Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน แม่ครัวเคี่ยวรัก ชุด คุณชายสกุลเนี่ย

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่หนึ่ง

“สะ…สหายหรือ” หญิงสาวที่อยู่ในครัวหยุดความเคลื่อนไหว ท่าทางตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ใช่น่ะสิ อวี๋เอิน เจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาดีกับข้าแค่ไหน เช้าเจ้าไปขายโจ๊ก ตกบ่ายขึ้นเขาไปเก็บผัก พวกเขาเห็นข้าอยู่คนเดียวเหงาๆ เลยมาคุยเป็นเพื่อน เมื่อคืนเสี่ยวชุ่ยยังเอาขนมเปี๊ยะที่มารดานางทำมาให้ จำได้หรือเปล่า” พอพูดถึงสหาย นัยน์ตาง่วงซึมของเหมียวตงหยาก็เป็นประกายทันที ลมหนาวพัดเข้ามาจากด้านนอก นางทำไหล่ห่อ กระชับผ้าคลุมกันลมบนร่างให้แน่นหนาขึ้น พลางก้าวเข้ามาหลบลมในครัว

“อย่างนั้นหรือ จะ…เจ้ามีสหายก็ดีแล้ว จะได้ไม่เหงา” หญิงสาวในครัวเอ่ยตะกุกตะกัก

“อวี๋เอิน นี่จะออกไปแล้วหรือ ฟ้ายังไม่สางเลยนะ”

“ออกไปตอนนี้ล่ะดี ช้ากว่านี้เดี๋ยวจะสาย”

“เช่นนั้น…” เหมียวตงหยาว่าพลางยกมือปิดปากหาว “ข้าอยากออกไปขายโจ๊กกับเจ้าด้วยได้หรือเปล่า”

“อย่าเลย เจ้าอยากนอนต่อไม่ใช่หรือ ไปนอนเถิด พอเจ้าตื่น ข้าก็กลับมาแล้ว” ทั้งที่รู้ดีว่าบทสนทนาเช่นนี้ดำเนินซ้ำๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หญิงสาวที่อยู่ในครัวก็ยังตอบแบบเดียวกันอย่างไม่เหนื่อยหน่าย

“ตะ…แต่ว่า…” นางง่วงจริงๆ นั่นล่ะ ง่วงเหลือเกิน แม้เมื่อครู่จะบังคับตัวเองให้ลุกเดินมาที่ห้องครัวเพราะเห็นเตียงนอนฝั่งเหมียวอวี๋เอินว่างเปล่า โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรที่อีกฝ่ายจะต้องทำงานงกๆ อยู่คนเดียว ในขณะที่นางนอนหลับอุตุ อีกอย่างวันๆ นางก็ได้คุยกับเหมียวอวี๋เอินแค่ไม่กี่คำ นางเหงาออกจะตาย…

“ถ้าเจ้าไป หน้าตาอย่างนี้ เดี๋ยวก็มีคนมาวุ่นวาย” หญิงสาวเอาม้านั่งซ้อนกันแล้วยกขึ้นรถเป็นลำดับสุดท้าย ก่อนจะลองออกแรงเข็นอยู่หลายครั้งถึงจะชินกับน้ำหนัก และหันไปยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่าย “กลับไปนอนไป เดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่กลับมาจะหาเจ้าไม่เจอ”

หลังเหมียวตงหยาลังเลอยู่สักพักก็พยักหน้ายิ้มหวานให้ “อืม” รอยยิ้มบนดวงหน้าสะลึมสะลือดูงามจับตา แม้จะเห็นมาไม่รู้กี่ปีแล้ว หญิงสาวก็ยังตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะหันหลังเข็นรถออกจากบ้านไปช้าๆ

“ระวังตัวด้วยนะอวี๋เอิน” เหมียวตงหยาส่งเสียงตะโกนไล่หลังเบาๆ แม้แต่น้ำเสียงยังหวานเสนาะหู

หญิงสาวไม่ได้หันไปมอง นางเข็นรถหนักอึ้งออกจากบ้านหลังเล็กเก่าคร่ำคร่า มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ที่ทอดยาวไปยังตัวเมือง

ฟ้าเพิ่งจะสาง อากาศจึงเย็นจัด แผ่นหลังของนางเล็กบาง สวมเพียงเสื้อเนื้อหยาบสีน้ำเงินเข้ม ไม่ได้สวมเสื้อคลุมอีกชั้นเพราะเวลาเคี่ยวโจ๊กหากใส่เสื้อผ้าหนาๆ จะไม่สะดวก

ร้านรวงสองฝั่งถนนในเมืองยังปิดอยู่ แต่เริ่มมีคนทยอยออกมาให้เห็นแล้ว ส่วนใหญ่เป็นคนงานชั้นล่างหรือไม่ก็เจ้าของแผงเล็กๆ ที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ

“แม่นางเหมียว” เสียงทุ้มต่ำของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น

นางไม่ยอมหยุดเท้า แค่หันไปผงกศีรษะน้อยๆ ให้เขาที่เดินห่างออกไปด้านหลังสองก้าว

บุรุษผู้นี้เป็นลูกค้าเก่าแก่ ฝนจะตกฟ้าจะร้องก็มาอุดหนุนนางไม่เคยขาด ในแต่ละวันเขาจะเดินกลับเข้าเมืองตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แล้วแวะกินมื้อเช้าริมทาง หลายครั้งที่ขึ้นไปเก็บผักบนเขา ทั้งสองก็ได้พบกันโดยบังเอิญ เขาจะเพียงแค่อมยิ้มผงกศีรษะให้นางเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย นางเดาเอาว่าเขาคงขึ้นไปวัดที่ตั้งอยู่กลางเขา

รูปร่างหน้าตาเขาดูหยาบกร้าน ทว่าหล่อเหลา ขณะที่บุคลิกสุภาพนุ่มนวล แตกต่างจากรูปลักษณ์โดยสิ้นเชิง หนึ่งปีมานี้เขาถือลูกประคำแบบพุทธติดมือซ้าย นานๆ จะเห็นเขานับประคำบ้าง นางจึงลอบเดาต่อไปว่าเขาน่าจะเป็นอุบาสก

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม บทที่ 1

ทดลองอ่าน-บทที่1  ฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น นกน้อยตื่นเช้ายืนเกาะอยู่บนกิ่งไม้ขับขานบทเพลงเบิกอรุณแผ่วเบา มันมองสำรวจกล่องกระ...

ตื่นเสียทีจะไม่มีทายาทแล้ว!

ทดลองอ่าน ตื่นเสียทีจะไม่มีทายาทแล้ว! บทที่ 1

บทที่หนึ่ง เวิ้งนภาอึมครึม วายุประดุจคมดาบ กรวดทรายปลิวว่อนอยู่เหนือผืนดินที่แตกระแหง ตีต้นไม้ใบหญ้าที่เหี่ยวเฉากับภูเขา...

ชายาพกดาบเข้าห้องหอ

ทดลองอ่าน ชายาพกดาบเข้าห้องหอ บทที่ 1

บทที่ 1 ณ เมืองหลวงแห่งเทียนเฉาอันเป็นที่ประทับของโอรสสวรรค์ ปีใหม่เพิ่งผ่านพ้นไปทำให้บรรยากาศช่วงสิ้นปียังคงเหลืออยู่ ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม บทที่ 5

ทดลองอ่าน – บทที่ 5  อี๋อวี้คายเมล็ดซานจาเล็กๆ สองสามเม็ดในปากออกมา นางพยายามลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบท่ามกลางความตะล...

jamsai.com