Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน รัชทายาทบัญชา เล่มที่ 1 บทที่ 14 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 2

บทที่ 14

 

พอไป่เริ่นเข้าวังก็โดนเรียกเข้าเฝ้าที่ตำหนักกานชิง ประจวบเหมาะกับช่วงฮ่องเต้ที่กำลังพบปะขุนนาง หัวหน้าขันทีของตำหนักกานชิงฝูไห่ลวี่จึงพาเขามายังห้องเล็กของตำหนักข้างอย่างเคารพนบนอบพร้อมรับรองด้วยชาชั้นดี

ไป่เริ่นไม่ชอบให้ในห้องมีคนเฝ้า เอ่ยอย่างนอบน้อมสองประโยคให้ฝูไห่ลวี่พาคนออกไปเหลือแค่นางกำนัลน้อยสองคนคอยรับใช้

“ซื่อจื่อรู้สึกหนาวหรือไม่เจ้าคะ ต้องการจุดเตากำยานหรือไม่” นางกำนัลน้อยกระตือรือร้นยิ่ง ท่าทางยิ้มแย้มแช่มชื่น “อากาศหนาวขึ้นทุกวัน อาภรณ์ของซื่อจื่อบางไปสักนิดนะเจ้าคะ”

ไป่เริ่นยิ้มพลางส่ายหน้า นางกำนัลน้อยเห็นเขานิ่งเฉยก็ไม่พูดมากความอีก เพียงถอยออกไปยืนรอรับใช้นอกตำหนักตามเดิม

ไป่เริ่นยกถ้วยชาขึ้นจิบอึกหนึ่ง รู้สึกเพียงยามดื่มลงคอไปมีแต่ความฝาดขม เขาฉุกคิดถึงเรื่องต่างๆ นานาที่จวนรัชทายาทวันนี้ ในใจคล้ายมีปุยนุ่นอุดกั้นอยู่ก้อนหนึ่ง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อึดอัดจนเขาหายใจไม่ออก

ไม่ใช่ว่าไป่เริ่นนึกเจ็บแค้นเสียใจภายหลัง ดีชั่วอย่างไรเขาก็อ่านหนังสือของนักปราชญ์ราชบัณฑิตตั้งแต่เล็กจนโต แม้ไม่นึกว่าตนสูงส่งบริสุทธิ์เฉกเช่นเฉินเฉาเกอ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตนจะมีวันที่ต้องใช้ร่างกายแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ซ้ำยังไม่มีทางเลือก ไป่เริ่นหลับตาลงย้อนคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่หลิ่งหนานอย่างสุดกำลัง ย้อนคิดถึงมารดาผู้ใจดีมีเมตตา ย้อนคิดถึงพี่สาวผู้อ่อนโยนนุ่มนวล ย้อนคิดถึงทิวทัศน์งดงามดังวสันตฤดูของหลิ่งหนาน…สุดท้ายสูดหายใจลึก ยังคงคุ้มค่า เพื่อท่านแม่และพี่สาว ทั้งหมดนี้ล้วนคุ้มค่า

ไป่เริ่นยืนเหม่อลอยข้างหน้าต่าง ไม่เห็นว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ

“นี่ไป่เริ่นไม่ใช่หรือ” ฉีหวาหัวเราะขึ้น “ข้ามาเร็วขึ้นก้าวหนึ่งเพราะอยากมานั่งเล่นที่ตำหนักข้าง นึกไม่ถึงว่าได้พบซื่อจื่อ”

ฉีหวาเปล่งวาจาอย่างกะทันหัน เดิมคิดว่าไป่เริ่นจะสะดุ้งตกใจ ทว่าไป่เริ่นกลับเป็นเช่นที่แล้วมาเพียงหมุนตัวมาทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง “ถวายบังคมองค์ชายรอง”

ฉีหวาลูบจมูกยิ้มๆ “ซื่อจื่อมาทำอันใดที่นี่หรือ”

ไป่เริ่นปราดมองฉีหวา ด้านนอกมิใช่ไม่มีข้ารับใช้ ฉีหวาเข้ามากลับไม่มีคนรายงาน เห็นชัดว่าเขารู้ว่าตนอยู่ด้านในจึงสั่งไม่ให้คนส่งเสียง ในใจไป่เริ่นนึกชิงชังรำคาญแต่ภายนอกยังคงนิ่งเฉย “เหมือนเช่นองค์ชายรอง มาเร็วไปเล็กน้อย จึงรออยู่ด้านนี้ก่อน”

