Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่ห้า-บทที่หก

ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่นั้นนอนไม่หลับอยู่หลายวัน เพิ่งส่งหมาป่าเลวร้ายแซ่เสิ่นตัวหนึ่งไป ก็มีเสือร้ายที่มีบารมีมากไม่อาจต้านได้มาอีกหนึ่งตัว นางเฝ้าครุ่นคิดว่าทำอย่างไรจึงจะปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้โดยไม่ล่วงเกินซือหม่า

ในตอนนี้เอง เทียบของท่านหญิงไหวอินก็ส่งมาถึง เชิญฮูหยินผู้เฒ่าหลี่พาหลี่รั่วอวี๋ไปเป็นแขกที่จวนกลางสวนของนางที่เมืองซูเฉิง

การเชื้อเชิญครั้งนี้ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน เพราะวันต่อมาฉู่ซือหม่าก็นำทหารองครักษ์มารอรับหญิงทั้งสองให้เร่งเดินทางไปที่เมืองซูเฉิงพร้อมกัน

ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เดิมคิดจะบอกปัด แต่ฉู่ซือหม่ากลับพูดอย่างไม่สนใจว่าครั้งนี้พี่สาวยังเชิญใต้เท้าหลิวจากกรมโยธามาด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่จึงเกิดความคิดขึ้นในใจ ตอนนี้เงินก้อนใหญ่ที่ติดค้างกรมโยธาไว้ยังไม่ได้จัดการ หากสามารถขอร้องใต้เท้าหลิวได้ ไม่แน่ว่าอาจจะแก้สถานการณ์ยากลำบากของสกุลหลี่ได้

เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็เกิดความคิดอยากไปร่วมงานขึ้นมา ซือหม่าผู้นี้แม้จะดูเยือกเย็นน่ากลัวไปบ้าง แต่ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งสองครั้ง กลับพบว่าแม้ว่าเขาจะไม่กระตือรือร้นอะไร แต่ก็มีมารยาท ทั้งที่มีตำแหน่งขุนนางสูงศักดิ์ ทว่ากลับไม่แสดงท่าทางของขุนนางชั้นสูงเลย ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่จึงค่อยๆ ลดความระวังในใจลงบ้าง

หลังจากที่ซือหม่าบอกว่าบุตรสาวคนโตของนางกับลูกเขยก็เดินทางไปที่เมืองซูเฉิงเช่นกัน นางจึงตัดความลังเลใจสุดท้ายทิ้งไป ในเมื่อหลี่รั่วฮุ่ยก็ไปด้วยและซือหม่าก็มารับถึงคฤหาสน์ด้วยตนเอง จะมีเหตุผลอะไรในการปฏิเสธอีกเล่า อีกทั้งเมืองซูเฉิงก็ห่างจากเมืองเหลียวเฉิงไม่ไกลนัก นั่งรถม้าสองชั่วยามก็ถึงแล้ว ดังนั้นนางจึงสั่งให้บ่าวไพร่สาวใช้เตรียมเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนและหีบเล็กใส่ของเพื่อออกนอกบ้าน ก่อนจะขึ้นรถม้าเดินทางไปที่เมืองซูเฉิง

ก่อนหลี่รั่วอวี๋ออกจากบ้าน เห็นฉู่จิ้งเฟิงยืนอยู่ข้างรถม้า ก็คิดถึงความไม่ยินดีในครั้งก่อนที่เขาสั่งให้คนจับนางขึ้นรถจึงก้มหน้าลงต่ำราวกับหนูที่ถูกแมวจับจ้อง รีบตามฮูหยินผู้เฒ่าหลี่มุดเข้าไปในรถม้า แล้วพลิกเปิดมุมหนึ่งของม่านหน้าต่าง เผยเพียงดวงตากลมโตมองเขาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ

แต่ตอนที่เขาหันกลับมามอง มุมม่านหน้าต่างนั้นก็พลันปิดลงมิดจนอากาศไม่ถ่ายเท

ฉู่จิ้งเฟิงนั่งอยู่บนหลังม้าเห็นดังนั้นมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย

เดินทางไปได้ครึ่งทาง ฟ้ากลับไม่เข้าข้าง เกิดฝนตกหนัก ถนนเต็มไปด้วยดินโคลน ล้อรถม้าตกลงไปอยู่ในหลุมโคลน

โชคดีที่ไม่ไกลจากทางหลวงมีกระท่อมแห่งหนึ่งพอให้พักผ่อนได้ ฉู่จิ้งเฟิงเห็นฝนเม็ดโตเท่าเม็ดถั่วตกลงบนหลังคารถม้า ทางไกลข้างหน้าก็มีเมฆดำครึ้ม รู้ว่าฝนครั้งนี้ไม่มีทางหยุดในเร็วๆ นี้ จึงเอ่ยปากเชิญฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ให้พาหลี่รั่วอวี๋ไปหลบฝนชั่วคราวในกระท่อมนั้นก่อน

