Connect with us

Jamsai

With Love

ทดลองอ่าน วายร้ายสายเปย์ บทที่ 1

หน้าที่แล้ว1 of 5

บทที่ 1 นางฟ้าชัดๆ

“บ้าชะมัด! ทำไมรถต้องมาเสียวันนี้ด้วยนะ”

หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมายืดยาวพลางกอดอกมองสภาพรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ที่มีควันลอยฟุ้งขึ้นจากกระโปรงหน้าด้วยความหงุดหงิด เธอไม่ได้เอารถเข้าศูนย์ฯ เสียนาน มารู้ตัวอีกทีขับๆ อยู่เจ้าตัวดีก็เกเร พ่นควันลอยฟุ้งขึ้นจากหน้ารถก่อนจะแน่นิ่งซี้แหงแก๋อยู่ข้างถนน

แล้วตายที่ไหนไม่ตาย ดันมานอนแช่อยู่ริมถนนย่านชานเมืองกลางดึก รอบข้างมีแต่ทุ่งหญ้าสูง รถยนต์บนถนนแล่นผ่านไปชนิดนับนิ้วได้

“แท็กซี่ไม่มี แกร็บก็ไม่รับ ซวยชะมัด!”

วันนี้คงเป็นวันซวยของเธอ ตั้งแต่เจอลูกค้าเรื่องเยอะ ขอดูสินค้าของร้าน พูดคุยดิบดี สุดท้ายคือไม่ซื้อ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกค้าแล้วเนตรอัปสรได้แต่ก้มหน้าอดทน ใครจะรู้ว่าโอกาสหน้าลูกค้ากลุ่มนี้อาจเปลี่ยนใจมาซื้อสินค้ากับเธอก็ได้

ระหว่างยืนรอความช่วยเหลือจากช่างของอู่ซ่อมรถที่รู้จักกัน จู่ๆ ก็มีอะไรเหนียวหนืดคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าจนหญิงสาวเบิกตาโพลง กรีดร้องสุดเสียง แต่เสียงที่ล่วงพ้นจากเรียวปากเป็นเพียงลมร้อนๆ สายหนึ่งเท่านั้น

“ชะ…ช่วยด้วย”

ลมเย็นกลุ่มหนึ่งพัดโชยมาจนเส้นขนบนแขนเนียนลุกเกรียว ความกลัวผีแต่ดั้งเดิมร้องเตือนว่าสิ่งแปลกปลอมเหนียวหนืดนั้นอาจเป็นผี เธอจึงกระแทกรองเท้าส้นสูงลงไปบนอะไรสักอย่างที่ฉวยข้อเท้าเธอไว้เข้าอย่างแรง หวังว่าผีจะยอมปล่อยตนเป็นอิสระ แต่มันกลับร้องโอดโอย

“จะ…เจ็บ!”

หญิงสาวเลิกคิ้ว สติที่เริ่มคืนกลับมาเข้ารูปเข้ารอยดับความกลัวและฉุดความฉงนสงสัยขึ้นมาแทน

ผีมีความรู้สึกด้วยเหรอ

เปลือกตาเรียวยาวลืมขึ้นก่อนดวงหน้าหวานละมุนจะก้มมองร่างชุ่มเลือดที่โผล่พ้นออกมาจากพงหญ้าข้างทาง

“อ้าว ไม่ใช่ผีนี่นา!”

 

ภาพเบื้องหน้าขาวโพลน มองไปทางใดเห็นเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่า ไร้สรรพเสียงสำเนียงใดๆ เงียบงันจนเขาหวาดวิตก หมุนคว้างรอบตัวแต่กลับเห็นเพียงตัวเขาเอง พื้นซึ่งยืนตระหง่านอยู่เป็นพื้นเรียบหรือขรุขระเขามองไม่เห็น เพราะมันขาวโพลนไปหมด

“เจ้าเภา!”

เสียงเรียกดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ไม่ใกล้ ไม่ไกล เขาหมุนไปรอบตัวอีกครั้ง แต่กลับไม่พบเจ้าของเสียง ชายหนุ่มยกมือป้องปาก ตะโกนก้องผ่านความเวิ้งว้างออกไปเรียกคนที่เคยสนิทชิดเชื้อ

“ปู่…ปู่ใช่ไหม!”

เขาเดินฝ่าความเวิ้งว้างไปอย่างสะเปะสะปะ กระทั่งผ่านม่านหมอกหนาสีขาวออกไปจนพบชายชราร่างสูงกับไม้เท้าหัวเสือ ใบหน้ารูปไข่อาบไว้ด้วยริ้วรอยของกาลเวลา ริมฝีปากแย้มรอยยิ้มชื่นมื่น มือเหี่ยวย่นยื่นมาข้างหน้าละม้ายจะบอกให้เขาเดินเข้าไปหา

หน้าที่แล้ว1 of 5

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in With Love

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่หนึ่ง  ริมเกาะไป๋ลู่ ไถเฉิงปลายฤดูใบไม้ผลิ เป็นอีกปีที่แถบเจียงหนาน งดงาม ดอกซิ่งโปรยปรายดุจสายฝน ดอกหลีผลิบานดุจปุ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 3-บทที่ 4

บทที่สาม หลี่มู่มองสบตานางอยู่ครู่หนึ่ง เขาดึงมือตนเองกลับพลางลุกขึ้นมานั่ง เกาลั่วเสินก็ไม่เข้าใจตนเอง เหตุใดตนจึงบุ่มบ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 5-บทที่ 6

บทที่ห้า  เดือนสามปลายฤดูใบไม้ผลิ นอกเมืองเจี้ยนคังแดดร่มลมเย็น ต้นหญ้าเขียวขจี นกโผบิน เกาลั่วเสินนั่งอยู่ในรถเทียมวัว ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ธาราวสันต์ บุษบันจันทรา บทที่ 7-บทที่ 8

บทที่เจ็ด  เมืองตันหยางตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองหลวงเจี้ยนคัง ทั้งสองเมืองอยู่ห่างกันไม่ถึงร้อยหลี่ คูเมืองและกำแพงเมืองแม้...

jamsai.com