Connect with us

Jamsai

LOVE

ทดลองอ่าน ธีรกานต์ ตอนที่ 1

หทัยรัตน์คิดว่าจะดันให้เพื่อนดังได้ไม่ยากด้วยความแปลกอันเป็นเอกลักษณ์นี้ ทว่าเอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น พูดตามตรงเธอผิดหวังกับเรื่องนี้พอสมควร แต่กานต์ก็แค่หัวเราะแล้วบอกว่าไม่เป็นไร อีกทั้งยังชี้ให้เห็นความจริงว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของโลก เรื่องชื่อเสียงไม่เพียงขึ้นกับพรสวรรค์หรือฝีมือ แต่ยังต้องพึ่งจังหวะ โอกาส รวมถึงโชคชะตาด้วย และเพื่อนก็พอใจกับรายได้ในปัจจุบันแล้ว ทว่าหทัยรัตน์ก็ยังหวังอยู่ลึกๆ ว่าวันหนึ่งจะสามารถผลักดันให้อีกฝ่ายโด่งดังได้มากกว่านี้

“ห่วงสิ แต่แกก็รู้ว่าสกิลการทำเหมือนไม่เดือดร้อนอะไรของฉันมันดีขนาดไหน” สาวหล่อหัวเราะฝืดๆ และนั่นก็ทำให้เพื่อนใจอ่อนลงอย่างช่วยไม่ได้

หทัยรัตน์เป็นเพื่อนกับกานต์มาตั้งแต่จำความได้ ทั้งสองเป็นเด็กต่างจังหวัดอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน พอโตก็ยังอุตส่าห์มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันอีก ถึงจะคนละคณะแต่ก็แชร์หออยู่ด้วยกัน ความสนิทอาจเรียกได้ว่าพี่น้องบางคู่ยังต้องอาย ดังนั้นเธอจึงทราบตื้นลึกหนาบางในชีวิตเพื่อนดี สมัยเด็กกานต์ไม่ใช่คนแบบนี้ ทว่าก็มีเรื่องราวมากมายที่หล่อหลอมให้กานต์ต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเอง จนเรียนรู้ที่จะไม่เก็บเรื่องราวซึ่งผ่านไปแล้วมาใส่ใจ กระทั่งบางทีกลายเป็นดูไม่อนาทรร้อนใจจนน่าโมโห

แต่ก็นั่นแหละ เรื่องที่กานต์เป็นพวกเมาแล้วชอบจีบชอบเต๊าะไปจนถึงลวนลามชาวบ้านแต่ดันไปแตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ยังไงหทัยรัตน์ก็ต้องโมโห มันอันตรายเกินไป กานต์ก็ควรจะระวังให้มากกว่านี้

“ความจริงแกก็ระวังไม่แตะแอลกอฮอล์มาตลอดนี่ ทำไมจู่ๆ เมื่อคืนนั้นถึงดื่มค็อกเทล ไม่ใช่เพราะสีสวยแบบที่แกบอกตอนเมาใช่ไหม…หรือว่ามีเรื่องอะไร” ความจริงหทัยรัตน์สงสัยเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ทว่าเพราะมัวแต่งอนระคนโมโหที่เพื่อนดูไม่กังวลเรื่องที่ตัวเองไปกระตุกหนวดธีรดนย์ เธอเลยยังไม่ได้ถาม

“ก็เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันกลับบ้าน แล้วจู่ๆ ก็พบว่าความจริงมีที่ดินอีกผืนที่แม่ฉันเอาไปจำนอง”

“เฮ้ย!” สาวร่างเล็กตกใจ

“เออ ที่ผืนใหม่นี่ไม่ใหญ่หรอก เงินแค่หลักหมื่น แต่คือแบบ…ฉันก็เหี่ยวเลย ฟีลเหมือนวิ่งมา คิดว่าเหลืออีกห้าร้อยเมตรจะถึงเส้นชัย แต่ความจริงเป็นกิโลนึงอะไรแบบนั้นอ่ะ” กานต์ถอนหายใจ “อีกอย่างกลับไปรอบนี้ฉันเห็นชัดมากว่ายายแก่ไปเยอะ สุขภาพก็แย่ลงด้วย เพียงแต่ยายไม่ค่อยยอมบอกฉันว่าเจ็บป่วยอะไร พอเมื่อคืนนั้นไปงานเลี้ยงเจอคนเยอะแยะปาร์ตี้กัน อยู่ดีๆ ฉันก็นึกถึงยายเลยรู้สึกอยากกลับไปอยู่บ้านขึ้นมา ใจมันดิ่งไปวูบหนึ่งแล้วฉันก็เผลอหยิบค็อกเทลขึ้นมาดื่ม”