ตั้งแต่มาถึงไม่ว่ากับใครไป่เริ่นก็ปฏิบัติเช่นนี้ ประจวบเหมาะในสายตาของฉีหวายามนี้กลับมีความหมายอื่นเพิ่มมาอีกขั้น

ฉีหวาเป็นโอรสที่เกิดจากฮองเฮา ข่าวสารว่องไวยิ่ง สองสามวันก่อนเขาก็รู้ว่าฉีเซียวจะรับชายารอง ว่ากันว่าชายารองคนใหม่เป็นธิดาที่เกิดจากชายาเอกของหลิ่งหนานอ๋อง โหรวจยาจวิ้นจู่

ฉีหวาหาใช่คนโง่ หลิ่งหนานเป็นดั่งชิ้นเนื้อติดมัน ไม่ว่าใครก็อยากกัดคำหนึ่งทั้งนั้น บัดนี้กลับโดนฉีเซียวก้าวเร็วปีนขึ้นยอดก่อน เขาย่อมไม่ยินยอม เหตุใดตนเองถึงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ได้ ฉีหวาชายตามองไป่เริ่นแวบหนึ่ง เขาหารู้ไม่ว่าเรื่องนี้องค์หญิงใหญ่ตุนซู่เป็นคนจัดการ คิดแค่ว่าไป่เริ่นเร่งร้อนต้องการที่พึ่งพิงจึงเลือกฉีเซียว ดังนั้นวันนี้เห็นหน้าไป่เริ่นจึงไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

ตอนนี้ฉีหวาเห็นไป่เริ่นไม่อยากแยแสตนเอง เพลิงโทสะในใจยิ่งลุกโชน กล่าวตามจริงคือเขาต่างหากที่เป็นโอรสแท้ๆ ของฮ่องเต้ ทว่าตั้งแต่เล็กทุกอย่างล้วนโดนฉีเซียวกดหัวไว้ ตอนนี้กระทั่งตัวประกันต่ำต้อยคนหนึ่งยังเลือกปฏิบัติไม่เห็นตนในสายตา

เดือนก่อนเพราะเรื่องสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพิบัติฉีหวาก็โดนฉีเซียวกลั่นแกล้งไปรอบหนึ่ง บัดนี้แค้นใหม่อาฆาตเก่ารวมกันที่เดียว ฉีหวามองไป่เริ่นยิ่งรู้สึกขัดตา

ภายนอกฉีหวายังคงยิ้มระรื่น เอ่ยเนิบๆ ว่า “สองสามวันนี้ไยไม่เห็นเจ้ามาที่สำนักฮุ่ยซิ่น ได้ยินคนบอกว่าเจ้าไม่สบาย ดีขึ้นแล้วหรือไม่”

ช่วงหลายวันติดกันนี้ไป่เริ่นคิดแต่จะหาวิธีไปพบฉีเซียวไหนเลยจะมีเวลาไปร่ำเรียน ด้วยเหตุนี้จึงอ้างว่าป่วยตลอด เห็นฉีหวาถามเช่นนี้ไป่เริ่นจึงพยักหน้า “ลำบากองค์ชายรองต้องเป็นห่วง บัดนี้ดีขึ้นมากแล้ว”

ฉีหวาคลี่ยิ้ม “เมื่อวานราชครูทั้งหลายสอนเรื่องเล่าโบราณสอนใจเรื่องหนึ่ง ข้าฟังไม่เข้าใจนักยังคิดจะถามเจ้าอยู่เลย บังเอิญได้พบพอดี ใคร่ขอซื่อจื่อชี้แนะได้หรือไม่”

“มิกล้า” ไป่เริ่นค้อมศีรษะเล็กน้อย “เชิญองค์ชายรองกล่าว กลัวก็แต่ไป่เริ่นความสามารถอ่อนด้อยความรู้ตื้นเขินอธิบายไม่กระจ่าง”

“ราชครูสอน ‘บันทึกประวัติศาสตร์’ กล่าวถึงหลี่เหยียนเหนียน เล่าว่าเขาได้รับความโปรดปรานอย่างไรเพียงไหน ข้าไม่เข้าใจเท่าไร ก็แค่บุรุษถูกตอนคนหนึ่งไม่ใช่หรือ ไยทำให้ฮั่นอู่ตี้ทรงโปรดถึงเพียงนั้นได้” ฉีหวาหัวเราะเยาะหยันออกมา “ซื่อจื่อว่า…หลี่เหยียนเหนียนผู้นี้มีความสามารถอันใดกัน…”

