Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ปรปักษ์จำนน ตอนที่ 2

รุ่งเช้าเสี่ยวเฉียวก็อาบน้ำเสร็จออกมายืนพร้อมเรือนผมที่แผ่สยายและร่างกายที่ยังเปลือยเปล่า เรือนร่างในวัยเพียงสิบสี่ปีแม้จะยังไม่สมบูรณ์เท่าสตรีที่เติบโตเต็มวัย ทว่านางก็มีทรวงอกอูม สะโพกอิ่ม ช่วงเอวคอดกิ่วเนียนประณีตแล้ว ซึ่งเข้ากับผิวกายที่งามละมุนละไมได้อย่างไร้ที่ติ กระจ่างจับตาประดุจหิมะที่แทบไม่อาจเพ่งพิศได้ตรงๆ

นางถูกรายล้อมด้วยหญิงรับใช้ทั้งรุ่นสาวและรุ่นป้า หลังสวมอาภรณ์ห้อยหยกประดับเสร็จแล้วนางจึงค่อยคลุมเสื้อนอก สวมถุงเท้าแพรและรองเท้าพื้นสูง เรือนผมที่เงางามดุจเส้นไหมสีดำมุ่นเป็นมวยบนศีรษะแล้วตรึงไว้ด้วยปิ่น ก่อนแซมประดับดอกไม้มุกและปิ่นระย้าบนมวยผม เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องจนเสร็จสิ้นแล้วก็ได้เห็นสาวน้อยผู้มีดวงหน้าดุจบุปผาที่อ่อนช้อย เลอโฉมเฉกเช่นหยก งามเฉิดฉายทว่าไม่ขาดความสุภาพเรียบร้อย สวยสง่าหาใดเปรียบ หญิงรับใช้ที่ล้อมชมอยู่ต่างพากันจุปากอุทานชื่นชม

ก่อนออกจากประตูห้อง ติงฮูหยินก็กุมมือที่นุ่มนิ่มของเสี่ยวเฉียวเอาไว้พลางเอ่ยกำชับกำชาหลายเรื่องอย่างละเอียดถี่ถ้วน สุดท้ายนิ่งมองเสี่ยวเฉียวอยู่ชั่วครู่ ติงฮูหยินจึงค่อยกล่าวพร้อมกับที่ขอบตาค่อยๆ แดงเรื่อขึ้น “หมานหมาน ป้ารู้แก่ใจดีว่าการที่อาฟั่นใจดำทอดทิ้งบิดามารดาไปนั้น สำหรับนางแล้วอาจไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ทว่าอาฟั่นทำให้เจ้าต้องลำบากแต่งเข้าสกุลเว่ยแทนอย่างนี้ ป้าเองก็ต้องขอกล่าวขอบคุณแทนพี่สาวของเจ้าด้วย พวกเจ้าพี่น้องผูกพันแน่นแฟ้น ภายภาคหน้าหากเจ้าล่วงรู้ร่องรอยของนาง หวังว่าเจ้าจะแจ้งป้าสักคำ ให้ป้าพอได้รู้ความเป็นไปบ้าง ป้าจะไม่ให้ท่านลุงของเจ้ารู้แน่นอน”

เสี่ยวเฉียวรับปากทุกอย่าง เมื่อถึงฤกษ์มงคลก็ถูกหญิงรับใช้อาวุโสห้อมล้อมส่งตัวเจ้าสาวไปยังโถงด้านหน้า

ท่านลุงเฉียวเยวี่ยและท่านพ่อเฉียวผิงล้วนรอคอยอยู่ที่นั่น เฉียวฉือผู้เป็นน้องชายยังคงไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ยอมโผล่หน้า ความอาวรณ์ของผู้เป็นบิดาเผยชัดโดยมิต้องเอื้อนเอ่ย กระทั่งสีหน้าของท่านลุงก็ดูเหมือนจะเผยความสะทกสะท้อนใจออกมา เฉียวเยวี่ยเดินขึ้นหน้ามาเอ่ยกับเสี่ยวเฉียวหลายประโยค ใจความล้วนไม่พ้นกำชับให้ต่อไปนางต้องคอยปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าและแม่สามีอย่างรอบคอบนอบน้อม เสี่ยวเฉียวกล่าวอำลาบิดาสั้นๆ ข่มกลั้นน้ำตาที่จวนจะไหลออกมาสุดกำลังขณะคุกเข่าคำนับบิดา