“แล้วนี่แกยังต้องหาเงินอีกเท่าไหร่”

“คำนวณรวมกับหนี้ก้อนที่เพิ่งค้นพบแล้ว ถ้ารายได้เรตปัจจุบันก็คงต้องใช้เวลาอีกสักปีครึ่งมั้ง” กานต์ตอบในโทนเสียงต่ำ ด้วยเสียงตามธรรมชาติของเธอติดห้าวคล้ายผู้ชายอยู่แล้วเลยยิ่งฟังเหมือนผู้ชายพูดเข้าไปใหญ่

“นี่แกคิดจะยอมตัดใจบ้างไหม ไม่ต้องทั้งหมด เอาแค่บางส่วน”

“เมื่อก่อนไม่คิด แต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้ว…มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าหาเงินทั้งหมดได้แต่ได้กลับบ้านตอนที่ยายไม่อยู่แล้วจริงไหม”

หทัยรัตน์มองหน้าเพื่อน แม้ว่ากานต์จะดูเหมือนคนที่ไม่อินังขังขอบกับสิ่งใด แต่เอาเข้าจริงแล้วเธอคิดอะไรเยอะมาก เพียงแต่ไม่แสดงออกมาเท่านั้น

“งั้นแกก็ค่อยๆ ตัดสินใจ ระหว่างนี้ฉันจะพยายามหางานให้แกหนักๆ เผื่อแกจะได้กลับไปอยู่บ้านเร็วขึ้นอีกหน่อย”

“แล้วช่วงนี้มีงานอะไรไหม” กานต์ดูกระตือรือร้นขึ้นเมื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“ไม่อ่ะ งานช่วงนี้ไม่ตรงกับโพรไฟล์แกเลย ไม่ว่าร่างไหน” หทัยรัตน์ยกสองแขนขึ้นกอดอก

ที่พูดเรื่อง ‘ร่าง’ ของเพื่อนก็เพราะถึงจะดูหล่อ ตัดผมซอยสั้น และแต่งตัวคล้ายผู้ชาย แต่กานต์ก็ไม่ใช่ทอมบอย เธอสามารถเป็นนางแบบสาวสวยได้ถ้าลูกค้าต้องการ โดยเฉพาะเวลาที่เธอใส่วิกผมยาวนั้น มองอย่างไรก็ไม่เหลือเค้าหนุ่มหล่อหน้าหวานตอนนี้เลย บางคนในโมเดลลิ่งนี้ยังเคยเข้าใจผิดคิดว่ากานต์มีฝาแฝดไม่ก็พี่น้องด้วย

แต่พูดไปมันก็ไม่น่าเชื่อจริงๆ นั่นแหละ คนหน้าตาดีบนโลกนี้มีอยู่มาก ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถแต่งตัวเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้สุดทางแบบที่กานต์ทำได้

“งั้นเดี๋ยวฉันแวะไปหาพี่วิน เห็นว่ามีงานอยากให้ลองเข้าไปดู” กานต์เอ่ยถึงรุ่นพี่ผู้เป็นเจ้าของบริษัทสถาปนิก

“เออดี ทางนี้ไม่มีงานก็หาทางนู้นก่อน”

“งั้นฉันไปก่อนนะแก แล้วเจอกัน” พอพูดจบกานต์ก็ลุกขึ้นทันที เธอหยิบกระเป๋าสะพายทรงเมสเซนเจอร์ขึ้นพาดบ่าแล้วก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว

หทัยรัตน์มองตามเพื่อนที่สูงเกินมาตรฐานหญิงไทยไปไกลจนกระทั่งประตูห้องปิดลง เธอจึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าลืมคุยกับเพื่อนเรื่องบุษบาและหลานชายให้เคลียร์ เธออยากให้กานต์ไปขอโทษบุษบาให้เป็นเรื่องเป็นราว หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้เลี่ยงธีรดนย์ซะ แม้ดูแล้วเส้นทางของเพื่อนกับผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะพาดผ่านกันได้ง่ายๆ ก็ตาม

คืนนั้นธีรดนย์ดูน่ากลัวมากจริงๆ ถ้ากานต์เกิดพลาดพลั้งทำอะไรขัดตาเขาอีกรอบต้องไม่ดีแน่ๆ เพราะนอกจากชายหนุ่มจะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยแล้ว ชื่อเสียงเรื่องความดุและอิทธิพลของเขานั้นเป็นที่เลื่องลือ

เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยแล้วกัน

Comments

comments

Continue Reading

More in LOVE

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เพลิงธุลี บทที่ 2

    By

    บทที่ 2 บ้านเรือนส่วนใหญ่สองข้างทางชานเมืองลุคน่ายังคงเป็นบ้านชั้นเดียวทำด้วยดินเหนียว ชาวบ้านจะปั้นขี้วัวเป็นก้อนกลมแปะไว้ตามผนังบ้านด้านนอ...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน เพลิงธุลี บทที่ 1

    By

    บทที่ 1 “สาริน...ทางนี้!” เสียงสดใสดังมาจากหญิงสาวร่างบางสวมแว่นซึ่งกำลังยืนพิงรถยนต์สี่ประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอฉีกยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นโบก แต...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน กับดักดวงดาว บทที่ 5

    By

    บทที่ 5 นางอิจฉา  เอ็มมานูเอลกลับถึงบ้านตอนหกโมงเช้า บอกได้เลยว่าเมื่อคืนเขากินเหล้าจนอ้วกแตก แต่ถึงจะเมาปลิ้นขนาดไหนชายหนุ่มก็ยังมีสติพอที่...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน กับดักดวงดาว บทที่ 4

    By

    บทที่ 4 Nothing’s Changed  เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน ประโยคนี้ยังคงใช้ได้จริงไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปกี่ร้อยกี่พันปี ดูเอาเถอะ! ขนาดเด็กน้อยกำส...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน กับดักดวงดาว บทที่ 3

    By

    บทที่ 3 เต็มเดือน  เอ็มมานูเอลไม่เคยได้นอนเล่นขี้เกียจอยู่บ้านแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เข้าวงการมาต่อให้มีเวลาไปปาร์ตี้บ่อยแค่ไหนแต่ตารางงานแล...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน กับดักดวงดาว บทที่ 2

    By

    บทที่ 2 วัยเด็กสดใสเป็นสีชมพู  เอ็มมานูเอลหัวเราะเสียลั่นบ้านจนคนเป็นตากับยายชักจะหน้าเจื่อนและหงุดหงิดคนเป็นหลานอย่างไรพิกล สองสามีภรรยาสูง...

  • LOVE

    ทดลองอ่าน กับดักดวงดาว บทนำ-บทที่ 1

    By

    บทนำ  ยามใดที่มีคนไทยได้ดีไปโกอินเตอร์อยู่ในวงการต่างๆ ทั่วโลก คนไทยทั้งหลายจะภาคภูมิใจในตัวบุคคลเหล่านั้นเป็นพิเศษ เช่น ดาราคนนี้ได้ไปเล่นห...

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 3-4

บทที่สาม เส้นทางในยามกลางคืนยากจะเดินแล้วก็ยากจะแยกแยะ หลี่หลิงหว่านอาศัยภาพของแผนที่จวนสกุลหลี่ที่เคยวาดขึ้นมาช่วงแรกใน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 1-2

บทที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางที่หลี่หลิงหว่านวิ่งหนีมาเรียกได้ว่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ท่ามกลางความลนลานนางก็วิ่งหนีไปเรื่อย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

บทที่สิบสอง แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 14

บทที่สิบสี่  ระหว่างที่รอเสี่ยวซานกลับมา หลี่หลิงหว่านก็ลุกขึ้นเดินไปมาจนทั่วห้อง เอาแต่นั่งยองๆ อยู่นานจนขารู้สึกชาราวก...

jamsai.com