ความตั้งใจเดิมของฉีหวาคืออาศัยเรื่องที่หลี่เหยียนเหนียนเสนอตัวน้องสาวอย่างหลี่ฟูเหรินมาถากถางที่ไป่เริ่นใช้พี่สาวตนมาผูกญาติกับฉีเซียว ไป่เริ่นได้ยินกลับคิดไปถึงสิ่งอื่น หลี่เหยียนเหนียนเป็นบุคคลที่ ‘หลับนอนร่วมกับฝ่าบาท’ ชั่วยามก่อนไป่เริ่นเพิ่งโดนฉีเซียวล่วงเกิน ยามนี้ได้ยินคำพูดนี้มีหรือจะนึกถึงหลี่ฟูเหริน คิดเพียงว่าฉีหวารู้แล้ว หน้าพลันขาวซีดในพริบตา

ฉีหวาเห็นไป่เริ่นหน้าเปลี่ยนสียิ่งมั่นใจจึงยิ้มเย้ยหยัน “ต่างพูดกันว่าซื่อจื่อมีวิชาความรู้กว้างขวาง ที่หลิ่งหนานก็เป็นอัจฉริยะหาตัวจับยาก เรื่องเล่าโบราณสอนใจเรื่องนี้…ซื่อจื่อกลับไม่รู้หรือ น่าเสียดายก็แต่…หลี่ฟูเหรินตายไป สกุลหลี่ถูกฆ่าล้างตระกูลมอดม้วยทั้งหมด”

พอไป่เริ่นได้ยินคำกล่าวนี้ถึงตระหนักได้ ในใจยิ้มเย้ยหยันตนเอง บัดนี้ตนได้กลายเป็นนกตื่นธนู จริงๆ แล้ว แม้แต่คำพูดนี้ยังฟังไม่ออก เมื่อรู้ว่าฉีหวาแค่ไม่พอใจเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไป่เริ่นก็วางใจ คร้านจะมากความกับเขา เพียงเอ่ยเสียงเรียบว่า “น่าละอายนัก ไป่เริ่นความสามารถอ่อนด้อยความรู้ตื้นเขิน ไม่รู้จักเรื่องเล่านี้ทำให้องค์ชายรองขบขันแล้ว”

ยิ่งไป่เริ่นเป็นเช่นนี้ฉีหวายิ่งโมโห ปากยิ้มใจไม่ยิ้ม “ไป่เริ่น…เห็นแก่ที่เจ้าอายุน้อยกว่า ข้าขอเตือนเจ้าประโยคหนึ่ง สายตาอย่าได้ตื้นเขินนัก เรื่องรัชทายาท…คาดว่าเจ้าคงไม่รู้ ไปสืบข่าวดูเสียวันข้างหน้าจะได้ไม่เสียใจ”

ไป่เริ่นรู้ว่าที่ฉีหวาพูดหมายถึงเรื่องที่ฉีเซียวมิใช่โอรสแท้ๆ ของฮ่องเต้จึงอดยิ้มหยันในใจไม่ได้ ตัวเขาแม้กลัวฉีเซียวบีบบังคับ ทว่าเรื่องสายโลหิตนี้ไป่เริ่นไม่ยอมรับมิได้ อย่าว่าแต่องค์ชายรองฉีหวาผู้นึกว่าตนเองสูงส่งผู้นี้ กระทั่งฮ่องเต้ยังมีสายโลหิตสูงศักดิ์ทรงเกียรติเทียบกับฉีเซียวไม่ได้เลย

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

Essay

ทดลองอ่าน ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง บทนำ-บทที่ 1

บทนำ เกิดเป็นคนธรรมดา แค่ได้เป็นสัตวแพทย์ที่มีปณิธานของตัวเองอยู่บ้าง มีอิสรเสรี ไม่ต้องแคร์สีหน้าผู้คน คิดไม่ถึงว่าวันห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง บทที่ 5

บทที่ห้า “รีบเชิญไปยังโถงรับแขกเร็วเข้า” ฉู่อวิ๋นเฟยรีบดึงสติกลับมา เอ่ยขึ้นทันที “ขอรับ” เรื่องในครัวเรือนไม่ว่าจะใหญ่โ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง บทที่ 4

บทที่สี่ “โฮ่วๆ!” หนึ่งเสียงไม่พอ จึงร้องอีกสองที ทุกคนในห้องโถงล้วนได้ยิน ต่างตื่นตระหนกไปตามๆ กัน “เกิดอะไรขึ้น!” “นี่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง บทที่ 3

บทที่สาม “ผู้ครองสัตว์วิเศษ?!” ฉู่อีเหรินยิ่งสับสนมากกว่าเดิม นี่...คืออะไรอีกล่ะ “ฉู่อีเหริน เจ้ารู้หรือไม่ว่าในดินแดนเ...

jamsai.com