Connect with us

Jamsai

LOVE

ทดลองอ่าน เพลิงธุลี บทที่ 1

หน้าที่แล้ว1 of 3

บทที่ 1

“สาริน…ทางนี้!”

เสียงสดใสดังมาจากหญิงสาวร่างบางสวมแว่นซึ่งกำลังยืนพิงรถยนต์สี่ประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอฉีกยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นโบก แต่ยังไม่ทันก้าวไปหา เสียงแหบห้าวก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“อย่ากลับมาอีกล่ะ”

สารินหันขวับพลางยิ้มหยัน ผู้คุมหญิงวัยกลางคนเห็นเข้าก็ชักสีหน้าก่อนเดินตึงตังผ่านเข้าประตูเหล็กสีเทาทึมของเรือนจำกลางประจำเมืองลุคน่าไป

“สาริน!” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งจากหญิงสาวหน้าสวยเฉี่ยวที่โผล่หน้าออกมานอกหน้าต่างรถ “มาเร็ว ฉันกับปารีหิ้วท้องรอนานแล้วนะ”

สารินเดินข้ามถนนไปหาเพื่อนทั้งสอง “ฉันยังไม่หิวเลย”

“ไม่หิวได้ไง เช้านี้แกยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ ร้านนี้อร่อยนะยะ ฉันกินประจำ”

“ฉันอยากรีบกลับบ้านมากกว่า”

“จะรีบกลับไปทำไมวะ เม้าท์มอยกับพวกฉันให้หายคิดถึงก่อน”

“ฉันอยากรีบกลับไปตอบแทนบุญคุณคนพวกนั้นก่อน ไม่งั้นคงตายตาไม่หลับ”

เพื่อนสนิททั้งสองมองหน้ากันด้วยสีหน้ากังวล

“เถอะน่า พวกแกไม่ต้องห่วง ฉันรับมือคนพวกนั้นได้สบาย”

สารินหันกลับไปมองกำแพงสูงใหญ่สีเทาทะมึนอีกครั้ง ละม้ายจะจดจำภาพนี้ไว้เตือนใจตนเอง

คุก…ไม่ใช่ที่ที่น่ากลัวนักหรอก สารินรู้ว่าจะเอาตัวรอดในนี้อย่างไร แต่ที่ไม่อยากกลับเข้าคุกเร็วนัก เพราะพวกมันยังไม่ได้ชดใช้กรรมเลย เรื่องอะไรเธอจะยอมซมซานกลับเข้าคุกง่ายๆ

“เรื่องที่แกให้พวกฉันช่วยหว่านล้อมเด็กสาวพวกนั้น สำเร็จแล้วนะ เด็กพวกนั้นยอมร่วมมือด้วย”

“ขอบใจพวกแกมาก ถ้าไม่ได้พวกแก ฉันคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะจัดการพวกมันได้”

“เรื่องเล็กน่า ฉันมีพรรคพวกที่คอยตามหาเด็กเหล่านี้ได้ไม่ยาก” มีร่าคุย

ริมฝีปากหยักสวยยิ้มอย่างขมขื่น เธอรู้เรื่องอัปรีย์จัญไรของ ‘มัน’ มานานแล้วตั้งแต่ก่อนเข้าคุก เธอได้ยิน ‘พวกมัน’ คุย วางแผน และประนีประนอมกับพ่อแม่ของเหยื่อ

พ่อแม่ของเด็กอับอายเกินกว่าจะแจ้งตำรวจ จำต้องยอมรับเงินสกปรกของ ‘พวกมัน’ เป็นค่าปิดปาก แต่หัวใจบอบช้ำของเด็กสาวเหล่านั้นเล่าใครจะรับผิดชอบ เมื่อโอกาสมาถึงใครเล่าจะไม่อยากแก้แค้น อยากทวงคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง

“ส่วนเรื่องที่แกขอให้ฉันช่วยตามหา…” ปารีอึกอัก “เขาไม่ได้อยู่ที่ลุคน่าแล้ว ซันเจย์พาเขาย้ายไปเวฬปุระตั้งแต่ออกจากที่นี่”

สารินไม่เคยไปเวฬปุระตั้งแต่จำความได้ ในความคิดของคนบ้านนอกอย่างสาริน เวฬปุระคือเมืองหลวงของประเทศพูรัม แดนศิวิไลซ์ที่เต็มไปด้วยความหรูหราฟู่ฟ่าและทันสมัย

ครอบครัวของซันเจย์ย้ายไปอยู่เวฬปุระสิบกว่าปีแล้ว แต่เพราะซันเจย์ต้องกลับมาร่วมงานแต่งงานของญาติที่เมืองลุคน่าเมื่อสี่ปีก่อน ทั้งสองจึงได้พบกันจนนำไปสู่ชะตากรรมบัดซบที่บีบให้เธอยอมจำนนเดินเข้าเรือนจำในที่สุด

ริมฝีปากของสารินขบกันจนเป็นเส้นตรงเมื่อนึกถึงเรื่องราวแต่หนหลัง ดวงตากลมโตซึ่งเคยอ่อนหวานอยู่เป็นนิจเปล่งประกายเจิดจ้าราวพระอาทิตย์เที่ยงวันที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณ ความแค้นที่เธอจำต้องปล่อย ‘เขา’ ไปกับไอ้สารเลวซันเจย์อัดแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิดเป็นเสี่ยง

หญิงสาวปิดเปลือกตา โคลงศีรษะรับรู้ ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นอีก เพื่อนสนิททั้งสองปล่อยให้เธอนั่งเงียบตามลำพังที่เบาะหลัง

รอก่อนเถอะ ให้สารินได้แก้แค้น ‘พวกมัน’ ให้สาสมใจเสียก่อน แล้วเธอสัญญาว่าจะไปหา ‘เขา’ แล้วเราจะไม่มีวันจากกันอีกแล้ว

หน้าที่แล้ว1 of 3

Comments

comments

Continue Reading

More in LOVE

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม 5 ครั้งที่ 2

เช้าวันถัดมา อี๋อวี้นั่งรถม้าไปยังสำนักศึกษาหลวงตามลำพัง ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด วันนี้หลี่ไท่จึงไม่คิดจะไปชมการแข่งขัน ทว่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน สตรีอ่อนโยนล้วนแฝงพิษร้าย บทนำ-บทที่ 1

บทนำ พวกนางถูกไล่ต้อนไปที่ลาดเขา ประตูหินติดกลไกที่โปร่งแสงบานนั้นปิดกั้นทางออกเพียงทางเดียวเอาไว้ เส้นทางเล็กๆ ที่อยู่ใ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม บทที่ 11

บทที่สิบเอ็ด “ส่งข้ากลับไป!” หลังเสียงร้องแหลมสูงดังขึ้น อี๋อวี้ลุกพรวดขึ้นนั่ง ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างจับจ้องไปข้างหน้า เ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม 5 ครั้งที่ 3

คนอื่นๆ จับอะไรไม่ได้จากคำพูดของนาง ทว่าหลูจื้อเลิกคิ้วนิดหนึ่ง เขารู้นิสัยของน้องสาวดี หากเป็นคนแปลกหน้า มีหรือที่นางจะ...

jamsai.com