง ทั้งหมดสอดส่องเมืองจากมุมสูงและได้เห็นกลุ่มคนท่าทางมีพิรุธจึงไปจับตัวมา พบว่าเป็นคนจากกลุ่มอิทธิพลมืดสองกลุ่มในเมืองหลวง ชำนาญนักเรื่องลักพาตัวเด็กไปเรียกค่าไถ่

ทั้งคู่ปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือกับอาตงและลูกหลานขุนนางอะไรนั่น ยังมีอีกกลุ่มอิทธิพลในเมืองหลวงนี้ นั่นคือ ‘พรรคหมินเฉิง’ ซึ่งมีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นคนมีอำนาจ นั่นคือ ‘วั่นทง’ ผู้บัญการการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรและเป็นน้องชายแท้ๆ ของวั่นกุ้ยเฟย เรื่องราวต่อจากนี้เป็นการคลี่คลายปมเด็กหาย วั่นทงเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้อย่างไร ใครคือตัวการณ์ใหญ่ ถังฟั่น สุยโจว วังจื๋อ พวกเขาจะปิดคดีนี้ลงได้อย่างไร เรื่องราวในตอนนี้เข้มข้นขึ้นมากๆ ห้ามพลาดเลยนะคะ

 

เล่ม 3

 

 

คดีที่ห้า

 ‘เสียงร้องไห้ปริศนา’

คดีใหญ่นี้เกิดขึ้นที่อำเภอก่งของเหอหนาน อำเภอก่งเป็นบริเวณที่ตั้งของสุสานจักรพรรดิตั้งแต่สมัยต้าซ่ง ชาวบ้านในละแวกล้วนมีอีกหนึ่งบทบาทหน้าที่ นั่นคือการเฝ้าระวังตรวจตราพวกโจรขุดสุสาน

เมื่อหนึ่งปีก่อนชาวบ้านได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญปริศนาดังมาจากทางที่ตั้งของสุสาน เวลานั้นทางอำเภอส่งคนไปตรวจดู แต่ก็ไม่มีใครมีโอกาสได้กลับมาอีกเลย สันนิษฐานกันว่าคงตกแม่น้ำจมน้ำตายไป แล้วคดีก็ทิ้งค้างไว้อย่างนั้นประกอบกับไม่มีใครได้ยินเสียงร้องไห้นั่นอีก แต่แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นอีกครั้งในปีนี้ ไม่กี่เดือนก่อนชาวบ้านได้ยินเสียงร้องไห้อีกครั้ง ทางอำเภอและคนในหมู่บ้านส่งคนไปตรวจ คนกลุ่มแรกยังคงไปแล้วไปลับหายสาบสูญดังเดิม คนกลุ่มที่สองซึ่งมีมือปราบของทางการอยู่ด้วย ไปสิบรอดกลับมาแค่สอง มือปราบเสียสติ ส่วนที่รอดมาอีกหนึ่งคือผู้ใหญ่บ้านชรา ทว่านับแต่นั้นสติสตังผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ค่อยจะดีนัก

เมื่อสำนวนคดีมาถึงมือถังฟั่น ในฐานะหัวหน้าที่ดูแลพื้นที่เหอหนาน เขาจึงต้องไปทำคดีนี้ด้วยตัวเอง ร่วมกับองครักษ์เสื้อแพรกลุ่มของสุยโจว ความลับและความน่าขนลุกขนพองของสุสานแห่งนี้ยังมีอยู่อีกมาก สิ่งที่ว่าน่ากลัวนี้มีอะไรซ่อนเร้นอยู่ ตัวการใหญ่ต้องการสิ่งใดกันถึงต้องทำให้ใครก็มิอาจเข้ามาใกล้สุสานแห่งนี้ได้ ต้องบอกเลยว่าคดีในตอนนี้ดำเนินเรื่องได้สนุกมากอีกทั้งเราจะได้เห็นการช่วยเหลือ ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันของถังฟั่นและสุยโจวในเล่มนี้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

