Connect with us

Jamsai

กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 2

หน้าที่แล้ว1 of 12

บทที่ 2

เดือนสี่ดำเนินมาถึงช่วงปลาย แสงแดดแรงขึ้นทุกที แม้แต่ลมยังเจือไอร้อน สีสันดอกไม้ใบหญ้าด้านหลังจวนฉางอันจวินก็สดใสขึ้นเป็นลำดับ ต้นไม้ผลิใบอ่อน แตกกิ่งก้านสาขายื่นเข้ามาถึงหน้าต่าง แทบจะระหัวไหล่ตันคุยอยู่แล้ว เนื่องจากเขากำลังเกาะขอบหน้าต่างแอบมองเข้าไปข้างใน

ภายในเรือนมีโต๊ะเตี้ย เบาะสาน แขวนม่าน จุดกำยาน เผยยวนมือหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งถือม้วนหนังสือไม้ไผ่ เดินกลับไปกลับมาพลางอ่านด้วยเสียงกังวาน

เด็กสาวนั่งขัดสมาธิหลังโต๊ะที่อยู่ด้านข้าง ไม่รู้ว่ามวยผมที่รวบไว้เหนือท้ายทอยหลุดตั้งแต่เมื่อไร ผมจึงได้ร่วงตกลงมาระต้นคอ อี้เจียงสวมชุดสีขาวนั่งอยู่บนเบาะสาน ชายเสื้อคลุมยับยู่กองขยุ้ม นางเอามือซ้ายเท้าคาง หลุบตามองม้วนหนังสือไม้ไผ่ที่ถือเอาไว้ในมือขวา แพขนตายาวทาบเงาจางๆ บนพวงแก้ม ใบหน้ายังซีดเซียว แต่ดวงตามีชีวิตชีวา ดูแจ่มใสกว่าแต่ก่อนมาก

หากไม่ได้เห็นเองกับตา ตันคุยก็ไม่กล้าเชื่อจริงๆ ว่าเด็กสาวคนนี้คือหวนเจ๋อ แต่ก่อนนางจะต้องนั่งตัวตรง ไม่รู้ว่าปล่อยตัวตามสบายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร

เขาเบนสายตากลับไปหาเผยยวนอีกครั้ง คิดอย่างไรก็แปลก เหตุใดนางถึงได้ชอบให้เจ้านี่อ่านหนังสือให้ฟังนักนะ? ทั้งยังเอาแต่อ่านเล่มเดิมซ้ำไปซ้ำมา ไม่เบื่อบ้างหรือ

หรือว่า…

ความคิดสว่างวาบขึ้นในสมองตันคุย เขายกมือกุมอกพลางโซเซถอยหลัง จวบจนชนโคนต้นไม้ถึงได้หยุด

ไม่ใช่กระมัง นางถูกใจเจ้าหนุ่มนี่อย่างนั้นหรือ!

ตันคุยรับไม่ได้ รู้สึกยากจะทำใจเหมือนต้องยกบุตรสาวที่ฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือตั้งแต่เล็กจนโตให้แต่งงานกับบุรุษผู้ไม่เอาไหน!

ขณะกำลังวิตกจริตอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก็มีคนจิ้มไหล่เขาจากข้างหลัง ตันคุยหันไปมองอย่างหงุดหงิด พอเห็นฝ่ายตรงข้ามก็รีบคารวะด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉางอันจวิน”

ช่วงไว้ทุกข์ของอดีตจ้าวหวังสิ้นสุดลงแล้ว แต่พระพันปียังเศร้าระทมไม่สิ้นสุด ระยะนี้จ้าวจ้งเจียวจึงต้องเข้าวังหลวงบ่อยครั้งเพื่อปลอบโยนมารดา เห็นได้ชัดว่านี่ก็เพิ่งกลับมาเมื่อครู่ เขายังอยู่ในชุดทางการอันแสนซับซ้อน รัดเกล้าทองขับเน้นใบหน้าหมดจดให้ดูสุขุมขึ้น ความเป็นเด็กลดน้อยลงมาก

