Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน Fantasy Farm ฟาร์มมหัศจรรย์พรรค์นี้ก็มีด้วย? เล่ม 1 บทที่ 6 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง Fantasy Farm ฟาร์มมหัศจรรย์พรรค์นี้ก็มีด้วย? เล่ม 1

ผู้เขียน : ซีจื่อซวี่ (西子绪)

แปลโดย : ธันวาตุลาคม

ผลงานเรื่อง : 幻想农场 (Huan Xiang Nong Chang)

ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอเวอร์วายในการเผยแพร่ผลงาน

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

– – – – – – – – – – – – – – – – –

 

Trigger Warning

เนื้อหามีประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับความรุนแรง การทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ

การบังคับหรือโน้มน้าวให้ทำบางอย่างโดยไม่เต็มใจ มีการบรรยายเกี่ยวกับการตายของสัตว์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ

 

สำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

** หมายเหตุยังไม่ใช่ต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

– – – – – – – – – – – – – – – – –

  

บทที่ 6 ทุ่มเทสุดๆ

 

ลู่ชิงจิ่วหัวเราะอย่างขมขื่นหลังวางสาย แอบคิดในใจว่าดีที่เขาไม่เคยเอาน้ำในบ่อมาทำอาหารหรือซักผ้า ไม่งั้นเกรงว่าในใจคงอึมครึมน่าดู เขาไม่รู้ว่าตำรวจจะมาเมื่อไหร่ แล้วในบ่อนั้นมีศพอยู่จริงๆ หรือเปล่า

ลู่ชิงจิ่วครุ่นคิดพลางหั่นสไลซ์เนื้อวัวตุ๋น แต่ละชิ้นขนาดพอดี ไม่บางไม่หนา เมื่อเตรียมเนื้อวัวสำหรับบะหมี่เสร็จ ส่วนที่เหลือก็นำไปเก็บเข้าตู้เย็นไว้กินทีหลัง เขาต้มน้ำแล้วนำเส้นบะหมี่ใส่ลงไปในหม้อ ขณะที่ต้มเส้นอยู่นั้น เขาก็ทอดไข่อีกสามฟองไปด้วย

เมื่อเส้นสุกแล้ว เขาจึงใช้น้ำต้มลวกผักสดที่เก็บมาจากสวน เพื่อรักษาสีเขียวของผัก และไม่ทำให้ผักนิ่มเกินไป ขั้นตอนสุดท้าย ลู่ชิงจิ่วนำเส้นออกมาใส่ชาม ซึ่งในชามนั้นมีน้ำซุปกระดูกที่เหลือจากไม่กี่วันก่อนหน้า เขาตักซอสของเนื้อตุ๋นใส่ลงไป แล้วแต่งหน้าด้วยผักสีเขียวสดกับไข่ทอดสีเหลืองทอง

“ทำเสร็จแล้ว ใครสักคนมาช่วยฉันยกหน่อย” ลู่ชิงจิ่วตะโกนจากห้องครัว

ไป๋เยวี่ยหูได้ยินเสียงของลู่ชิงจิ่วจึงเดินเข้ามาในห้องครัว เขาไม่กลัวความร้อน ตรงเข้าหยิบชามสามใบเดินออกไป ทิ้งลู่ชิงจิ่วตะลึงมองอยู่ที่เดิมพักหนึ่ง

อิ่นสวินเห็นบะหมี่ก็ร้องอย่างดีใจ พร้อมพูดขึ้น “ฉันหิวจะตายแล้ว บะหมี่หอมชะมัดเลย”

ลู่ชิงจิ่ววางผ้ากันเปื้อนลง ส่งจานพริกให้อิ่นสวิน “ฉันไม่ได้ใส่พริก ถ้าอยากกินเผ็ดก็ใส่เอาเอง”

อิ่นสวินพยักหน้า ตักพริกช้อนใหญ่ใส่ชามตัวเอง ก่อนจะถาม “เมื่อกี้นายคุยโทรศัพท์กับใครในห้องครัวน่ะ ทำไมเหมือนฉันได้ยินนายพูดถึงบ่อน้ำ”

“โทรศัพท์จากตำรวจ” ลู่ชิงจิ่วอธิบาย “พวกเขาสงสัยว่ายังมีอีกศพในบ่อ”