แต่ไม่วายมีเหตุให้ถังฟั่นถูกปลดจากตำแหน่งขุนนาง เขาถูกเฉดออกจากรมอาญาไป เรียกว่าเส้นทางการเป็นขุนนางของเขานั้นถูกตัดขาด ตรงข้ามกับสุยโจวที่ได้รับแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็นอันติงป๋อ การถูกปลดจากตำแหน่งของถังฟันมาจากเหตุใด เขาจะมีโอกาสกลับไปทำงานและเติบโตในเส้นทางนี้อีกหรือไม่ เล่มนี้จัดเต็มความเข้มข้นไม่ควรพลาดเลยล่ะค่ะ 

 

เล่ม 4 

 

 

คดีที่หก

 ‘พบศพที่ก้นบ่อน้ำ’

หลังจากที่ถังฟั่นถูกปลดจากตำแหน่งขุนนางเขาได้เดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่อำเภอเซียงเหอ เขาพบว่า ‘ถังอวี๋’ ผู้เป็นพี่สาวกับ ‘เฮ่อเฉิง’ หลานชายมีชีวิตความเป็นอยู่ในสกุลเฮ่อไม่สู้ดีนัก ด้วยเพราะ ‘เฮ่อหลิน’ พี่เขยของถังฟั่นสอบตกบัณฑิตครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้กลายเป็นคนใจคอคับแคบ มองโลกในแง่ร้าย อีกทั้งยังทระนงในศักดิ์ศรีจนทุกคนในสกุลเฮ่อล้วนระอาใจกับเขา พลอยทำให้ถังอวี๋กับเฮ่อเฉิงไม่ได้รับความเอ็นดูเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับบรรดาสะใภ้และลูกหลานคนอื่นๆ

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น ในวันฉลองครบเดือนของบุตรชายคนเล็กของเหวยเช่อคหบดีคนดังประจำอำเภอเซียงเหอ สกุลเฮ่อได้รับเชิญไปเป็นแขก แต่แล้วกลับเกิดคดีคนตายขึ้น ‘เหวยจูเหนียง’ บุตรสาวของเหวยเช่อซึ่งเกิดกับอนุ ถูกพบเป็นศพอยู่ก้นบ่อน้ำ ซึ่งเฮ่อเฉิงตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะก่อนหน้านี้พวกเด็กๆ ต่างบอกตรงกันว่าเฮ่อเฉิงทะเลาะกับเหวยจูเหนียง เป็นไปได้ว่าที่เขาอาจพลั้งมือผลักนางตกบ่อน้ำ จึงทำให้เฮ่อหลินทั้งโกรธทั้งขายหน้าจนเฆี่ยนตีบุตรชายต่อหน้าผู้คน ถังฟั่นเข้ามาขวางไว้และขอให้สืบคดีจนถึงที่สุดก่อนกล่าวโทษหลานชายตน ในระหว่างวุ่นอยู่กับเรื่องราวการสืบนั้นยังมีอีกคดีหนึ่งเกิดขึ้นนั่นคือ บุตรชายที่เพิ่งจะอายุครบเดือนของเหวยเช่อก็ถูกใครบางคนสังหารด้วยการเอาผ้าปิดปากและจมูกจนทารกน้อยหายใจไม่ออกตาย

เล่มนี้ยังคงเป็นเรื่องราวของการสืบคดีซ้อนคดีเช่นกันค่ะ แน่นอนว่านี่เป็นแค่เรื่องย่อสั้นๆ เท่านั้น ยังมีเหตุการณ์ชวนลุ้นอีกมากในเล่มนี้ที่ต้องติดตามกันนะคะ

… 

เรื่องราวของคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้าน ความมั่งคงแผ่นดินต้าหมิง และการดำรงตำแหน่งของจักรพรรดิ ยังต้องให้ถังฟั่นและสุยโจวสืบความให้กระจ่างพร้อมทั้งหาผู้กระทำผิดมารับโทษ ขณะเดียวกันในส่วนของความรักความผูกพันของพวกเขาก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ไปด้วย เรื่องราวความรักที่หลายคนรอคอยจะปรากฏให้ฟินกันเป็นระยะ หากได้ติดตามจะอดตกหลุมรักทั้งถังฟั่นและสุยโจวไม่ได้เลยค่ะ

