Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! บทที่ 12-13

หน้าที่แล้ว1 of 10

บทที่สิบสอง

แม้ท้องฟ้าจะมืดจนมองเห็นสีหน้าของเขาได้ไม่ชัด แต่หลี่หลิงหว่านก็รู้สึกว่าตนเองสามารถจินตนาการสีหน้าของเขาออก…จะต้องเป็นสีหน้าเย็นชา สายตาเยือกเย็น มองไม่ออกว่าในใจกำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ ในใจก็คงคิดว่าพวกนางสองคนจะกลัวหรือไม่กลัวกันแน่

เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่กลัว หลี่หลิงหว่านจึงเงยหน้าส่งยิ้มให้เขา ทั้งส่งเสียงออกมาครั้งหนึ่งว่า “พี่ชาย”

ยิ้มบ่อยๆ อย่างไรก็ไม่ผิด ท่านอาจารย์กู่หลง เคยกล่าวไว้ว่าสตรีที่ชอบยิ้ม ดวงชะตามักจะไม่เลวร้ายจนเกินไป

หลี่เหวยหยวนได้ยินแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจนาง เพียงหมุนตัวผลักประตูห้องเดินเข้าไป

จากนั้นหลี่หลิงหว่านก็เห็นว่าในห้องมีแสงสว่างวาบขึ้นมา เป็นหลี่เหวยหยวนที่จุดเทียนไขบนโต๊ะให้สว่างนั่นเอง

ที่ผู้คนเกิดความกลัวขึ้นมาในความมืดก็เป็นเพราะไม่รู้ว่าในความมืดนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ บรรดาสิ่งของกับภาพที่สมองคิดออกมานั้นสามารถสร้างความตกใจให้กับตนเองได้ พอยามนี้มีแสงสว่างแล้ว ความหวาดกลัวในใจย่อมลดลงไปไม่น้อย

หลี่หลิงหว่านมองห้องที่สว่างขึ้นมาตรงหน้าแล้วก็อดถอนหายใจออกมาเงียบๆ ไม่ได้ หัวใจที่เต้นรัวเร็วในอกก็ค่อยๆ สงบลงเช่นกัน นางยื่นมือไปตบบนหลังมือของเสี่ยวซานเพื่อปลอบใจ จากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่งก่อนจะยกเท้าก้าวเข้าไปในห้อง

ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้าเท่านั้น ทว่าหลังเข้ามาในห้องแล้วนางก็พบว่าภายในห้องไม่ได้น่ากลัวหรือมืดมนเหมือนที่คิดไว้ กลับกันยังสะอาดสะอ้านเป็นอย่างยิ่ง

ห้องสามห้องนี้แม้แต่ผ้าม่านสำหรับกั้นห้องก็ยังไม่มี พอนางเข้ามาแล้วจึงสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ทั้งหมด เครื่องเรือนภายในห้องมีอยู่น้อยมาก มีเพียงเครื่องเรือนจำเป็นแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น มิหนำซ้ำส่วนมากยังผุๆ พังๆ แขนขาดขาขาดอีก

ยามนี้หลี่เหวยหยวนเดินไปนั่งยังโต๊ะหนังสือที่ห้องรองปีกตะวันตกเรียบร้อยแล้ว เขาหยิบตำราเล่มที่ยังอ่านไม่จบตั้งแต่เมื่อเช้าขึ้นมา ไม่มีทีท่าว่าจะรับรองหลี่หลิงหว่านแต่อย่างใด ทว่าเขาเองก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่ให้หลี่หลิงหว่านจากไปเช่นกัน

ดังนั้นหลี่หลิงหว่านจึงมองหาเก้าอี้นั่ง พอพบเก้าอี้แล้วนางก็เดินไปนั่ง ทว่านั่งไปแล้วจึงเพิ่งรู้ว่าเก้าอี้ตัวนี้ขาข้างหนึ่งหักไปแล้วครึ่งท่อน ด้านล่างปูรองด้วยก้อนอิฐหลายก้อนซึ่งไม่รู้ว่าไปหามาจากที่ใด นางมองไปรอบๆ ห้องนี้แล้วก็เห็นว่ามีเพียงเก้าอี้สองตัวนี้ที่หลี่เหวยหยวนกับตนเองนั่งอยู่ ต่อให้นางอยากเปลี่ยนไปนั่งเก้าอี้ตัวอื่นก็ไม่มีให้เปลี่ยน เช่นนั้นก็นั่งไปเถอะ อย่างไรจุดมุ่งหมายที่นางมาที่นี่ในวันนี้ก็ไม่ใช่เพราะอยากจะเลือกเก้าอี้ดีๆ นั่ง แต่ต้องการสร้างความประทับใจดีๆ ต่อหน้าหลี่เหวยหยวนต่างหาก

ทว่าความประทับใจดีๆ ต่อหน้าหลี่เหวยหยวนนั้น…ช่างยากจะสร้างขึ้นมาจริงๆ

หากพูดกันตามเหตุผล ในเมื่อเขายอมให้นางเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแล้ว จากนี้ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่น่าฟังหรือไม่เขาก็ควรจะพูดออกมาสักหน่อย แต่นี่เขากลับไม่พูดอะไรสักคำ ทำราวกับว่าภายในห้องนี้ไม่มีนางกับเสี่ยวซานอยู่ตั้งแต่แรก ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านตำราอยู่อย่างเดียว

หลี่หลิงหว่านทำได้เพียงลอบกัดฟันไม่พอใจอยู่ในมุมมืดโดยที่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายยังคงเป็นนางที่ต้องเริ่มบทสนทนากับหลี่เหวยหยวนก่อน มิเช่นนั้นคนสองคนมานั่งอยู่ด้วยกันตลอดทั้งคืนโดยไร้คำพูดเช่นนี้ ถึงคืนข้ามปีจะได้อยู่ร่วมกับเขาแล้ว หากนางไม่อึดอัดตายไปก่อนก็คงจะหนาวจนแข็งตายอยู่ดี

…หนาวจริงๆ นะ

หน้าที่แล้ว1 of 10

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 12

          บทที่ 12 “โปรดเสด็จกลับไปตอนนี้เถอะ ถือเสียว่าไม่ได้มาหานาง ถือเสียว่านางหนีการแต่งงาน ถือเสียว่าในแผ่นดินไม่ม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 11

          บทที่ 11 ตอนเหยาจื่อชีขี่ลาลงเขาซื้อเกลือกลับมาถึงก็เกือบเป็นเวลาอาหารกลางวันแล้ว เหยาฮ่วงบ่นว่านางสองคำแล้วให...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 15

          บทที่ 15 หลูซื่อกลับถึงตำบลหลงเฉวียนแล้วพักผ่อนคืนหนึ่ง วันถัดมาก็เริ่มเร่งมือตระเตรียมสินเจ้าสาวให้อี๋อวี้ เค...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 13

          บทที่ 13 “ดีมาก ถ้าข้าทำเรื่องที่สร้างความกระวนกระวายใจให้เจ้าอีก ก็ทำอย่างเมื่อครู่นี้ บอกออกมาอย่างชัดเจนแจ่...

jamsai.com