อิ่นสวินที่กำลังทานบะหมี่อยู่ถึงกับชะงัก เห็นได้ชัดว่าเขากำลังนึกถึงร่างของศพที่ถูกนำขึ้นมาจากบ่อในคืนวันนั้น เขาเอ่ย “ไม่น่ามั้ง มีอีกศพเหรอ ตอนนี้เจอศพกันได้ง่ายๆ เลยเรอะ บ่อน้ำเล็กแค่นี้ จะมีสองศพได้ไง”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ลู่ชิงจิ่วส่ายหน้า

ไป๋เยวี่ยหูไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย สายตาทั้งหมดอยู่ที่บะหมี่ตรงหน้า เขากินอย่างเงียบเชียบจนจะหมดชามอยู่รอมร่อ

ลู่ชิงจิ่วถามเขาว่าอร่อยมั้ย เขาพยักหน้าอย่างแข็งขัน พอซดน้ำซุปหมดแล้ว เขาก็เอ่ยตอบ “อร่อย”

ในฐานะเชฟ ลู่ชิงจิ่วรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาทันที แต่เนื้อวัวตุ๋นคราวนี้รสชาติไม่เลวจริงๆ รสชาติซึมลึกถึงเส้นเอ็น เนื้อไม่มันเลยสักนิด อีกทั้งรสสัมผัสของเนื้อยังคงหลงเหลืออยู่ ตัวเส้นเป็นเส้นบะหมี่ไม่เหนียวติดกัน ยิ่งจัดคู่กับผักแล้ว เป็นรสชาติที่ใครก็ชอบ

เมื่อทานอาหารเสร็จ ไป๋เยวี่ยหูก็จัดการล้างจานด้วยความเคยชิน ลู่ชิงจิ่วพาอิ่นสวินเดินไปยังแปลงผักของบ้านตนเอง ไปดูพืชผักที่เขาปลูกว่าเป็นอย่างไรบ้าง อิ่นสวินถึงกับตกใจเมื่อได้เห็น เขาร้อง “ไม่ใช่น่า นายเพิ่งกลับมาแค่ครึ่งเดือนไม่ใช่เรอะ ทำไมมะเขือเทศบ้านนายถึงโตขนาดนี้!”

ลู่ชิงจิ่วนึกถึงไป๋เยวี่ยหูขึ้นมาทันที แน่ล่ะ เขาจะพูดแบบนั้นไม่ได้ ชายหนุ่มอธิบายเล่นๆ ด้วยท่าทางสุขุม “อาจเป็นเพราะว่าฉันหน้าตาดีล่ะมั้ง”

อิ่นสวิน “…งั้นของที่บ้านฉันคงโตเร็วกว่านี้น่ะนะ”

ลู่ชิงจิ่ว “นายนี่มันไร้ยางอายซะจริง”

อิ่นสวิน “พอกันแหละน่า”

แต่พอตัดบทแบบนี้ อิ่นสวินก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องแปลกๆ ของพืชผักอีกต่อไป ลู่ชิงจิ่วเหลือบมองแปลงผักของตัวเอง เห็นยอดผักเขียวสดขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นโคลนแห้ง แม้เขาจะไม่เข้าใจเรื่องการปลูกผักมากนัก แต่ก็ดูออกว่าผักเจริญเติบโตได้เป็นที่น่าพอใจ

ถึงในใจจะรู้สึกยินดี แต่เมื่อกลับถึงบ้านลู่ชิงจิ่วก็เอ่ยเตือนไป๋เยวี่ยหูอย่างนิ่มนวลว่าอย่าให้ผักโตเร็วเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะดึงดูดความสนใจของคนอื่น ซึ่งเขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ได้ยินแล้วไป๋เยวี่ยหูก็พยักหน้ารับน้อยๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะกินเมล็ดแตงโมต่อ

 

วันที่สาม บริษัทโทรคมนาคมส่งคนมาช่วยลู่ชิงจิ่วติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตและโทรทัศน์ ในที่สุดบ้านก็มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตใช้สักที

“พรุ่งนี้ฉันจะเข้าเมืองไปซื้อไก่ แล้วก็ว่าจะซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะด้วย” ลู่ชิงจิ่วถามอิ่นสวิน “นายพอจะรู้มั้ยว่ามันมีขายที่ไหน”