แจ่มใสนำตัวอย่างฉากฟินของถังฟั่นและสุยโจวมาฝาก หากเพื่อนๆ ต้องการอ่านเต็มๆ พบกันใน ‘รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ (1-7 และเล่มพิเศษ)’ นะคะ

ขณะหลับใหล พลันถังฟั่นรู้สึกบั้นเอวคล้ายเพิ่มมือข้างหนึ่งขึ้นมา เขามุ่นคิ้วตามสัญชาตญาณ ยังนึกว่าลู่หลิงซีมาแกล้งตน จึงเอ็ดออกไปโดยไม่ลืมตา “อี้ชิง อย่าเล่น”
“อี้ชิงคือใคร” สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู
ไม่ใช่ลู่หลิงซี!
ถังฟั่นสะดุ้งเฮือก หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง หวุดหวิดอ้าปากตะโกน
พริบตานั้นปากพลันถูกมือข้างหนึ่งปิดไว้
“อย่าร้อง ข้าเอง”
ถังฟั่นลืมตา เห็นอีกฝ่ายนอนตะแคงชิดในอยู่บนเตียง สวมชุดดำทั้งตัว ก็ไม่ทราบโผล่มาจากทิศใด
เดี๋ยวก่อน ดูเหมือนเมื่อคืนเขาหลับถึงกลางดึกก็รู้สึกมีคน…?
ราวกับอ่านใจอีกฝ่ายออก สุยโจวจึงขยายความอย่างเข้าอกเข้าใจ “เมื่อคืนก็เป็นข้า เห็นเจ้าหลับสนิทจึงไม่อยากปลุก”
“...”
“ว่าแต่อี้ชิงคือใคร”
“...”
สุยโจวเห็นเขาสีหน้าเลื่อนลอย คล้ายยังไม่ตื่นจากความง่วงงุน ปราศจากท่าทางยิ้มระรื่นชื่นบานเช่นปกติ ให้รู้สึกน่าเอ็นดูยิ่งนัก จึงอดมิได้ต้องโน้มหน้าไปใกล้ ฉวยจังหวะอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว กดจูบบนริมฝีปากเขา
พริบตานั้นใต้เท้าถังพลันตาสว่าง สีหน้าผงะอึ้ง ยื่นมือไปผลักศีรษะอีกฝ่าย คิดไม่ถึงกลับกลายเป็นกระตุ้นอารมณ์ดิบของฝ่ายตรงข้าม กดเขานอนลงแล้วบดจูบลึกล้ำ ตราบจนใต้เท้าถังสองตาเหลือกลานเพราะขาดอากาศ ผู้บังคับการสุยค่อยเมตตาละเว้นชีวิตเขา
ถังฟั่นหน้าแดงเถือก แน่นอนมิใช่เขินอาย แต่เพราะหายใจไม่ออก
เมื่อครู่เป็นเพราะกลัวว่าลู่หลิงซีจะแตกตื่น บวกกับเรี่ยวแรงของเขาต่างจากสุยโจวไม่น้อย ดังนั้นสะกดกลั้นเอาไว้ไม่เปล่งเสียง ผลคือเกือบได้กลายเป็นขุนนางคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ขาดใจตายเพราะโดนจูบ หวุดหวิดเป็นตัวตลกในตำนานเสียแล้ว
สุยโจวถามเสียงฉงน “เจ้ากักลมไม่เป็นหรือ”
น้ำเสียงชนิดที่สมดังหวังแล้วยังตั้งแง่นี่ช่าง…ถังฟั่นอยากจะเมินหน้าไม่แยแสเขาเสียจริงๆ
ใบหน้าเย็นชาที่หมื่นปีไม่มีเปลี่ยนและสุดที่ผู้ใดจะหยั่งคาดของสุยโจวปรากฏรอยยิ้มที่น้อยครั้งจะเห็น “ไม่อย่างนั้นเอาใหม่อีกรอบ คราวนี้ข้าสอนเจ้าเอง?”
ใต้เท้าถังคร้านจะค่อนแคะ แต่ก่อนไยไม่เคยรู้ว่าคนผู้นี้ช่างหน้าหนาปานนี้  

