Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน What If It’s Us บทที่ 9 – บทที่ 10 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 4

ตอนที่ 9

อาร์เธอร์

 

โอเค ไปตายซะกูเกิล

ไม่ คือ เอาจริงๆ เลยนะ ไปตายซะกูเกิล เคท ฮัดสันกับคริส โรบินสันก็ไปตายซะให้หมด ไปตายซะโทษฐานที่แต่งงานกันและโทษฐานที่มีตัวตนอยู่ เพราะรู้มั้ยว่ามีอะไรขึ้นมาบ้างตอนผมค้นหาชื่อฮัดสัน โรบินสัน สปอยล์เลยนะ ไม่ใช่ผู้ชายที่ร้านพาเนร่า

ผมหงายหลังลงบนเตียงและมองเพดาน ทั้งเครียดทั้งกระสับกระส่าย ผมรู้สึกเหมือนห้องมันเล็กลงกว่าปกติด้วย บางครั้งนิวยอร์กก็ให้ความรู้สึกเหมือนชุดคอร์เซ็ตเต็มตัว

มือถือผมสั่นในห้าวินาทีต่อมา อีธาน

ผมจ้องหน้าจอ เขาไม่ตอบแชทส่วนตัวผมตั้งหกอาทิตย์ แต่อยู่ดีๆ เขาก็เฟซไทม์หาผมเนี่ยนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ผมแค่แปลกใจ

ผมกดรับ

“อาร์เธอร์!” เจสซี่ร้อง ทั้งสองคนนั่งเบียดกันบนโซฟาในห้องใต้ดินบ้านอีธาน จะเรียกว่านี่คือแชทกลุ่มเวอร์ชั่นวิดีโอก็ได้ แต่ก็ดี คือมันเยี่ยมเลยแหละ อีธานกับเจสซี่ก็เยี่ยม ผมรักพวกเขา และพวกเขาก็โทรมาได้ถูกจังหวะพอดี

ผมยิ้ม “ไง! กำลังอยากคุยด้วยพอดีเลย”

พวกเขามองตากันแวบหนึ่งจนมองแทบไม่ทัน แต่แล้วเจสซี่ก็พูดขึ้นมา “อ้าวเหรอ มีไรล่ะ”

“ฉันเจอฮัดสันแล้ว”

“ฮะ ว่าไงนะ!”

“แต่ไม่ใช่เขาหรอก” ผมรีบพูด “ไม่ใช่คนเดียวกับที่เจอที่ที่ทำการไปรษณีย์ แต่ฉันว่าอาจจะเป็นแฟนของเขาก็ได้”

“แฟนเก่าต่างหาก” อีธานชี้นิ้วขึ้นมา “นายคือแฟนของเขา”

“เหอะ ก็อยากอยู่หรอก”

“นายคือคนที่กำลังจะเป็นแฟนของเขา” เจสซี่พูด “ว้าว นายเจอเขาได้ไงอ่ะ”

ผมเล่าเรื่องพาเนร่ากับพานินี่แล้วก็นามสกุลกับคิ้วของผู้ชายคนนั้นให้ทั้งคู่ฟัง แต่พอผมเล่าจบ เจสซี่กลับดูงงๆ “เดี๋ยวนะ นายรู้ได้ไงว่าเขาไม่ได้เป็นแค่คนชื่อฮัดสันเหมือนกันเฉยๆ”

“ก็…” ท้องผมหน่วงขึ้นมา อยู่ดีๆ หลักการของจูเลียตก็ดูดีแค่เปลือกนอกซะงั้น “ไม่รู้สิ ชื่อมันโหลขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เดวอน ซาวาตั้งชื่อลูกของเขาว่าฮัดสัน”

“เธอรู้แหงล่ะ” อีธานเอาศอกถองเจสซี่จากด้านข้าง

“เอาเป็นว่า ไม่มีอะไรเลยในกูเกิล เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์หรือที่ไหนเลย และฉันไม่ชอบที่มันเป็นแบบนี้”

สีหน้าเจสซี่ดูอ่อนลง “นายชอบเขามากเลยใช่มั้ย”

ผมร้องครวญ “ฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ฉันเจอเขาแค่ห้านาทีเอง ทำไมฉันยังคิดถึงเขาอยู่เนี่ย”

“เพราะเขาฮอตไง” อีธานออกความเห็น

“ฉันแค่ไม่เข้าใจ ทำไมจักรวาลถึงพาฉันมารู้จักผู้ชายคนนี้แล้วพรากเขาไปจากฉันในห้าวิต่อมาล่ะ”

