Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน รัตติกาลซ่อนกล บทที่ 1

หน้าที่แล้ว1 of 9

บทที่หนึ่ง

ขณะที่หลิวไป่ทงออกจากวังก็เป็นเวลาย่ำค่ำแล้ว

แสงตะวันยามสายัณห์สาดส่อง ช่างชวนให้ผู้คนครั่นคร้ามยิ่ง

เขาจ้องมองดวงตะวันสีแดงเจิดจ้าลับตาไปตรงขอบฟ้าอย่างเหม่อลอย ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ ล้วงผ้าเช็ดหน้าไหมออกมาซับเหงื่อที่ขมับลวกๆ พลางยกชายชุดขุนนางก้าวขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่นอกประตูวังนานแล้ว จากนั้นสั่งให้สารถีเคลื่อนรถม้าไปยังตรอกหลิ่วเยี่ย

สารถีบังคับรถม้าผ่านถนนสายนี้มาจนคุ้นทางแล้ว แม้ฟ้าจะเริ่มมืดแต่ก็ยังบังคับรถม้าได้อย่างชำนิชำนาญ ลัดเลี้ยวไปตามตรอกซอกซอยไม่ถึงครึ่งชั่วยาม รถม้าก็มาหยุดลงหน้าจวนหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ลึกในตรอกหลิ่วเยี่ย

คนในจวนทราบข่าวแต่แรกแล้ว หลิวไป่ทงเพิ่งจะลงจากรถม้า ประตูใหญ่ด้านหน้าก็ค่อยๆ เปิดออกเสียงดังแอ๊ด

พอหลิวไป่ทงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวนี้ ความกระตือรือร้นที่มีแต่เดิมก็เหมือนถูกน้ำเย็นสาดจนเหือดหายไปกว่าครึ่ง ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ รอจนตั้งสติได้เขาก็หันไปมองปากประตูที่มืดมิด รับรู้ได้ว่าจวนที่อยู่ตรงหน้าคล้ายว่ากลายร่างเป็นปีศาจกระหายเลือดไป มันอ้าปากกว้างประหนึ่งอ่างรองเลือด รอจะกลืนกินเขาเข้าไปในท้องของมัน

ไม่ทันที่ความหวาดหวั่นจะแผ่ลามไปทั่วใจเขา ก็มีชายหนุ่มคิ้วยาวดวงตาเรียวเล็กเดินออกมาจากในจวน หยุดยืนที่บันไดขั้นบนสุด

คนผู้นี้น่าจะเพิ่งถึงวัยยี่สิบได้ไม่นาน เขาสวมชุดแพรเฟยอวี๋ ขององครักษ์เสื้อแพรพอเห็นหลิวไป่ทงก็มีท่าทีคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทอดสายตามองลงมาจากด้านบนแล้วเอ่ยว่า “ใต้เท้าหลิวมาได้เสียที”

หลิวไป่ทงถึงกับตัวสั่นสะท้าน เขารีบเก็บอาการหวาดหวั่นบนสีหน้า แล้วหันไปประสานมือคำนับชายหนุ่มพลางยิ้มเอ่ยประจบประแจง “ข้าน้อยมาช้า ใต้เท้าหวังอย่าได้ถือโทษ”

เขาไม่กล้าละล้าละลังอีกแล้ว รีบสาวเท้าก้าวขึ้นบันไดเดินตามคนผู้นั้นเข้าไปด้านใน

จวนหลังนี้ดูภายนอกแล้วไม่ได้สะดุดตาอะไร หากแต่ภายในกลับตกแต่งไว้อย่างหรูหราอลังการยิ่งนัก

ไม่ต้องพูดถึงทางเดินที่ปูลาดด้วยหินฮั่นไป๋อวี้ในสวนยังเต็มไปด้วยพืชพรรณล้ำค่าหายาก แม้แต่กรงนกแก้วที่แขวนไว้ใต้ชายคาก็ล้วนทำจากกระดองเต่าที่ทางเซียนหลัวส่งมาบรรณาการ สิ่งของหายากเหล่านี้ต่อให้สอดส่ายสายตาหาไปทั่วเมืองจิงเฉิงแห่งนี้ก็ยังหาดูได้ยากยิ่ง ได้ยินว่าเป็นของพระราชทานแก่หวังกงกงในวันเทศกาลซั่งหยวน

หลิวไป่ทงลอบถอนหายใจ ผู้ที่ได้รับพระเมตตาอย่างล้นเหลือเพียงนี้ ในยุคสมัยนี้เห็นจะมีแต่หวังหลิงเพียงผู้เดียวเท่านั้น

ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องโถงกลางก่อนหลิวไป่ทงก้าวหนึ่ง อีกฝ่ายยังไม่ถูกเรียกจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป ได้แต่ยืนแขนแนบลำตัวกลั้นหายใจรออยู่ใต้ชายคา

ท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้ม จู่ๆ ก็มีเสียงร้องด่าดังมา ฟังดูแปลกพิกลอย่างบอกไม่ถูก “เดรัจฉาน!”

เดิมทีบรรยากาศเคร่งเครียดกดดันของบ้านหลังนี้ก็ทำให้หลิวไป่ทงไม่สบายใจอยู่แล้ว จู่ๆ มาได้ยินเสียงกระโชกโฮกฮากคล้ายดังขึ้นข้างหูจึงยิ่งตกใจจนสะดุ้งโหยง เขาเงยหน้ามองด้วยความตื่นกลัว จึงค่อยเห็นว่าเป็นนกแก้วในกรงที่หลุดคำผรุสวาทออกมา

หากเป็นเวลาปกติ ถูกสัตว์เดรัจฉานร้องด่าเช่นนี้หลิวไป่ทงย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ ทว่าหลายวันมานี้สภาพจิตใจของเขาแตกต่างจากเมื่อก่อน แค่คำว่า ‘เดรัจฉาน’ ก็สามารถกระตุ้นความละอายที่แทบไม่หลงเหลือในใจเขากลับขึ้นมาได้ จนราวกับถูกตบหน้าเข้าอย่างจัง ความโกรธผลักดันให้ความคิดที่อยากจะทุบหม้อจมเรือผุดขึ้นมาในใจ

หน้าที่แล้ว1 of 9

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

Jamsai Book Festival

Jamsai

Jamsai Book Festival : Reshape Your Happiness เริ่มตั้งแต่ วันที่ 15-31 ตุลาคม 2564 ช้อปที่ไหนแจ่มใสได้ทุกที่

     ช่วงเวลาแห่งความสุขในการช้อปหนังสือใกล้มาถึงแล้วค่า Jamsai Book Festival สำหรับครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 31...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อี๋เหนียงห้าขององค์หญิง บทที่ 1-บทที่ 2

บทที่ 1 ลมเหนือพัดหวีดหวิวบาดผิวราวกับคมมีดน้ำแข็ง เมืองหลวงตั้งอยู่ทางตอนเหนือ พอล่วงเข้าปลายปีทีไรเป็นต้องหนาวจับจิต ป...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน อี๋เหนียงห้าขององค์หญิง บทที่ 3-บทที่ 4

บทที่ 3 เสียงวิ่งดังตึงๆๆ เมื่อมาถึงหน้าห้อง ผู้มาใหม่ก็หยุดปัดหิมะบนร่างก่อนอย่างตั้งใจ ถึงค่อยก้าวเข้าไปข้างในแล้วตะโก...

jamsai.com