Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม บทที่ 3

หน้าที่แล้ว1 of 11

ทดลองอ่าน – บทที่ 3

วันถัดมา หลูซื่อตื่นขึ้นมาจัดเก็บข้าวของแต่เช้าตรู่ อี๋อวี้ถูกเสียงความเคลื่อนไหวของนางปลุกตื่นก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียง

หลูซื่อเขยิบตัวไปตรงมุมติดผนังซึ่งหลูจื้อนอนอยู่แล้วเลิกผ้าห่มขึ้น สอดนิ้วงัดอยู่นานพักหนึ่งก่อนจะยกแผ่นไม้กระดานกว้างราวสามกำปั้นที่ขยับได้แผ่นหนึ่งออก จากนั้นนางก็ล้วงมือเข้าไปดึงถุงผ้าใบหนึ่งออกมา หยิบเงินเหรียญพวงหนึ่งในถุงมานับอย่างละเอียดและแบ่งออกมาส่วนหนึ่ง

ก่อนหน้านี้อี๋อวี้เคยเห็นนางวางเงินไว้ตรงนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังนึกในใจว่ามารดาช่างสรรหาที่ซ่อนของได้ดีแท้ สามพี่น้องล้วนรู้ว่ามารดาของพวกตนเก็บเงินไว้ที่ไหน เพราะหลูซื่อไม่เคยปิดบังเช่นกัน

ปีนี้ครอบครัวของพวกนางได้เงินจากที่นาสามพันกว่าอีแปะ ถือได้ว่าเป็นปีที่อุดมสมบูรณ์แล้ว วันก่อนหลูซื่อยังให้เงินพวกนางคนละสองสามอีแปะด้วย

วันนั้นพอได้รับเหรียญเงินสำริดมา อี๋อวี้ก็พินิจพิจารณาอย่างละเอียดพักหนึ่ง ในรัชศกอู่เต๋อปีที่สี่เริ่มหล่อเหรียญไคหยวนทงเป่า แต่เนื่องจากบ้านเมืองไม่ส่งเสริมให้ผลิตเหรียญกษาปณ์เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เขตแดนห่างไกลจะใช้เหรียญทรงกลมมีรูสี่เหลี่ยมตรงกลางที่หล่อกันขึ้นเองในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทางราชสำนักอนุโลมเป็นนัยๆ ให้ทำแบบนี้ได้

เงินที่หลูซื่อมอบให้นางก็คือเหรียญสำริดทรงกลมมีรูสี่เหลี่ยมตรงกลางที่หล่อกันเองเฉพาะที่นั่นเอง ขนาดใกล้เคียงกับเหรียญหนึ่งหยวนของยุคปัจจุบัน แต่มีความหนาน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้น้ำหนักเบากว่ามาก ในยุคนี้ไม่ใช่แค่ใช้เหรียญสำริดในการซื้อขาย ยังพบเห็นการแลกเปลี่ยนโดยใช้ของแลกของกันอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะเอาของจำพวกแพรพรรณแลกกับของใช้ ผ้าเนื้อดียาวหนึ่งจั้ง เท่ากับประมาณร้อยกว่าอีแปะ

ครู่หนึ่งต่อมา บุตรชายสองคนตื่นนอนแล้ว หลูจวิ้นสวมอาภรณ์เรียบร้อยวิ่งออกไปเอาหญ้าเลี้ยงวัวในคอก ส่วนหลูจื้อไปจัดเตรียมเกวียนรอเทียมวัว

ช่วงเวลานี้ยังไม่มียานพาหนะอะไร โดยทั่วไปพวกชาวนาจะเอาสัตว์เลี้ยงที่ใช้ไถนาเป็นแรงงานลากจูงพาหนะเพื่อทุ่นแรงในการเดินทาง

ที่ตั้งตลาดอยู่ใกล้ๆ เขตตำบล แม้จะมีทุกวัน แต่ทุกวันที่หนึ่งและวันที่สิบห้าจะจัดเป็นตลาดนัดค่อนข้างใหญ่สองครั้ง

วันนี้เป็นวันที่สิบห้า มีโอกาสได้ไปงานตลาดนัดครั้งใหญ่ จึงโทษมิได้ที่เมื่อวานหลูจวิ้นจะตื่นเต้นคึกคักปานนั้น

อี๋อวี้หยิบอาภรณ์ที่เมื่อคืนหลูซื่อตระเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพอยู่ใต้ผ้าห่มมาสวมด้วยตนเอง หลังย้อนเวลากลับมาในอดีตเป็นวันที่สาม นางก็เริ่มขอสวมเสื้อผ้าเอง หลูซื่อเห็นนางมือไม้คล่องแคล่วก็ปล่อยให้ดูแลตนเอง รอเมื่อนางแต่งตัวเสร็จแล้วถึงมัดผมให้

พูดถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ในยุคราชวงศ์ถังนั้นมีเอกลักษณ์มาก เพียงแต่เด็กในครอบครัวชาวนาจะไม่ค่อยพิถีพิถันนักเพื่อสะดวกต่อการทำงานและเล่นซุกซน ไม่อย่างนั้นอี๋อวี้ควรจะสวมกระโปรงไว้ด้านนอก ส่วนพี่ชายสองคนก็ควรสวมเสื้อคลุมยาวตัวเดียว ไม่ใช่ชุดสองท่อนเป็นเสื้อกับกางเกง

เมื่ออี๋อวี้แต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อย หลูซื่อก็ผลัดชุดเป็นเสื้อป้ายข้างตัวสั้นทำจากผ้าเนื้อหยาบสีเหลืองแก่กับกระโปรงยาวสีเทากรอมเท้า

ถึงดูแล้วไม่สวยงามหรูหราเท่าชุดของชาวราชวงศ์ถังอย่างที่อี๋อวี้เห็นในละครพวกนั้น แต่มีดีที่ฝีมือการตัดเย็บประณีตและแบบที่เรียบง่ายสบายตา

หน้าที่แล้ว1 of 11

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 12

          บทที่ 12 “โปรดเสด็จกลับไปตอนนี้เถอะ ถือเสียว่าไม่ได้มาหานาง ถือเสียว่านางหนีการแต่งงาน ถือเสียว่าในแผ่นดินไม่ม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 11

          บทที่ 11 ตอนเหยาจื่อชีขี่ลาลงเขาซื้อเกลือกลับมาถึงก็เกือบเป็นเวลาอาหารกลางวันแล้ว เหยาฮ่วงบ่นว่านางสองคำแล้วให...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 15

          บทที่ 15 หลูซื่อกลับถึงตำบลหลงเฉวียนแล้วพักผ่อนคืนหนึ่ง วันถัดมาก็เริ่มเร่งมือตระเตรียมสินเจ้าสาวให้อี๋อวี้ เค...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน นวลหยกงาม เล่ม 10 บทที่ 13

          บทที่ 13 “ดีมาก ถ้าข้าทำเรื่องที่สร้างความกระวนกระวายใจให้เจ้าอีก ก็ทำอย่างเมื่อครู่นี้ บอกออกมาอย่างชัดเจนแจ่...

jamsai.com