ยามที่เฉียวผิงพยุงนางลุกขึ้น เบื้องนอกก็เริ่มบรรเลงเครื่องดนตรีกันอย่างพร้อมเพรียง เร่งเร้าให้เจ้าสาวต้องออกจากประตูเรือน ทว่าเฉียวผิงอาลัยอาวรณ์ต่อบุตรสาวยิ่งนัก เขายังคงกุมแขนนางไม่ยอมคลาย ที่ปรึกษาจางผู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังโดยตลอดจึงเดินมาชักจูงพลางเอ่ยปนยิ้ม “เว่ยโหวเก่งกาจทั้งองอาจหล่อเหลา ผู้คนทั่วหล้าต่างรู้กันทั่ว สมกับธิดาท่านเจ้าเมืองดังคู่สวรรค์สร้าง ไยท่านต้องอาวรณ์ถึงเพียงนี้เล่า”

ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คน เฉียวผิงจึงออกแรงกุมมือบุตรสาวอย่างแนบแน่นเป็นครั้งสุดท้าย แล้วค่อยคลายมือออกช้าๆ

เสี่ยวเฉียวชำเลืองมองจางผู่ นางรู้มาว่าเขาเป็นผู้ประสานทำให้การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้ลุล่วง ดังนั้นท่านลุงจึงได้ตกรางวัลแก่เขาเป็นทองคำสองร้อยตำลึงกับสาวใช้อีกสองคน และยิ่งไว้ใจให้ความสำคัญต่อเขามากขึ้น หลายวันมานี้เขาจึงมีหน้าตาแช่มชื่นกระหยิ่มได้ใจไม่น้อยเลย

แม้ว่าจางผู่จะทำเพื่อช่วยงานผู้เป็นนาย อีกทั้งการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นี้ก็คลี่คลายวิกฤตเฉพาะหน้าของมณฑลเหยี่ยนโจวได้ชั่วคราวก็จริง ไม่อาจตำหนิที่เขาออกความคิดนี้ ทว่าจนแล้วจนรอดโทสะที่ถูกคนวางแผนเล่นงานก็ยังไม่อาจกล้ำกลืนลงไปได้ ยามที่เสี่ยวเฉียวหมุนกายจึงขยับไปใกล้จางผู่เล็กน้อยอย่างหน้าตาเฉย อาศัยชายกระโปรงหลายชั้นที่บดบังช่วงขาไว้ยกเท้าหนึ่งข้างซึ่งสวมรองเท้าพื้นไม้ขึ้น เล็งไปที่นิ้วเท้าของเขาก่อนย่ำบดลงไปแรงๆ

พื้นไม้ของรองเท้านั้นแข็งดุจหิน ประกอบกับเสี่ยวเฉียวทุ่มน้ำหนักลงไปจนสุดแรง เท้าที่ย่ำลงไปนี้จึงไม่เบาเลยจริงๆ นิ้วเท้าของจางผู่พลันรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัส เขามิได้ระวังตั้งตัวสักนิดจึงหลุดเสียงโอ๊ยออกมาทันที ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นเสี่ยวเฉียวยิ้มละไมกำลังมองเขาอยู่จึงพลันกระจ่างแจ้ง จางผู่เห็นผู้คนในโถงพากันมองมาคล้ายกำลังตำหนิที่เขาเสียกิริยาต่อหน้าธารกำนัล ใบหน้าจึงเผยยิ้มเฝื่อน เขาข่มกลั้นความเจ็บปวดที่นิ้วเท้าเอาไว้ ทำทีขานรับสองคำก่อนโค้งกายถอยหลังออกไปราวกับไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้น