“จักรวาลอาจจะพาเขากลับมาหานายก็ได้นะ” อีธานพูด “อาจจะผ่านอะไรมาบ้างนิดหน่อย ดูสมบุกสมบัน แต่ก็ถือว่าสภาพดีอยู่”

เจสซี่เงียบไปพักหนึ่ง เธอนั่งขบปากตัวเอง

“จักรวาลอาจจะอยากให้นายพยายามหาเขาให้เจอก็ได้” เธอพูดในที่สุด

“ก็พยายามอยู่เนี่ย! ฉันเพิ่งใช้เวลาทั้งชั่วโมงไปกับการกูเกิลหาผู้ชายแปลกหน้าที่ชอบกินพานินี่และไม่ได้เข้าค่ายดนตรีนะ”

“อืมมม” เจสซี่พูด เธอลุกขึ้นแล้วหายไปจากหน้าจอ

“เดี๋ยว เธอไปไหนน่ะ”

“ฉันคิดอะไรออก”

ผมมองอีธาน แล้วเขาก็ยักไหล่ เสียงฝีเท้าของเจสซี่ดังกระทบพื้น

ตอนนี้เลยเหลือแค่อีธานกับผม และเราเงียบไม่พูดอะไรเลย เขาแทบจะไม่ยอมสบตาผมด้วยซ้ำ

“งั้นนี่ก็…”

“อื้ม” เขากะพริบตา

“ทุกอย่างโอเคนะ”

“โอเคดีเลย”

“โอเค เยี่ยม”

“อื้ม” เขาเม้มริมฝีปากและมองตักตัวเอง “ว่าแต่เอ็มแอนด์เอ็มเป็นไงบ้าง”

หรือจะให้เรียกอีกอย่างคือไมเคิลกับมาร่า ซูสส์นั่นเอง สองสามีภรรยาที่ผมคิดว่าน่าจะกำลังนั่งรถไฟสายด่วนไปยังเมืองหย่าร้าง

“ดี!” ผมพูด “ดีสุดๆ”

แบบนี้โคตรแย่ แถมเจสซี่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา ขอโทษนะ แต่เธอต้องรีบกลับมาแก้ไขสถานการณ์เดี๋ยวนี้ อีธานยังคงมองไปที่ไหนสักแห่งเหนือหน้าจอ เขาจะสังเกตมั้ยถ้าผมแชทหาเธอ แค่ส่งสัญลักษณ์เอสโอเอสไปแบบเร็วๆ อาจจะส่งคำขู่เล็กๆ ไปด้วยว่าถ้าเธอไม่กลับมาตอนนี้ ผมจะทำลายเธอซะ ผมจะไปขุดหาวิดีโอที่เธอสารภาพรักแอนเซล เอลกอร์ตตอนเกรดแปด และช่วยด้วยเถอะพระเจ้า ผมจะหาทางเข้าไปในห้องฉายหนังที่โรงหนังเรกอลเอวาลอนให้ได้เลย ถ้าเธอไม่คิดว่านี่คือการฉายภาพยนตร์ที่น่าจดจำที่สุดเท่าที่เคยมีมาของหนังเรื่องมิชชั่น: อิมพอสสิเบิลภาคหกล่ะก็ เธอน่ะ…

“เฮ้!” เธอพูดเสียงหอบแล้วกลับมานั่งข้างอีธานบนโซฟา “ฉันว่าฉันเจอฮัดสันละ”

“เดี๋ยว…อะไรนะ”

“อืมมมมมม โอ้พระเจ้า ฉันเพิ่งจะ…อาร์เธอร์ ฉันภูมิใจในตัวเองมากเลยตอนนี้ นายไม่รู้หรอก นี่มัน…แบบ มันกำลังเกิดขึ้นจริงๆ พร้อมรึยัง”

ผมพยักหน้าช้าๆ

“นายโอเคมั้ย นายดูไม่โอเคเลย” เธอหัวเราะ

“เธอก็เหมือนกัน” ผมเงียบไป “แน่ใจเหรอว่าใช่เขา”

“คือนายต้องดูรูปแล้วบอกฉันอ่ะว่าใช่มั้ย”

“มีรูปด้วยเหรอ” ท้องไส้ผมบีบตัว

“อย่าประเมินการใช้อินเตอร์เน็ตได้น่าขนลุกของฉันต่ำไปซะให้ยาก”