“ซื้อคอมพิวเตอร์เหรอ” อิ่นสวินทวน “ทำไมอยู่ดีๆ อยากซื้อคอมพิวเตอร์”

ลู่ชิงจิ่วพูด “เพื่อแผนการในอนาคตไงล่ะ จะได้เอาไว้ขายผลผลิตทางการเกษตรของบ้านฉันแบบออนไลน์ไง ถ้าขายไม่ได้ ฉันก็จะไลฟ์สด” แม้ว่าเงินเก็บของเขาจะมากพอให้ใช้ชีวิตที่นี่ได้เป็นเวลานาน แต่ก็ต้องคิดวางแผนสำหรับอนาคตไว้ด้วย

“โอเค” อิ่นสวินลูบศีรษะ “ฉันจะช่วยถามให้”

สำหรับการเดินทางไปตลาดในวันนี้ ลู่ชิงจิ่วและอิ่นสวินนั่งรถกระบะของลุงเฉินเข้าเมืองแต่เช้า เมื่อถึงตัวเมืองแล้ว ลู่ชิงจิ่วเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากตำรวจ แจ้งว่าวันนี้จะไปที่บ้านของเขาเพื่อกู้ศพจากบ่อน้ำ ลู่ชิงจิ่วบอกว่าเขาออกมาข้างนอก มีแค่ไป๋เยวี่ยหูอยู่ที่บ้าน พวกเขาจะเข้าไปเลยก็ได้

อิ่นสวินที่อยู่ข้างๆ ถอนใจพลางนึกขึ้นว่า ลู่ชิงจิ่วช่างโชคไม่ดีเสียจริง เพิ่งจะกลับบ้านก็ดันมาเจอเรื่องราวร้ายๆ แบบนี้

ลู่ชิงจิ่วโบกมือเป็นเชิงว่ามันช่วยไม่ได้

พอถึงสถานที่ขายไก่ ลู่ชิงจิ่วสังเกตเห็นลูกไก่สีเหลืองอยู่ในเล้าด้วยกัน พวกมันส่งเสียงร้องจิ๊บๆ ดังก้อง อิ่นสวินถามคนขาย “เถ้าแก่ ลูกไก่ขายยังไงครับ”

“ตัวละห้าหยวน ทั้งตัวผู้ตัวเมีย” เถ้าแก่กล่าว “อยากได้กี่ตัวล่ะ”

ลู่ชิงจิ่วตอบ “เอามาสิบตัวละกันครับ” เขาคิดคำนวณ “เอาตัวเมียเก้าตัว ตัวผู้หนึ่งครับ” ไก่ตัวผู้ไม่จำเป็นต้องมีเยอะมาก แค่ผสมพันธุ์กับไก่ตัวเมียได้ก็พอแล้ว

“ได้ๆ นายอยากจะเลือกเองมั้ย” เถ้าแก่ถาม

ลู่ชิงจิ่วผงกศีรษะ ยื่นมือออกไปเพื่อจะจับลูกไก่มาเลือกดู ทว่าใครจะรู้ ทันทีที่เขายื่นมือเข้าไปใกล้ ลูกไก่ทั้งหมดก็ต่างพากันวิ่งหนีกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง ราวกับถูกทำให้ตกใจกลัว ลู่ชิงจิ่วได้แต่ยกมือค้างกลางอากาศอย่างเก้ๆ กังๆ

“โอ้พี่ชาย มือข้างนี้เป็นอะไรน่ะ?” เถ้าแก่แซว “มีพลังจิตรึเปล่า”

อิ่นสวินที่อยู่ข้างๆ ระเบิดหัวเราะดังลั่น ขำจนลู่ชิงจิ่วต้องจับไหล่เขาเอาไว้

“พวกมันเป็นอะไรครับ วิ่งเร็วขนาดนี้” ลู่ชิงจิ่วถามอย่างเก้อเขิน

“หลบๆ ฉันทำเอง!” อิ่นสวินพับแขนเสื้อ ยื่นมือไปทางเล้าไก่ ใครจะรู้ พอเขายื่นมือไป ลูกไก่ก็พากันวิ่งหนีเช่นกัน เหมือนสิ่งที่เขายื่นเข้าไปไม่ใช่มือ แต่เป็นปากของสัตว์ชนิดอื่นที่ยื่นหาเหยื่อ

“ฮ่าๆๆๆ” คราวนี้ถึงตาลู่ชิงจิ่วระเบิดหัวเราะอิ่นสวินอย่างไร้ซึ่งความปรานี

อิ่นสวิน “อะไรวะ พวกเราสองคนไปจับอะไรมากันแน่! ลูกไก่ถึงกลัวขนาดนี้!”