เช่นนี้เองในใจเสี่ยวเฉียวถึงค่อยรู้สึกเหมือนดีขึ้นเล็กน้อย นางเหลือบมองบิดาเป็นครั้งสุดท้าย หวนนึกถึงภาพยามอำลาน้องชายตามลำพังเมื่อเช้านี้แล้วก็ได้แต่ลอบทอดถอนใจก่อนหมุนกายมุ่งสู่เบื้องนอก

สองฟากถนนหน้าประตูใหญ่ของจวนสกุลเฉียวมีชาวเมืองในอาภรณ์ชุดใหม่มายืนรอกันอย่างแน่นขนัดนานแล้ว เมื่อแลเห็นเจ้าสาวผู้งามดุจเทพธิดาปรากฏตัวในที่สุด ทุกคนก็พากันคุกเข่าลงแล้วประสานเสียงโห่ร้องอย่างกึกก้อง เสียงนั้นแทบจะสะเทือนถึงชั้นฟ้าเลยทีเดียว

เดิมทีตามธรรมเนียมแต่งงานนี้ การรับเจ้าสาวต้องให้เจ้าบ่าวเดินทางมาด้วยตนเอง ถึงแสดงให้เห็นว่าฝ่ายชายยกย่องให้เกียรติ ไม่คิดเลยว่าเว่ยเซ่าจะไม่ยอมเผยโฉม เพียงส่งเว่ยเหลียงมารับหน้าที่นี้แทน ไม่แคล้วทำให้ชาวเมืองตงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เดิมทีสกุลเฉียวก็เป็นที่เคารพรักของราษฎรในท้องที่อยู่แล้ว กอปรกับซาบซึ้งใจที่การออกเรือนของเสี่ยวเฉียวทำให้การศึกยุติ พวกเขาจึงไม่ปรารถนาให้สกุลเว่ยดูแคลนธิดาของท่านเจ้าเมือง รอคอยจนถึงวันนี้ทุกคนล้วนมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงแล้ว หลังจากเสี่ยวเฉียวก้าวขึ้นรถเจ้าสาวก็มีราษฎรวางผลไม้ใส่ตัวรถอย่างต่อเนื่องตลอดทาง ถึงขั้นผลไม้เต็มรถตั้งแต่ยังไม่ออกจากเมืองด้วยซ้ำ จวบจนออกจากประตูเมืองไปสิบกว่าลี้แล้วก็ยังมีราษฎรคุกเข่าส่งขบวนอยู่เบื้องหลัง ร้องเพลงอวยพรเสียงกึกก้อง แม้แต่เว่ยเหลียงที่ฉาบความเย่อหยิ่งไว้บนใบหน้ามาตลอด สุดท้ายยังอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองด้วยความกริ่งเกรงในบารมีของสกุลเฉียวอยู่บ้าง

คนเราหาใช่ต้นไม้ใบหญ้า ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เสี่ยวเฉียวซึ่งเดิมทีไม่ยินดีออกเรือนต้องรู้สึกตื้นตันใจ จู่ๆ นางก็เหมือนจะพอเข้าใจความรู้สึกของต้าเฉียวว่าเหตุใดในตอนแรกถึงไม่ยอมจากไปให้สิ้นเรื่อง หลังออกจากเมือง มือของนางยังคงอุ้มผลผิงกั่ว ที่เด็กน้อยวัยสามขวบยื่นให้เมื่อครู่ก่อน แล้วนิ่งเงียบจมอยู่ในความคิด

“หยุดก่อน!”