 

อีกหนึ่งโมเมนต์ชวนจิ้นจนสายวายละลายกันไปเลย 

 

แรงนวดที่พอเหมาะพอเจาะทำให้ถังฟั่นผ่อนคลาย นัยน์ตาพริ้มปรือ
เว่ยเม่าใคร่จะกล่าวอันใด กลับถูกสุยโจวคุกคามด้วยสายตา ได้แต่ปิดปาก ถอยออกไปเงียบๆ
สุยโจวก็มิได้บอกถังฟั่น แต่รอจนรู้สึกว่าหนังศีรษะที่ตนนวดคลึงอยู่ไม่เขม็งตึงอีกแล้วค่อยหยุดความเคลื่อนไหว
“ดีขึ้นหรือไม่”
“ดีขึ้นแล้ว” ถังฟั่นลืมตา ยิ้มกล่าว “ทุกครั้งที่ปวดหัวแทบตาย พอท่านนวดให้สักหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว ท่านต้องสอนวิธีนวดให้ข้า ไม่อย่างนั้นคราวหน้าอาการกำเริบขึ้นมาตอนท่านไม่อยู่ข้างตัวจะทำอย่างไร”
“ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น” สุยโจวเอ่ยเสียงชืดๆ คำเดียวก็ปฏิเสธการคาดการณ์ของเขาลงสิ้นเชิง

“หืม?” ถังฟั่นเอียงคอ ไม่กระจ่างอีกฝ่ายหมายถึงผลกระทบอันใด
ทว่าสีหน้างุนงงของเขากลับทำให้สุยโจวห้ามใจไม่อยู่ต้องคว้ามือดึงเขาเข้ามา แล้วกัดริมฝีปากล่างของเขาทีหนึ่ง
ใต้เท้าถังเจ็บจนร้องโอ๊ย ร่างถดถอยไปสองก้าว
แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงหน้ากึ่งเคืองกึ่งอายออกมา
“สุยก่วงชวน!” เขาขึ้นเสียงสูงเป็นเชิงตักเตือน
“ก็เหมือนกับที่เจ้าเห็นของกินแล้วระงับใจไม่อยู่ ข้าเห็นเจ้าก็หักห้ามใจไม่อยู่เช่นกัน” สุยโจวหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ
ใต้เท้าถังค้อนขวับคราหนึ่ง หากก็มิได้ออกแรงสลัดมือจากอีกฝ่าย ปล่อยให้เขาจับจูงตนเดินหน้าต่อไป

ดื่มยาหมดในรวดเดียว ถังฟั่นรู้สึกขมไปทั้งปาก กระทั่งใบหน้าก็ย่นยู่เป็นดอกเบญจมาศเหี่ยว
“มีลูกอมหรือไม่” เขาถามสุยโจว
“เจ้าจะเอาลูกอมอะไร”
“...ลูกอมดอกกุ้ย ลูกอมแป้งสาลี อะไรก็ได้”
คำตอบของอีกฝ่ายคือรสจูบลึกล้ำที่กดประทับลงมาและรัดเอวเขาแน่นไม่ให้ถอยหนี จวบจนถังฟั่นใกล้หายใจไม่ออกค่อยคลายมือพลางกล่าว “ข้าเพิ่งกินลูกอมแป้งสาลีมา เช่นนี้พอได้กระมัง”
“...”
ถูกเขากล่าวเช่นนี้ ถังฟั่นพลันรู้สึกเหมือนในปากตัวเองมีรสลูกอมแป้งสาลีเจือจางอยู่จริงๆ
แต่วิธีเช่นนี้…
ถังฟั่นหน้าแดงอีกคำรบ
สุยโจวชื่นชมท่าทีของถังฟั่นด้วยความเพลิดเพลิน
ผิวหน้าขาวผ่องแดงเปล่งปลั่ง ดวงตาเจือจางด้วยละอองหมอกเพราะความอัดอั้นเมื่อครู่ ท่าทางคล้ายกระดากอายกลายเป็นเคืองขุ่นแต่ไม่ทราบจะต่อต้านอย่างไร
ไม่ว่ากี่ครั้งกี่หน เขายังคงสุขชื่นรื่นรมย์ไม่รู้เหนื่อย
“คราวก่อนข้าเห็นนิยายประโลมโลกที่เจ้าแต่ง การพรรณนาในนั้นออกจะโจ่งแจ้ง ไยเจ้ากลับเหนียมอายง่ายดายปานนี้ หืม?”
เขาช้อนคางของอีกฝ่ายขึ้น ก้มศีรษะลงไป พูดจนเกือบชิดริมฝีปากของใต้เท้าถัง

