Connect with us

Jamsai

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

พระราชประวัติในหลวงรัชกาลที่ 9 The Beloved King of Thailand

ทำไมคนไทยถึงรักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ยิ่งกว่าชีวิต เป็นคำถามที่คนไทยทุกคนสามารถตอบได้โดยใช้หัวใจ

เรารักพระองค์ท่าน เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อชาวไทยนั้นช่างมากมายเหลือคณานับ ไม่แปลกใจที่คนไทยทุกคต่างภูมิใจที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9 และอยากบอกเล่าเรื่องราวความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่านให้ลูกหลานที่ยังเล็กอยู่ได้รับรู้ความดีของพระองค์ท่าน รวมทั้งพระราชประวัติของพระองค์ก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งไม่แพ้กัน

ทรงพระราชสมภพ 

-     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระนามเดิมว่า ‘พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช’

-     พระนามของพระองค์มีความหมายดังนี้ ภูมิ หมายถึง แผ่นดิน และ พล หมายถึง พลัง รวมกันแล้ว ภูมิพล จึงหมายความว่า พลังแห่งแผ่นดิน ส่วน อดุลย หมายถึง ไม่อาจเทียบได้ และ เดช หมายถึง อำนาจ รวมกันแล้ว อดุลยเดช จึงหมายความว่า อำนาจที่ไม่อาจเทียบได้

-     ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์และหม่อมสังวาลย์ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า)

-     ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น รัฐเมสสาชูเขตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีกำลังทรงศึกษาต่ออยู่ที่นั่น

-     ทรงมีพระนามเรียกพระองค์เป็นการลำลองว่า ‘เล็ก’

-     เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร

-     ทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซานน์

-     ในปี พ.ศ.2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา ณ เอกอลนูแวลเดอลาซูอิสรอม็องด์ เมืองชายีซูร์โลซาน

-     ทรงมีความเชี่ยวชาญหลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และละติน

-     ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลซานน์

-     ในปี พ.ศ.2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ

ขึ้นครองราชย์

-     เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 ขณะที่พระองค์มีพระชนมพรรษา 18 พรรษา รัฐบาลได้กราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

-     ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช’ และรัฐบาลได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการบริหารราชการแผ่นดินแทนพระองค์ เนื่องจากยังทรงพระเยาว์

-     เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ กรุงโลซานน์

-     แม้พระองค์จะทรงโปรดวิชาวิศวกรรมศาสตร์แต่เพื่อประโยชน์ ในการปกครองประเทศได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาวิชาการปกครองแทน เช่น วิชากฎหมาย อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ภูมิศาสตร์

-     ทรงศึกษาและฝึกฝนการเล่นดนตรีด้วยพระองค์เอง

ทรงประสบอุบัติเหตุ

-     ในปี พ.ศ.2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากรเป็นครั้งแรก

-     ในปีเดียวกันนั้นพระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง ทรงบาดเจ็บที่พระพักตร์ พระเนตรขวา และพระเศียร ทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โดยแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง หากแต่พระอาการยังคงไม่ดีขึ้น กระทั่งวินิจฉัยแล้วว่าพระองค์ไม่สามารถทอดพระเนตรผ่านทางพระเนตรขวาของพระองค์เองได้ต่อไปแล้ว จึงได้ถวายการแนะนำให้พระองค์ทรงพระเนตรปลอมในที่สุด

พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

-     ในช่วงที่พระองค์ทรงบาดเจ็บ โปรดฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิด นั่นทำให้พระสัมพันธภาพแน่นแฟ้นขึ้น

-     ทรงหมั้นหมายกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2492

-     วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 พระราชดำเนินกลับประเทศไทย โปรดเกล้าให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล(รัชกาลที่ 8) ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม พ.ศ.2493

-     วันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2493 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรที่วังสระปทุม และทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน นอกจากนี้ได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

-     หลังจากนั้นได้เสด็จไปประทับพักผ่อน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน สถานที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการแรก นั่นก็คือ การพระราชทานถนนสายห้วยมงคลให้แก่ลุงรวยและชาวบ้านที่มาช่วยกันเข็นรถพระที่นั่งขึ้นจากหล่มดิน

-     สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นจากพระดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆภายในประเทศทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและแก้ไขปัญหาระยะยาว ทรงเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2493 ตลอดรัชสมัยมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมด 4,447 โครงการ โดยมีหน่วยงานราชการพิเศษที่ประสานงานโครงการคือสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระบรมราชาภิเษก

-     วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระมหาราชวัง เฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า ‘พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร’ และได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการเป็นสัจวาจาว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม

-     ในวันเดียวกันได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสีเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

-     วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีไปยังสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งเพื่อทรงรักษาพระสุขภาพ

-     เสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนครเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2494 ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และพระที่นั่งอัมพรสถาน

ทั้งสองพระองค์มีพระราชธิดาและพระราชโอรส 4 พระองค์

-     ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

-     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ในหลวงรัชกาลที่ 10)

-     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

-     สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ทรงพระผนวช

-     เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจ เป็นเวลา 15 วัน

-     ในช่วงระหว่างนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์

พระราชกรณียกิจ

-     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่งจากสมเด็จพระราชชนนี จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติ เพียบพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส

-     ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน จนเป็นที่รักของประชาชนชาวไทย

-     นับตั้งแต่ พ.ศ.2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชียอยู่เรื่อยมา