ยามที่ขบวนรถเจ้าสาวของเสี่ยวเฉียวเดินทางออกมาได้สามสิบลี้เศษ สองข้างทางเริ่มมีแต่ทุ่งร้าง เบื้องหลังพลันมีม้าเร็วตัวหนึ่งไล่ตามมา คนบนหลังม้าตัวนั้นร้องเรียกให้หยุดด้วยเสียงที่ดังกังวาน

เว่ยเหลียงสั่งการให้ผู้ติดตามชักดาบป้องกันโดยไม่รอช้า เสี่ยวเฉียวฟังออกว่าเป็นเสียงเฉียวฉือน้องชายของนางจึงรีบชะโงกตัวออกมาชี้แจง เว่ยเหลียงหันกลับไปมองปราดหนึ่ง จำได้ว่าเป็นคุณชายสกุลเฉียวจริงถึงได้มีคำสั่งให้เก็บดาบและหยุดขบวนรถ

เมื่อเสี่ยวเฉียวก้าวลงมาแล้ว เฉียวฉือก็พลิกร่างลงจากหลังม้าวิ่งเร็วมาจนถึงเบื้องหน้า คว้ามือของนางพลางกล่าว “พี่สาว! ข้ายังมีคำพูดที่ลืมบอกท่านไป ข้าแค้นตนเองที่ไร้ประโยชน์ วันนี้จึงทำได้เพียงมองดูท่านออกเรือนไปทั้งอย่างนี้ แต่พี่สาววางใจได้ วันนี้ผู้น้องขอให้สัตย์สาบานต่อฟ้า วันหน้าจะมุมานะสร้างตนให้แข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งของท่านให้จงได้ หากเว่ยเซ่าผู้นั้นละเลยต่อท่าน ข้าจะไปรับท่านกลับมา ไม่ปล่อยให้ท่านถูกคนนอกรังแกเป็นอันขาด!”

หนุ่มน้อยวัยสิบสี่ที่มีนิสัยกร้าวแกร่งผู้นี้ ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนเสียง และรอบริมฝีปากเพิ่งจะผุดขนอ่อนจางวงหนึ่งเท่านั้น ทว่าถ้อยคำที่พูดออกมาในยามนี้กลับกังวานเปี่ยมพลังอย่างยิ่ง

วาจาที่ดังก้องของเฉียวฉือถ่ายทอดตามแรงลมเข้าสู่หูของเว่ยเหลียงทุกคำทุกประโยค เว่ยเหลียงไม่พูดจา เพียงเผยรอยยิ้มหยันบนใบหน้า

เสี่ยวเฉียวนึกไม่ถึงว่าน้องชายไล่ตามมาไกลเช่นนี้เพียงเพื่อจะกล่าวถ้อยคำเหล่านี้กับตน นึกถึงเหตุการณ์ในชาติก่อนที่เขายอมสละชีวิตเพื่อให้นางกับหลิวเหยี่ยนหนีรอด น้ำตาที่นางกดข่มไว้ตลอดช่วงเช้าก็ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป ในที่สุดก็ไหลรินลงมา

“พี่สาวรู้แล้ว พี่สาวจะใช้ชีวิตให้ดี จำไว้ว่าต่อไปจงกตัญญูต่อท่านพ่อแทนพี่สาวด้วย!”

เฉียวฉือผงกศีรษะรับ

เห็นพี่น้องคู่นี้อาลัยอาวรณ์ไม่เลิกรา ในที่สุดเว่ยเหลียงก็เปล่งเสียงเร่งอย่างทนไม่ไหว

เสี่ยวเฉียวคลายมือจากเฉียวฉือ เร่งให้เขากลับไป ก่อนที่ตนเองจะก้าวขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางอีกครั้ง

เงาร่างของเฉียวฉือที่ยืนอยู่ริมทางค่อยๆ กลายเป็นจุดสีดำแต้มหนึ่งและหายไปจากสายตาของนางในท้ายที่สุด

ยามที่เสี่ยวเฉียวหันศีรษะกลับมาแล้วทอดสายตามองไปที่เบื้องหน้า นางเห็นว่าตรงขอบฟ้าสีเทาหม่นในฤดูเหมันต์นี้มีห่านป่าหลงฝูงตัวหนึ่งกำลังบินมุ่งลงใต้อย่างเดียวดาย

