Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน! เล่ม 3 บทที่ 9-10

หน้าที่แล้ว1 of 11

บทที่เก้า

ในตอนที่หลี่หลิงหว่านตั้งใจจะเปิดปากเอ่ยถามนามของภิกษุรูปนี้ นางก็เห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นทักทายนาง จากนั้นก็เปิดปากเอ่ยถามอย่างนอบน้อม “เรียนถาม อาคันตุกะมาเยือนจากที่ใดหรือ”

หลี่หลิงหว่านมองอย่างไร้คำพูด

ปริศนาธรรมเช่นนี้ข้าเองก็ตอบเป็น

นางจึงแสดงท่าทีสุขุมลุ่มลึกออกมา แล้วตอบกลับอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกัน “มาจากที่ที่ข้าจากมา”

ต่อจากนั้นเขาคงไม่ถามว่า ‘อาคันตุกะต้องการไปที่ใด’ ใช่หรือไม่ นางเตรียมประโยคต่อไปที่ต้องตอบไว้ที่ริมฝีปากเรียบร้อยแล้ว

แต่นางกลับเห็นภิกษุรูปนั้นยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็เอ่ยถามต่อ “มาจากดินแดนภายนอกหรือ”

แม้จะเป็นประโยคคำถาม แต่น้ำเสียงกลับมั่นใจยิ่ง

สีหน้าของหลี่หลิงหว่านเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

คำว่า ‘ดินแดนภายนอก’ นี้ แล้วแต่ว่าจะตีความอย่างไรกระมัง สามารถเข้าใจว่าเป็น ‘นอกเหนือจากความวุ่นวายทางโลก’ แล้วก็สามารถเข้าใจว่าเป็น ‘นอกอาณาเขตนี้’ ก็ได้กระมัง

นอกอาณาเขตโลกใบนี้?…

หลี่หลิงหว่านไม่ตอบ สีหน้าแฝงแววจริงจังอยู่หลายส่วน ก่อนเอ่ยปากถามอย่างลังเล “ต้าซือ ท่านคือท่านเจ้าอาวาสหรือเจ้าคะ”

นางเห็นภิกษุตรงหน้าผงกศีรษะ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆ ไม่เคยเลือนหาย “มิกล้า อาตมาเป็นผู้ใด ไม่มีผู้ใดกระจ่างดียิ่งกว่าท่านแล้ว”

หลี่หลิงหว่านไม่ได้เอ่ยอะไรอีก ขณะที่หัวใจของนางก็เย็นวาบขึ้นมา

ในนิยายนางวางให้ท่านเจ้าอาวาสเป็นบุคคลผู้มีสติปัญญาสูงส่งมากผู้หนึ่ง ในขอบเขตที่แน่นอนสามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงอดีตและอนาคต เขาจึงสามารถทำนายได้ว่าหลี่หลิงเยี่ยนมีชะตาหงส์ ทำนายว่าหลี่เหวยหยวนมีชะตาพิฆาต ในอนาคตไม่ว่ากับครอบครัวหรือแผ่นดินล้วนเป็นกาลกิณี แต่ยามนี้เมื่อได้พบท่านเจ้าอาวาสผู้นี้ ทุกประโยคของเขาล้วนซ่อนปริศนาธรรมและแฝงความนัยเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ามองออกถึงสถานะที่แท้จริงของนางแล้ว

นี่เป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวมากจริงๆ

ท่านเจ้าอาวาสเห็นหลี่หลิงหว่านไม่กล่าวอะไร เขาจึงยิ้มน้อยๆ พลางเอ่ย “หากไม่มีท่าน ย่อมไร้อาตมา บุญคุณดุจบิดามารดา อาตมาย่อมรู้สึกเคารพนอบน้อมต่อท่านเป็นที่สุด เหตุใดท่านจึงต้องหวาดกลัวอาตมาด้วยเล่า”