คงเพราะได้ยินเสียงอ่านหนังสือจากในเรือน จ้าวจ้งเจียวจึงเอียงหัวมองเข้าไปข้างใน ก่อนจะดึงสายตากลับมายิ้มๆ “ได้ยินว่าช่วงนี้ผู้ทรงภูมิหวนเจ๋อมักจะขลุกอยู่กับเผยยวนเสมอ”

ตันคุยพยักหน้ารับว่าเป็นเช่นนั้น

“เห็นเซินซีบอกว่าผู้ทรงภูมิหวนเจ๋อกำลังพยายามมัดใจเผยยวนเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝง ทั้งคู่จึงตัวติดกันตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจริงเท็จอย่างไร”

หากมิใช่เพราะเคยเห็นฤทธิ์เดชตอนจ้าวจ้งเจียวเล่นงานคนอื่นแบบไม่สนใจใครมาแล้ว ตันคุยจะต้องเชื่อว่ารอยยิ้มอารีและน้ำเสียงอ่อนโยนนี้เป็นของจริงแน่ “ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยขอรับ ฉางอันจวินโปรดอย่าได้เชื่อคำพูดของคนจิตใจต่ำทราม ผู้ทรงภูมิหวนเจ๋อมาทำงานให้ท่าน จะมีเจตนาเป็นอื่นได้อย่างไร”

“เช่นนั้นหรือ” จ้าวจ้งเจียวเบี่ยงตัว “ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าก็ประจันหน้ากันเองเถอะ ข้าขอดูอย่างเดียวพอ”

ตันคุยเพิ่งสังเกตเห็นตอนนี้เองว่ามีคนยืนอยู่ข้างหลังอีกฝ่าย รูปร่างสันทัด สวมเสื้อผ้าสีดำ แววตาแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน จะต้องเป็นเซินซีคนนั้นแน่นอน

“เจ้าว่าใครจิตใจต่ำทราม”

มือกระบี่หนุ่มหลุบตามองอีกฝ่าย เป็นเช่นนี้ให้เขารับมือสิบคนพร้อมกันยังได้ แต่เขาคร้านจะมีเรื่องมีราวด้วย

“ว่าอย่างไร พูดไม่ออกสินะ” เซินซีหันไปคารวะจ้าวจ้งเจียว “นายท่านปราดเปรื่อง หวนเจ๋อเพิ่งจะอายุแค่นี้ มีดีอะไรถึงได้เข้ามาอยู่ในจวน ท่านเก็บคนคนนี้ไว้ จะต้องกลายเป็นภัยในวันข้างหน้าแน่”

ฉางอันจวินขึ้นไปนั่งยองๆ บนหินก้อนใหญ่ที่อยู่อีกด้าน มือหนึ่งกระพืออกเสื้อเหมือนร้อน ขณะพยักหน้ายิ้มๆ

เซินซีเห็นเจ้านายทำทีคล้อยตามก็ยิ่งเอาใหญ่ “หากหวนเจ๋อมีความสามารถจริง เข้ามาอยู่ในจวนแล้วเหตุใดถึงไม่ตั้งใจทำงานรับใช้นายท่าน กลับเอาแต่ขลุกอยู่กับเผยยวนทั้งวัน ซีคิดว่านางมีแต่ชื่อเสียงกลวงๆ เท่านั้นเอง! ตามความเห็นของซี นายท่าน…”

“เซินซี!” เสียงตวาดพลันดังขึ้น

เจ้าของชื่อชะงัก หันไปมองก็เห็นเผยยวนกำลังเดินตรงเข้ามาหา ดวงตาถลึงกว้าง แก้มป่องด้วยความโกรธ ระหว่างเดินยังม้วนแขนเสื้อไปด้วย “ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ หากเจ้ากล้าว่าร้ายผู้ทรงภูมิหวนเจ๋ออีกแม้แต่ประโยคเดียว ข้าจะไม่ละเว้นเจ้าเด็ดขาด เตรียมตัวรอได้เลย!”

เซินซีไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้มาก่อน จึงถอยหนีไปก้าวหนึ่งอย่างหวาดๆ “อะ…อะไรกัน ถึงกับกล้าต่อยกันเลยรึ!”

เผยยวนปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อฝ่ายตรงข้ามพลางตะบันหมัดใส่อย่างแรง “ต่อยแล้วมีปัญหาอะไรรึ! เจ้าถือว่าตนเองมีชาติกำเนิดสูงส่ง ดูถูกดูแคลนข้ายังพอว่า แต่นี่ถึงกับกล้าเหยียดหยามผู้ทรงภูมิหวนเจ๋อ ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่าบัณฑิตสำนักข่งจื่อเราไม่ยอมถูกผู้อื่นรังแกง่ายๆ!”

อี้เจียงที่ตามออกมาเห็นสองคนซัดกันอุตลุดอยู่บนพื้น ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี

หน้าที่แล้ว1 of 12

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

  • กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

    ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 5

    By

    บทที่ 5 มนุษย์เราคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่ในขอบเขตการรับรู้ของตน น้อยนักที่จะออกไปสำรวจสิ่งที่ไม่รู้จัก นี่เป็นข้อเสียที่มนุษย์เรามีกันทุกคน ที่...

  • กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

    ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 4

    By

    บทที่ 4 อี้เจียงเพิ่งรู้ว่าที่แท้เขาอยู่ห่างจากตนเองแค่ชั่วผนังกั้น นางถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “ศิษย์พี่ไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ฝ่ายตรงข้ามส่ายห...

  • กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

    ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 3

    By

    บทที่ 3 โรงเตี๊ยมพลันสับสนวุ่นวายขึ้นมา องครักษ์แคว้นฉียืนเรียงเป็นสองแถว สาวใช้รูปร่างหน้าตางดงามยืนประจำที่ นี่สิถึงจะเรียกได้ว่าต้อนรับขั...

  • กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

    ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 1

    By

    บทที่ 1 เมืองหานตัน แคว้นจ้าว ผิงหยวนจวิน ในตอนนี้รู้สึกปวดใจยิ่ง เจ้าแคว้นผู้เป็นพี่ชายสิ้นบุญ รัชทายาทที่จะสืบทอดบัลลังก์ต่อไม่ใคร่ชอบหน้า...

บทความยอดนิยม

กล่อมเกลาปราชญ์หญิง

ทดลองอ่าน กล่อมเกลาปราชญ์หญิง บทที่ 1

บทที่ 1 เมืองหานตัน แคว้นจ้าว ผิงหยวนจวิน ในตอนนี้รู้สึกปวดใจยิ่ง เจ้าแคว้นผู้เป็นพี่ชายสิ้นบุญ รัชทายาทที่จะสืบทอดบัลลั...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ราชันใต้อาณัติ เล่ม 3 บทที่ 1

บทที่ 1 “โยวโยว ยิ้มหน่อย เจ้าทำหน้าบึ้งเพียงนี้ ข้าเห็นแล้วไม่ชิน” เหยียนตี้ยิ้มพลางบรรจงหอมแก้มนาง ฉินโยวโยวแค่นเสียงพ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ราชันใต้อาณัติ เล่ม 3 บทที่ 2

บทที่ 2 ฮ่องเต้ประหนึ่งกลัวว่าฉินโยวโยวจะเปลี่ยนใจ จึงปล่อยเหยี่ยวส่งสารที่ใช้ติดต่อกับบรรดาผู้อาวุโสที่เขตหวงห้ามหมู่บ้...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ราชันใต้อาณัติ เล่ม 3 บทที่ 3

บทที่ 3 “ข้าตัดชุดใหม่ให้เสี่ยวฮุย ท่านดูซิว่าสวยหรือไม่” ฉินโยวโยวกางชุดตัวน้อยสีชมพูตัวนั้นออกให้เหยียนตี้ดู สีหน้าท่า...

jamsai.com