ในตอนที่รถม้าหลุดจากหลุมโคลนมาถึงหน้ากระท่อมอย่างไม่ง่ายนัก หลี่รั่วอวี๋เป็นคนแรกที่อยากลงจากรถม้า นางอยู่ในรถม้าที่อากาศไม่ถ่ายเทมากว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว จึงรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว

แต่เท้ายังไม่แตะพื้นก็ถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งจับเอาไว้แน่น หลี่รั่วอวี๋ช้อนตามองไป ที่แท้ชายผมเงินนั่นโน้มตัวมากุมข้อเท้านางไว้ วันฝนตกแม้จะมีความเย็น แต่บริเวณที่ถูกฝ่ามือเหล็กนั้นกุมไว้กลับร้อนระอุ ตอนเขาโน้มตัวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย บนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยหยดน้ำฝน ทำให้โครงหน้ายิ่งดูเด่นชัด…

เดิมทีฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ออกแรงดึงก็ยังดึงบุตรสาวซุกซนเอาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้นางกลับเหมือนลูกงูที่ถูกบีบจุดสำคัญ นั่งตัวแข็งไร้ทางช่วยอยู่บนพื้นรถ มองหยดน้ำที่เกาะอยู่บนขนตาของเขาอย่างเหม่อลอย

ในตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ยื่นหน้าออกมาจากหลังม่านรถ ฉู่จิ้งเฟิงก็คลายมือใหญ่อย่างรู้กาลเทศะ แล้วถอดเสื้อคลุมบนตัวออกมา ปูไปบนทางเล็กหน้ารถม้าที่เต็มไปด้วยดินโคลน จากนั้นจึงพูดว่า “เชิญคุณหนูรองค่อยๆ ลงรถ”

สาวใช้ข้างรถม้ากางร่มบังไว้บนหัวของคุณหนูรองหลี่นานแล้ว ส่วนรองเท้าปักคู่สวยบนเท้างามก็เหยียบไปบนเสื้อคลุมเนื้อดี นางจึงไม่เปื้อนน้ำฝนและดินโคลนแม้แต่น้อย

ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่กลับมีมุมมองกับซือหม่าผู้นี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย… แม้ดูผิวเผินจะเป็นคนเย็นชาพูดน้อย แต่แท้จริงแล้วเป็นคนละเอียดอ่อนเข้าใจคนยิ่งนัก

หลังจากเข้าไปในกระท่อมก็มีองครักษ์จุดตะเกียงน้ำมันไว้แล้วพร้อมกับพรมน้ำอ้ายเฮา ที่ใช้ไล่ยุงและแมลง จุดเตากำยาน ยกเก้าอี้พับมาสามตัวและโต๊ะเล็กที่ใช้วางน้ำชาผลไม้ แล้วเตรียมพรมขนแกะที่ใช้คลุมตัวกันหนาวเอาไว้ด้วย นอกจากสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติสองคนแล้ว พวกองครักษ์ผู้ติดตามล้วนไปหลบฝนอยู่ใต้ชายคาด้านนอก

ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่กลัวหลี่รั่วอวี๋จะเป็นหวัด จึงให้นางกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้พับ ถอดรองเท้าออก แล้วใช้พรมห่อตัวนางไว้แน่น จากนั้นก็ล้มตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งโดยมีสาวใช้คอยปรนนิบัติ นั่งโยกเยกบนรถม้ามานาน ต้องผ่อนคลายช่วงเอวเสียบ้าง

เพียงชั่วครู่ในกระท่อมเล็กแห่งนี้ก็เงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงฝนตกพรำๆ ด้านนอก และเสียงน้ำเดือดปุดๆ ที่ดังมาจากกาน้ำเล็กบนเตาถ่าน

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่หนึ่ง-บทที่สอง

บทที่หนึ่ง ‘คุณหนูรองสกุลหลี่แห่งอำเภอเฉิงเป่ยปัญญาอ่อนไปแล้ว!’ ข่าวที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ราวกับหญ้าแห้งฤดูใบไม้ร่วงถูกไฟป่...

everY

ทดลองอ่าน พันสารท เล่มที่ 1 บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1 ยอดเขาปั้นปู้ (ครึ่งก้าว) ชื่อสื่อความหมาย บนยอดเขามีพื้นที่คับแคบ เดินหน้าไปเพียงครึ่งก้าวก็เป็นหน้าผาสูงหมื่นจ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เบื่อนักโจ๊กล่าปา ข้าไม่ย้อนเวลาอีกได้ไหม บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่ 1  ยามดึกสงัดในฤดูหนาว หมู่ดาวพร่างพราวเต็มผืนฟ้ากว้างใหญ่ สาดส่องจากเหนือหมู่เมฆลงมายังคฤหาสน์สกุลอวิ๋น ลอดผ่านหน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน วาสนาคนเขลา บทที่สาม-บทที่สี่

บทที่สาม ในเวลาเดียวกันนี้ ณ ลานล่าสัตว์ที่เมืองเหลียวเฉิง ใต้เท้าเมิ่งผู้ช่วยนายอำเภอเมืองเหลียวเฉิงกำลังแอบใช้ผ้าเช็ดห...

jamsai.com