Connect with us

Jamsai

ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย

ทดลองอ่าน ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย เล่ม 2 บทที่ 35

หน้าที่แล้ว1 of 4

บทที่ 35

ฮูหยินผู้เฒ่าวั่นคาดการณ์ไม่ผิดเลย คืนนั้นวั่นชีชีต้องการจะนอนเตียงเดียวกับเฉิงเซ่าซางจริงเสียด้วย

ภายหลังเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าไหมดิบเนื้อบางปักลายสีชมพูอ่อน วั่นชีชีก็ยังคิดจะคล้องสร้อยมุกบนลำคออีกหนึ่งเส้น เฉิงเซ่าซางข่มใจจนเหลืออดแล้วจึงได้เอ่ยยับยั้ง “ท่านลุงเพิ่งบอกให้พี่ชีชีใส่เครื่องประดับน้อยลงหน่อยไม่ใช่หรือ”

วั่นชีชีชี้แจงอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม “เดิมข้ายังจะสวมกำไลทองกับจี้หงส์หยกด้วยนะ”

เฉิงเซ่าซางถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอน

ราตรีดึกสงัดไร้ผู้คน ก็คือฤกษ์งามยามดีที่จะล้วงข้อมูล เฉิงเซ่าซางรีบถามว่าดวงตากับใบหูของฮูหยินผู้เฒ่าวั่นเป็นเรื่องราวใดกัน วั่นชีชีกลับเอ่ยด้วยความฉงน “นี่ไม่ใช่ความลับอันใดเสียหน่อย เจ้าถึงกับยังไม่รู้?”

ท่ามกลางความมืด เฉิงเซ่าซางตอบอย่างเจ็บช้ำ ใช้น้ำเสียงทำการแสดงอย่างช่ำชอง “ข้อแรกทางบ้านห้ามวิพากษ์วิจารณ์ ข้อสอง…ไม่มีใครบอกข้าเลย”

วั่นชีชีพลันรู้สึกว่าสกุลเฉิงช่างเป็นคนจิตใจดีซื่อตรงนัก จึงรีบบอกเล่าในทุกรายละเอียด “ตอนนั้นท่านพ่อยังไม่ถึงสิบขวบ ท่านปู่ก็มาด่วนจากไปกะทันหัน ไม่ทันจะเอ่ยฝากฝังผู้ที่ไว้ใจได้ ดังนั้นญาติสายรองจึงบุกมาคุกคามถึงที่ บอกว่าท่านย่ามาจากครอบครัวที่ยากไร้ เดิมชาติตระกูลก็ไม่สมกัน จงรีบส่งมอบท่านพ่อข้าให้พวกเขาเลี้ยงดูแล้วแต่งงานใหม่ไปเสีย ทรัพย์สินส่วนตัวที่ท่านปู่มอบให้นาง ล้วนนำจากไปได้อย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นสินเจ้าสาว ครั้นท่านย่าไม่ยินยอม พวกเขาก็บอกว่าท่านย่าไม่มีทางครองตัวเป็นม่ายได้หรอก วันหน้าอาจนำทรัพย์สินของท่านปู่ไปเลี้ยงดูบุรุษอื่นด้วยซ้ำ”

เฉิงเซ่าซางเหน็บแนม “อืม ญาติกลุ่มนั้นย่อมจะไม่เอาไปเลี้ยงดูบุรุษอื่น เพราะพวกเขาจะเอาไปเลี้ยงดูตนเองน่ะสิ!” ลูกไม้เก่าๆ ที่สายรองฉวยจังหวะริบอำนาจจากทายาทสายหลักซึ่งเยาว์วัยอ่อนแอ ช่างไม่มีความคิดริเริ่มเอาเสียเลย

วั่นชีชีหัวเราะหึๆ ก่อนจะเล่าต่ออย่างห่อเหี่ยว “น่าแค้นที่ในหน่วยทหารของท่านปู่มีบุตรหลานสกุลวั่นอยู่ไม่น้อย พวกเขาล้วนสนับสนุนผู้ใหญ่ของตนเอง ต่างรอจะแบ่งผลประโยชน์กัน ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าท่านย่าจะลั่นคำสาบานร้ายแรงสักเพียงใด พวกเขาก็ไม่ยอมเลิกราเสียที สุดท้ายท่านย่าจึงควักลูกตาเฉือนใบหูตนเองอย่างละหนึ่งข้าง แล้วโยนลูกตากับใบหูนั้นใส่ร่างของคนนำกลุ่ม ประกาศว่านางจะไม่แต่งงานใหม่เด็ดขาด เดิมทีคนสนิทของท่านปู่ไม่สะดวกจะสอดมือยุ่มย่ามเรื่องในครอบครัวสกุลวั่น ครั้นได้ยินเรื่องนี้ก็เดือดดาลสุดระงับ เข้าปะทะอย่างดุเดือดทันที หมายจะหนุนหลังและระบายโทสะให้ท่านย่า”