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน โฉมงามสองหน้า บทที่ 3

    By

    บทที่สาม อูอีเสวี่ยถูกกลิ่นหอมของเนื้อย่างชักนำมา หลังจากกินผักผลไม้บนป่าเขามาหลายวัน กลิ่นหอมของเนื้อย่างก็กลายเป็นอาหารโอชะที่คนไม่อาจต่อต...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน บัญชาปราบโฉมงาม บทที่ 5

    By

    บทที่ห้า อูมู่ฉินคาดคิดไม่ถึงว่าหม่าเฉวียนที่เป็นคนซื่อๆ จะใช้อำนาจบาตรใหญ่จูบนางเช่นนี้ นางคิดมาโดยตลอดว่าเขาไม่กล้า อย่างมากก็จุมพิตนางอย่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน โฉมงามสองหน้า บทที่ 2

    By

    บทที่สอง อูอีเสวี่ยลืมตาขึ้นช้าๆ มองใบไม้หนาทึบด้านบน ครู่ใหญ่นางจึงแน่ใจว่าตนไม่ได้ฝันไป อา...นางยังไม่ตาย อาจารย์ไม่ได้โกหกนาง กระโดดลงมาจ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน โฉมงามสองหน้า บทที่ 1

    By

    บทที่หนึ่ง อูอีเสวี่ยยืนอยู่บนที่สูงริมหน้าผาก้มลงมองหุบเหวลึกที่เต็มไปด้วยอันตราย หน้าผาที่นางยืนอยู่แห่งนี้มีชื่อเรียกที่ทำให้คนได้ยินแล้ว...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 3 ตอนที่ 4

    By

    บทที่ 4  ‘ภรรยาข้าหลี่เมิ่งซี’   มีการลงชื่อเช่นนี้ด้วยหรือ! มิต่างจากการปิดป้ายบนศีรษะนาง หลี่เมิ่งซีเห็นแล้วจึงลอบโมโห มองเซียวจวิ้นอย่างไ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน บัญชาปราบโฉมงาม บทที่ 4

    By

    บทที่สี่ ไม่ได้พบกันหลายวัน นางยิ่งน่าสังเวชใจจนทำให้คนทนดูไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่สกปรก แต่สภาพเหมือนเพิ่งคลานออกมาจากบ่ออุจจาระเช่นนั้น แม้แต...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 3 ตอนที่ 3

    By

    บทที่ 3 จือชิวกับจือชุนถือปิ่นเงินที่เพิ่งซื้อมาเมื่อครู่นี้ พวกนางพูดคุยหัวเราะและเปรียบเทียบกัน มองสาวใช้สองคนนี้แล้ว หลี่เมิ่งซีก็ส่ายหน้...

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ปรปักษ์จำนน ตอนที่ 10

ตอนที่สิบ   ค่ำคืนนี้เสี่ยวเฉียวไม่กล้าผ่อนคลายเช่นยามปกติอีก นางนั่งอยู่ใต้แสงเทียนรอคอยเขากลับมาอย่างสงบเสงี่ยม ส...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่ม 7 ตอนที่ 6

ตอนที่ 6  "คนตระกูลหลีขนกระทั่งเตียงเข้าไปในคุก นี่เรียกว่าติดคุกเสียที่ใด ปรมาจารย์ไป๋ติดคุกยังสบายกว่าฮองเฮาเสียอีก ทห...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1 ตอนที่ 6

ตอนที่ 6  หลี่เมิ่งซีลืมตาก็เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเซียวจวิ้นกำลังพินิจมองนางอยู่ มองรอยยิ้มที่อาบทออยู่ในตาหงส์คู่นั้น ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1 ตอนที่ 8

ตอนที่ 8 หลี่เมิ่งซีให้หงจูประคอง สาวใช้หลายคนยกอาหารตามอยู่ด้านหลัง เดินมาจนถึงห้องโถงใหญ่ของเรือนกลาง ร่างกายของเซียวจ...

jamsai.com