ทันทีที่เขาเอ่ยประโยคนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่ชิงจิ่วก็พลันแข็งค้าง นึกออกทันใดว่าที่บ้านเหมือนจะมีจิ้งจอกที่ชอบกินไก่อาศัยอยู่ด้วยหนึ่งตัว หรือจะมีกลิ่นจิ้งจอกติดมาถึงทำให้ลูกไก่มีปฏิกิริยาแบบนี้…

ขณะกำลังคิดเรื่องนี้อยู่นั้น ลู่ชิงจิ่วก็ได้ยินอิ่นสวินร้องเสียงตะโกน “พวกเอ็งเป็นแค่ฝูงลูกไก่ กล้าวิ่งหนี คิดว่าฉันจะไม่จับพวกเอ็งทั้งหมดขึ้นมารึ!” เมื่อเขายื่นมือออกไป ก็เป็นการเริ่มเล่นเกมวิ่งไล่จับกับเหล่าลูกไก่

ลูกไก่บางตัวรู้จักหลบซ่อน แต่บางตัวก็เหมือนถูกอิ่นสวินก่อกวนให้รำคาญ เริ่มใช้จะงอยปากเล็กๆ สีเหลืองสว่างจิกที่นิ้วของอิ่นสวิน

เจ้าลูกไก่ที่กล้าหาญเหล่านี้ถูกอิ่นสวินจับรวบขึ้นมาทั้งหมด แล้ววางใส่ในกรงที่เพิ่งซื้อ

ลูกไก่สิบตัวใช้เวลาจับอยู่ครึ่งค่อนวัน รอจนจับลูกไก่เรียบร้อย อิ่นสวินก็เหนื่อยล้าหมดแรง พูดบ่นว่าชีวิตนี้ไม่เคยเจอลูกไก่ที่ดื้อดึงขนาดนี้มาก่อน

ลู่ชิงจิ่วพูด “งั้นนายรอที่นี่ละกัน ฉันจะไปซื้อคอมพิวเตอร์”

“ไปด้วยกันนั่นแหละ” อิ่นสวินคว้าลูกไก่ก่อนลุกขึ้นยืนพร้อมเอ่ย “ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”

ลู่ชิงจิ่ว “งั้นเอาลูกไก่มาให้ฉันถือมา”

อิ่นสวินส่งกรงใส่ลูกไก่ให้ลู่ชิงจิ่ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือว่าอะไร ลูกไก่ที่อิ่นสวินเลือก ไม่มีตัวไหนมีขนสีเหลืองบริสุทธิ์เลยสักตัว หากแต่เป็นสีเหลืองแซมด้วยขนอ่อนสีดำ มองดูแล้วน่ารักน่าชังยิ่งนัก

หลังจากเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ในเมืองแล้ว ก็เกือบจะได้เวลาเดินทางกลับหมู่บ้านพอดี

ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน ลู่ชิงจิ่วได้รับโทรศัพท์อีกสายจากนายตำรวจ แจ้งว่าพบศพอีกหนึ่งศพในบ่อน้ำบ้านเขาจริงๆ ทั้งศพชายที่พบในวันนี้และศพหญิงที่พบก่อนหน้านี้ล้วนมีความแปลกประหลาด ศพผู้หญิงก่อนหน้านี้เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกสีขาวแล้วลอยอยู่บนผืนน้ำ ทว่าศพของผู้ชายกลับเก็บรักษาไว้อย่างดี จมนิ่งอยู่ที่ก้นบ่อ แถมพวกเขายังบอกอีกว่าศพถูกมัดด้วยเส้นผมสีดำ