“เช่นนั้น…ต่อมาเล่า” เฉิงเซ่าซางฟังจนขวัญหนีดีฝ่อ

“ประจันหน้ากันเช่นนี้เดือนเศษ ท่านตาก็นำกำลังคนรุดมาจากแดนไกล ท่านเป็นพี่น้องร่วมสาบานของท่านปู่ ยังขึ้นชื่อเรื่องห้าวหาญผดุงความถูกต้อง ไม่มีใครในอำเภอสุยไม่รู้จัก ภายใต้ไม้อ่อนผนวกไม้แข็ง ท่านลุงท่านอาสารเลวเหล่านั้นจึงรามือจนได้!”

เฉิงเซ่าซางนิ่งงันก่อนเอ่ย “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง”

วั่นชีชีเล่าด้วยน้ำเสียงชิงชัง “ต่อมาท่านย่าค่อยๆ โยกย้ายแม่ทัพ ซื้อใจคน สร้างบารมีขึ้นตามลำดับ ในที่สุดท่านตาก็ไม่ต้องถ่อมาอำเภอสุยเจ็ดแปดเที่ยวต่อปีอีก หลายปีต่อมาท่านพ่อเร่งทำพิธีครอบเกี้ยวล่วงหน้า นำทัพด้วยตนเอง แล้วเริ่มจัดการท่านลุงท่านอาสารเลวที่บีบคั้นท่านย่าในตอนนั้นทีละคน”

“จัดการอย่างไรหรือ” เฉิงเซ่าซางแสนจะสนใจในรายละเอียดขั้นตอน

วั่นชีชีตอบ “วิธีการมีถมเถ ให้บุตรหลานของพวกเขาไปปราบโจรหาประสบการณ์ ตรงนี้ตายจำนวนหนึ่ง ตรงนั้นตายอีกจำนวนหนึ่ง หรือไม่ก็ปล่อยให้มีคดีต้องโทษ ตายระหว่างทางที่ถูกเนรเทศอีกจำนวนหนึ่ง ให้คนสูงวัยเหล่านั้นเบิกตามองบุตรหลานตนเองค่อยๆ ร่อยหรอไป”

เฉิงเซ่าซางผวาวูบ เด็กสาวที่ปฏิบัติกับนางอย่างสนิทชิดใกล้หาใดเปรียบผู้นี้กลับเอ่ยถึงเรื่องฆ่าคนได้สบายๆ ไม่เห็นเป็นเรื่องหนักหนาโดยสิ้นเชิง สำหรับนางที่เป็นอดีตอันธพาลหญิงในตำบลเล็กๆ แล้ว เรื่องโหดเหี้ยมที่สุดในชีวิตก็แค่ใช้ขวดเบียร์ตีหัวผู้อื่น ซ้ำยังตีหัวคนไม่แตกอีกด้วย

พูดมาถึงตรงนี้ วั่นชีชีพลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ดังนั้น…พวกเราสกุลวั่นจึงไม่ใช่แค่ทายาทสายหลักบางตา แม้กระทั่งสายรองก็มีบุรุษไม่ค่อยมากแล้ว ท่านย่ามักกล่าวว่าท่านพ่อใจดำกับเครือญาติร่วมสายเลือดเกินไป ทำลายความปรองดองของวงศ์ตระกูล จึงส่งผลให้ไร้บุตรชาย แต่ท่านพ่อบอกข้าว่านับแต่ท่านย่าควักลูกตาเฉือนใบหู บางครั้งท่านย่าก็จะปวดศีรษะ บางครั้งแผลก็มีเลือดซึม ตลอดคืนล้วนไม่อาจหลับใหล เคี่ยวกรำนับสิบกว่าปีถึงค่อยผ่านพ้นมาจนได้ วัยเด็กท่านพ่อเห็นท่านย่าทนทรมานสาหัสเพียงนี้กับตาตนเอง เพียงนึกขึ้นมาคราใดก็แค้นใจนัก”

เฉิงเซ่าซางเงียบงันอยู่เป็นนาน นานเสียจนวั่นชีชีนึกว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว ค่อยได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยถาม “ท่านปู่ท่านย่าของท่านผูกพันกันมากเลยหรือ” ยุคนี้หญิงม่ายแต่งงานใหม่เป็นเรื่องที่แสนจะปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนั้นฮูหยินผู้เฒ่าวั่นทั้งโฉมงามอ่อนเยาว์ ทั้งมีสินเจ้าสาวก้อนโต