หลี่หลิงหว่านรู้สึกว่าท่านเจ้าอาวาสผู้นี้เป็นกระจกบานหนึ่งโดยแท้ สามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงความคิดทุกอย่างในใจนางจนหมดสิ้น นางรู้สึกว่าตนเองยามอยู่ต่อหน้าเขาราวกับไม่ได้สวมอาภรณ์อย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกเช่นนี้นับว่าไม่สบายใจเท่าไรนักจริงๆ

ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าทุกคนที่อยู่รอบกายนางล้วนเป็นยอดคน มีเพียงนางคนเดียวที่เป็นคนโง่งม เหตุใดตอนแรกนางถึงต้องออกแบบให้ทุกคนฉลาดเฉลียวกันเช่นนี้ด้วยเล่า

นางนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไร

ในขณะที่ยังไม่รู้ว่าควรเอ่ยอะไรดีนั้น การนิ่งเงียบย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่างน้อยการนิ่งเงียบเช่นนี้ก็ไม่ทำให้นางดูโง่เขลาเกินไปนัก กลับกันยังให้ความรู้สึกสุขุมลุ่มลึกกับผู้คนอยู่หลายส่วน

ท่านเจ้าอาวาสใช้สายตาสงบเยือกเย็นดุจผู้มองทะลุปรุโปร่งซึ่งทุกสรรพสิ่งในใต้หล้ามองนาง แต่จู่ๆ เขาก็ยิ้มแล้วหันหน้ามองไปยังอุโบสถแห่งหนึ่งด้านหลังหลี่หลิงหว่าน ก่อนจะเปิดปากเอ่ย “อมิตาภพุทธ! ในเมื่อประสกมาแล้ว เหตุใดจึงต้องหลบซ่อนตัวด้วย เชิญออกมาเถิด”

ประโยคนี้ของเขาบอกชัดเจนว่าที่อุโบสถด้านหลังมีคนอยู่

หลี่หลิงหว่านรู้สึกเย็นวาบเล็กน้อย นางรีบหันหน้าไปมอง

ที่ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถแห่งนี้คือเจ้าแม่กวนอินผู้เมตตากรุณาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ในมือถือแจกัน สองข้างมีกุมารทองกุมารีหยก ภายในนั้นมีควันธูปลอยอ้อยอิ่ง ชามก้นลึกบนโต๊ะบูชาวางผลไม้สดใหม่อยู่จำนวนหนึ่ง

หน้าที่แล้ว1 of 11

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

เรื่องเด่นวันนี้

รายละเอียดหนังสือชุด #RealGuysFiction

  จาก 7 คาแรคเตอร์ที่มีตัวตนจริงสู่ 6 นิยายสุดฟินโดย 6 นักเขียนคุณภาพ #RealGuysFiction คือโปรเจ็กต์ความร่วมมือระหว่างสำน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภรรยาเปรียบดังของหวาน บทที่ 1

บทที่หนึ่ง ยามราตรีอันมืดมิด เรือขนาดใหญ่สามชั้นลำหนึ่งเคลื่อนตัวไปบนผืนน้ำอย่างช้าๆ ฝูอ๋องกับเสนาบดีเฉวียนที่อยู่บนเรือ...

ชายาประดุจอาหารเลิศรส

ทดลองอ่าน ชายาประดุจอาหารเลิศรส บทนำ-บทที่ 1

บทนำ  หากทำได้ฉู่อวิ๋นจิ้งไม่อยากจะฟื้นขึ้นมาเลย ทางที่ดีหลังผ่านไปสองสามวันแล้วก็ให้นางค้นพบว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน โปรดยิ้มตอบข้าด้วยไมตรี บทที่ 1

บทที่ 1 อาหารกลางวันที่หลินฟางโจวกินวันนี้คือชุยปิ่ง เพียงแค่ชิ้นเดียวและน้ำชามใหญ่อีกสองชาม เมื่อชุยปิ่งเจอกับน้ำแล้วก็...

jamsai.com