ศพเพิ่งถูกนำขึ้นมา เป็นเพราะลู่ชิงจิ่วให้เบาะแส หลังจากที่เขากลับไปถึงทางตำรวจจึงต้องการสอบสวนโดยละเอียด หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ เขาคงได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยแน่ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำหรือศพข้างในล้วนดูน่าสะพรึงเป็นพิเศษ ดังนั้นตำรวจจึงไม่ได้จัดการด้วยตรรกะที่ควรจะเป็น

ลู่ชิงจิ่วถือลูกไก่ร้องจิ๊บๆ ของตนอยู่ แต่สมองกลับนึกไปถึงความฝันเมื่อบ่ายวันนั้น หรือฝันนั่นจะเป็นฉากแรกของการฆาตกรรมงั้นเหรอ ผู้ชายคนนั้นตายยังไงกันแน่ ไหนจะโทรศัพท์ของหญิงสาวชื่อฟู่จื่ออิ๋งที่โทรมาอีก…

อิ่นสวินเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของลู่ชิงจิ่ว ก็เอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ลู่ชิงจิ่วเล่าความฝันของตนและสิ่งที่ตำรวจบอกทางโทรศัพท์ให้อิ่นสวินฟัง ชายหนุ่มตะลึงงันเมื่อฟังจบ “ไม่มีทาง เธอคงไม่ได้แก้แค้นแล้วโทรแจ้งความด้วยตัวเองหรอกนะ…ทุ่มเทขนาดนี้เลยเรอะ!”

ลู่ชิงจิ่ว “…” คิดทบทวนอย่างรอบคอบ เธอทุ่มเทสุดๆ จริงๆ เป็นวิญญาณสาวที่ทำงานหนักมาก

อิ่นสวิน “เก่งกว่าพวกเราตั้งเยอะ”

ลู่ชิงจิ่วแสดงทีท่าละอายแก่ใจ มีไม่กี่คนหรอกที่ถูกคนอื่นฆ่าแล้วจะสามารถแก้แค้นได้ด้วยตัวเอง

ทั้งนึกหวาดกลัวและนับถือผีสาว เมื่อลู่ชิงจิ่วกลับมาถึงบ้าน นายตำรวจเห็นเขาถือกรงใส่ลูกไก่ลงจากรถกระบะก็เอ่ยว่า “นายนี่มันใจใหญ่จริงๆ ในบ้านมีคนตายถึงสองคน นายไม่กลัวเลยใช่มั้ย”

“กลัวสิครับ” ลู่ชิงจิ่วตอบตามความจริง “ไม่อย่างนั้นจะซื้อลูกไก่มาช่วยให้ลานบ้านครึกครื้นขึ้นเหรอ”

ตำรวจ “นายหวังจะให้ลูกไก่ช่วยนายเฝ้าดูแลลานบ้าน?”

ลู่ชิงจิ่ว “ก็หวังว่าอย่างนั้นนะครับ เผื่อมันช่วยได้” เขาพูดล้อเล่น หลังวางลูกไก่เข้าไปไว้ในเล้าไก่ เขาก็หมุนกายไปสอบถามตำรวจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับศพผู้ชายในบ่อน้ำกันแน่

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ติดตามบทต่อไป ได้ในวันที่ 14 .. 65

 

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสามีของกุลสตรีอันดับหนึ่ง บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่ 1 ปีที่ยี่สิบสองในการครองราชย์ของฮ่องเต้เจี้ยนอู่ ปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ข้างนอกยังหนาวอยู่มาก ฤดูหนาวนี้ยาวนานและ...

ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย

ทดลองอ่าน ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย เล่ม 1 บทที่ 5

บทที่ 5 โดยมากความกลัวของมนุษย์เกิดจากความไม่รู้ ก่อนหน้านี้สาเหตุเกินครึ่งที่อวี๋ไฉ่หลิงวิตกกับผลได้ผลเสียจนอมทุกข์ ก็เ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสามีของกุลสตรีอันดับหนึ่ง บทที่ 3-บทที่ 4

บทที่ 3 ภายในโถงหลัก เรือนส่วนหน้า สาวใช้ก้มหน้ายกน้ำชาเดินเข้ามา ท่านหญิงชิ่งฝูปั้นหน้าเครียด อดทนอยู่นาน แล้วพูดว่า "ฮ...

jamsai.com