ครานี้แม้แต่วั่นชีชีก็เงียบกริบไปพักใหญ่ “ข้าไม่เคยเห็นท่านปู่หรอก เพียงได้ยินท่านย่าเล่าว่านางมาจากวงศ์ตระกูลที่ต่ำต้อย แต่ท่านปู่ไม่เคยเหยียดหยามนาง ตลอดมาล้วนให้เกียรตินาง รักเทิดทูนนาง แต่งนางเข้าตระกูลด้วยพิธีการอันครบถ้วน ทั้งบอกว่านางเป็นสตรีที่ดีเลิศประเสริฐสุดในใต้หล้า ด้วยถ้อยคำประโยคนี้ของท่านปู่ ต่อให้เถือเนื้อบนร่างนางทีละชิ้นก็ไม่หวั่นเกรง”

เอ่ยคำพูดนี้จบ เด็กสาวสองคนต่างนอนหงายเงียบๆ เนิ่นนานไม่ส่งเสียง

เฉิงเซ่าซางพลันกระซิบแผ่ว “ท่านปฏิบัติต่อข้าเฉกเสาหลักแห่งแคว้น ข้าย่อมปฏิบัติเฉกเสาหลักแห่งแคว้นตอบแทนท่าน”*

วั่นชีชีตะแคงร่างซบหัวไหล่เฉิงเซ่าซางก่อนร่ำไห้เบาๆ จวบจนหลั่งน้ำตาเหนื่อยแล้วจึงเข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำ

เมื่อตื่นมาในวันรุ่งขึ้น เด็กสาวทั้งสองล้วนขอบตาแดงเรื่อ ทว่าต่างกันตรงที่สีบวมแดงของเฉิงเซ่าซางถูกอำพรางอยู่ใต้รอยเขียวช้ำจนมองไม่ออก ส่วนวั่นชีชีกลับคล้ายพกลูกท้อยักษ์สองผลอยู่บนดวงหน้า เฉิงเซ่าซางจึงรีบมอบกระปุกหยกขาวที่หยวนเซิ่นกำนัลมาให้ ยาขี้ผึ้งในนั้นออกสีแดงอ่อน กำจายกลิ่นหอมระรวย ทาบนใบหน้ายิ่งให้สัมผัสอันชุ่มชื้นนุ่มสบาย

“ยาขี้ผึ้งจากที่ใดกันนี่ เห็นผลชะงัดกว่ายาสมานแผลของท่านพ่อข้าอีก” เพียงครึ่งวันสั้นๆ อาการบวมแดงที่ดวงตาของวั่นชีชีก็บรรเทาจนสิ้น

เฉิงเซ่าซางปั้นเสียงหัวเราะดังหึๆ “อาสะใภ้สามของข้าให้มา ดูเหมือนจะเป็นศิษย์คนใดบนภูเขาไป๋ลู่มอบให้นายท่านผู้เฒ่าซังกระมัง”

วั่นชีชีกล่าว “เช่นนี้นี่เอง! เฮ้อ เพียงแต่ดูคล้ายไม่ค่อยได้ผลกับเจ้าเลยนะ” น้องสาวร่วมสาบานที่รักของนางยังคงใบหน้าฟกช้ำ บวมฉึ่งราวข้าวแปดสมบัติ* ที่แช่ค้างคืนจนข้าวอืด

“…”

เพราะว่าใครบางคนแยกไม่ออกระหว่างอาการภายนอกกับฟกช้ำภายในน่ะสิ! เห็นทีวัยเด็กหยวนเซิ่นต้องไม่เคยชกต่อยเป็นแน่ 

หน้าที่แล้ว1 of 4

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสามีของกุลสตรีอันดับหนึ่ง เล่ม 3 บทที่ 77-78

บทที่ 77 แววตาที่เฉิงอวี๋จิ่นมองหลินชิงหย่วนราวกับมองเนื้อติดมันชิ้นหนึ่ง นางรู้ตัวว่าแววตาของตนเองชัดเจนเกินไปแล้ว จึงร...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสามีของกุลสตรีอันดับหนึ่ง เล่ม 3 บทที่ 81-82

บทที่ 81 แสงไฟส่องสว่าง เฉิงอวี๋จิ่นมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา หลินชิงหย่วนแท้จริงแล้วเห็นเฉิงอวี๋จิ่นตั้งแต่ไกลแล้ว...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดสามีของกุลสตรีอันดับหนึ่ง เล่ม 3 บทที่ 83-84

บทที่ 83 ตอนที่เฉิงอวี๋จิ่นตื่นมาอีกครั้ง ม่านเตียงโอบรอบ ม่านเหนือหัวเป็นรูปผีเสื้อบินชมดอกโบตั๋นที่ประณีตงดงาม ผ้าห่มแ...

jamsai.com