 

‘รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่’ เรื่องราวการสืบสวนที่มาพร้อมกับความรักซึ่งสอดแทรกไว้ได้อย่างน่าติดตาม เรื่องนี้จึงเป็นนิยายที่นักอ่านทั้งสายวาย สายสืบสวน สายนิยายจีนย้อนยุค รวมถึงเพื่อนๆ ที่ไม่เคยอ่านแนวนี้เลยต้องห้ามพลาดนะคะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านจบกันแล้วสามารถร่วมพูดคุยหรือแชร์รีวิวหนังสือผ่านทางคอมเมนต์ด้านล่างหรือทาง 'เพจเอเวอร์วาย' หรือ 'เพจแจ่มใส' เพื่อให้เพื่อนๆ นักอ่านคนอื่นได้ร่วมสัมผัสความสนุกของเรื่องนี้ด้วยกันค่ะ
.
รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่
เมิ่งซีสือ เขียน
เล่ม 1-3 อัญชลี เตยะธิติกุล แปล, เล่ม 4-7 และเล่มพิเศษ เซียงเซียง แปล
• รายละเอียดหนังสือ เล่ม 1-7 และเล่มพิเศษ คลิกที่นี่ 
• ทดลองอ่าน คลิกที่นี่ 
.
ช่องทางการสั่งซื้อ
- Jamshop:
(jamshop.jamsai.com, Line: @Jamshop, Inbox Facebook: Jamshop)
- Jamclub:
(ร้านอยู่ที่ซอยแซมมี่ ข้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, Line: @jamclubbyjamsai, Inbox Facebook: Jamclub)
- ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

 

 

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in นิยายอินไซต์ everY/overgraY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เกิดใหม่อีกที ไม่ขอสามีสกุลหลี่ บทที่ 1 – บทที่ 2

บทที่ 1  เสิ่นหยวนฝันถึงชาติก่อนของนางอีกแล้ว... ลมเย็นพัด ต้นอู๋ถง ผลัดใบ สองตานางพันด้วยผ้าขาว เท้าเปลือยเปล่าอยู่บนพื...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เกิดใหม่อีกที ไม่ขอสามีสกุลหลี่ บทที่ 3 – บทที่ 4

บทที่ 3 ฉางหมัวมัวเพียงนึกว่าเสิ่นหยวนเสียดายข้าวของมากมายที่นำติดมาจะถูกโจรสลัดปล้นไปจึงเอ่ยเตือนว่า “นี่เป็นเวลาอะไรแล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เกิดใหม่อีกที ไม่ขอสามีสกุลหลี่ บทที่ 9 – บทที่ 10

บทที่ 9 คิ้วเรียวสวยของเสิ่นหยวนขมวดมุ่น นางไม่รู้จักสาวใช้ตรงหน้านี้ แต่จุดสำคัญคืออีกฝ่ายแต่งตัวยั่วยวนปานนี้ กิริยาวา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เกิดใหม่อีกที ไม่ขอสามีสกุลหลี่ บทที่ 7 – บทที่ 8

บทที่ 7 ห้องเก็บของไม่มีผู้ใดมาทำความสะอาดนานแล้ว พอผลักประตูฉลุลายเปิดออกกลิ่นราอับชื้นก็โชยมาปะทะหน้า ไฉ่เวยพูดขึ้นว่า...

jamsai.com