“ไม่เคยเลย” อีธานพูด

“เงียบซะ คืออยู่ดีๆ ฉันก็ปิ๊งขึ้นมาเว้ย ฉันกำลังคิดถึงเรื่องทั้งหมดที่นัมราตาพูด แล้วฉันก็แบบ เดาได้มั้ย ฉันไปเสิร์ชหาฮัดสัน พานินี่มา”

“อ่า…”

“ไม่ ฟังก่อน ฉันเข้าทวิตเตอร์และพิมพ์ว่าฮัดสัน พานินี่ไปแบบตามตัวอักษรเป๊ะๆ และสิ่งแรกที่เด้งขึ้นมาคือผู้ชายชื่อ @HudsonLikeRiver นี่ขนลุกเลย เพราะมันเหมือนกับที่นายเคยพูด จำได้มั้ย ฮัดสัน แบบชื่อแม่น้ำ” เธอชี้มาที่ผมพร้อมรอยยิ้ม “ไงก็เถอะ ไอ้หนุ่มฮัดสันแบบชื่อแม่น้ำเนี่ยทวีตไปตอนสิบเอ็ดโมงสี่สิบสี่นาทีเมื่อเช้านี้ว่า อยากกินพานินี่จัง 5555

“โอเค…”

“อาร์เธอร์ เขาบอกว่าอยากกินพานินี่วันนี้สามสิบนาทีก่อนนายบังเอิญไปเจอเขากำลังสั่งพานินี่ และเขาก็ชื่อฮัดสัน!”

“แต่เราจะรู้ได้ไงว่าเขาคือฮัดสันคนนั้น เขาอยู่นิวยอร์กเหรอ”

เจสซี่โน้มตัวมาข้างหน้าและยิ้มกว้าง “ฉันยังพูดไม่จบ คืองี้ ฉันดูตรงประวัติเขา แต่มันคลุมเครือมาก ทวิตทุกอันของเขาก็คลุมเครือหมดเลย และมันก็เป็นทวิตที่ไม่ดี แบบไม่ดีเลยอ่ะ ไม่ใช่ไม่ดีแบบขำๆ ด้วยนะ แล้วรูปเขาก็เป็นตัวอีโมจิหน้าตัวเอง ฉันเลยแบบ ห่าเอ๊ย แล้วฉันก็นึกได้ว่าน่าจะลองเช็กอินสตาแกรมเขาดู เพราะคนส่วนใหญ่จะใช้ชื่อแอ็กเคาต์เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ เท่านั้นแหละ บู้ม @HudsonLikeRiver โพรไฟล์ตั้งสาธารณะ รูปประมาณห้าสิบล้านล้านล้านล้านรูป คิ้วสวยเฉียบมาก และเขาอยู่นิวยอร์ก อาร์ธ ฉันจะบ้าแล้วเนี่ย”

หน้าที่แล้ว1 of 4

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่หนึ่ง-บทที่สอง

บทที่หนึ่ง ‘คุณหนูรองสกุลหลี่แห่งอำเภอเฉิงเป่ยปัญญาอ่อนไปแล้ว!’ ข่าวที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ราวกับหญ้าแห้งฤดูใบไม้ร่วงถูกไฟป่...

everY

ทดลองอ่าน พันสารท เล่มที่ 1 บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1 ยอดเขาปั้นปู้ (ครึ่งก้าว) ชื่อสื่อความหมาย บนยอดเขามีพื้นที่คับแคบ เดินหน้าไปเพียงครึ่งก้าวก็เป็นหน้าผาสูงหมื่นจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เบื่อนักโจ๊กล่าปา ข้าไม่ย้อนเวลาอีกได้ไหม บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่ 1  ยามดึกสงัดในฤดูหนาว หมู่ดาวพร่างพราวเต็มผืนฟ้ากว้างใหญ่ สาดส่องจากเหนือหมู่เมฆลงมายังคฤหาสน์สกุลอวิ๋น ลอดผ่านหน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่สาม-บทที่สี่

บทที่สาม ในเวลาเดียวกันนี้ ณ ลานล่าสัตว์ที่เมืองเหลียวเฉิง ใต้เท้าเมิ่งผู้ช่วยนายอำเภอเมืองเหลียวเฉิงกำลังแอบใช้ผ้าเช็ดห...

jamsai.com