-     ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคและทรงมองเห็นปัญหาของราษฎรในชนบทที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจนและด้อยโอกาส เพื่อที่จะหาทางแก้ปัญหาเหล่านั้นมาโดยตลอด อย่างที่เราได้เห็นในข่าวพระราชสำนัก ซึ่งคนรุ่นหลังที่เกิดไม่ทันอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

-     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขจัดทุกข์ยากและทรงยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นด้วยพระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง พร้อมด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร และเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลย

-     พระองค์ได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 2,000 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท

-     แม้ในยามประเทศประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2539 เป็นต้นมา ก็ได้พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนชาวไทยยึดถือเป็นต้นแบบมาจนถึงปัจจุบัน

พระอัจฉริยภาพ

-     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีจนได้รับยกย่องเป็นอัครศิลปินของชาติอย่างสูงส่ง ด้วยทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้งไทย และต่างประเทศนำไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย

-     ทรงสร้างสรรค์งานจิตรกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่น ทรงพระราชนิพนธ์แปลเรื่องติโต นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และพระราชนิพนธ์เรื่องชาดกพระมหาชนก พระราชทานคติธรรมในการดำรงชีวิตให้ไปสู่ความสำเร็จ

-     ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ และได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบันคือซีเกมส์)

สวรรคต

-     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประทับรักษาพระอาการประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช มาตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2557

-     ประชาชนชาวไทยจำนวนมากต่างก็เดินทางไป ณ โรงพยาบาลศิริราชเพื่อร่วมลงนามถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และยังพร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพูซึ่งเป็นสีเสริมดวงพระราชสมภพของพระองค์อีกด้วย

-     ในช่วงระยะหลังๆ พระอาการประชวรของพระองค์เริ่มทรุดลงเรื่อยๆ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559

-     นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงของปวงชนชาวไทย

-     ทางรัฐบาลได้ประกาศให้ประชาชนไว้ทุกข์ถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 ปี

ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ

-     สำหรับตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สำนักพระราชวังได้รับพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

-     นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังมีมติประกาศให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตและวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

-     มีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2560

-     โดยเวลา 7.00 น. จะมีพระราชพิธีเชิญพระบรมศพมายังท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของพระเมรุมาศ

-     ประชาชนชาวไทยเข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ได้ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ พระเมรุมาศจริง และเมรุมาศจำลอง 85 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในเขตกรุงเทพมหานคร 113 แห่ง และวัดในเขตต่างๆ 50 เขต

-     เวลา 22.00 น. จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ kingrama9.th ซึ่งเป็นเว็บหลักของงานพระราชพิธีในครั้งนี้)

 

ขอบคุณข้อมูลพระราชประวัติในหลวงรัชกาลที่ 9 จาก คพร. และวิกิพีเดีย

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    พระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่คนไทยควรอ่าน

    By

    ถือเป็นอีกหนึ่งพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านภาษาและด้านวรรณกรรม ดังที่ได้เห็นจากพระราชนิพนธ์ทั้ง 6 เรื่องข...

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    จะขอทำตามคำสอนของพ่อ

    By

    คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ล้วนมุ่งเน้นให้เราคนไทยเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น นั่นก็เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม หากเ...

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    รอยยิ้มของพ่อในความทรงจำ

    By

    วันนี้เราขอรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งยังมีพระชนม์ชีพและได้ทรงแย้มพระโอษฐ์มาให้ทุกคนได้จดจำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนี่เป...

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    ทำความรู้จักกับดอกดารารัตน์

    By

    สำหรับรูปแบบดอกไม้จันทน์ที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น ได้ยึดต้นแบบมาจากดอกดารารัตน์ หรือที่หลายคนน่าจะรู้จักในชื่อ...

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    ข้อควรรู้ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในหลวงรัชกาลที่ 9

    By

    วันพรุ่งนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม เป็นอีกหนึ่งวันที่คนไทยทุกคนไม่อยากให้มาถึงเลย สำหรับวันจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเ...

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    พาไปชม ‘นิทรรศการพระราชาในดวงใจ’

    By

    นิทรรศการพระราชาในดวงใจ ซึ่งจัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการน้อมรำลึกองค์อัค...

  • บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

    13 ตุลา… วันที่น้ำตาของชาวไทยทุกคนหลั่งริน

    By

    ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ถือเป็นวันแห่งความเศร้าโศกเสียใจครั้งใหญ่ของประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ (เพิ่มเติม&helli...

บทความยอดนิยม

JamShop

ช่วงเวลาแห่งการช็อป JamShop Mid Year Fair ช็อปกลางปี ลุ้นอ่านฟรีดีต่อใจ

JamShop มอบโปรโมชั่นพิเศษเอาใจสายอ่านตัวจริง ‘JamShop Mid Year Fair ช็อปกลางปี ลุ้นอ่านฟรีดีต่อใจ’ ทุกออเดอร์รับสิทธิ์ลุ...

บทสัมภาษณ์

ที่นี่ที่เดียว!!! เจาะลึกความฟิน ‘School Boy Idol’ กับ ‘แสตมป์เบอรี่’

กลับมาให้ฟินกันอีกครั้งกับนิยายใหม่จาก ‘แสตมป์เบอรี่’ ซึ่งบอกได้เลยว่าคราวนี้ ขนความฟินมาเต็มพิกัด ผู้ชายหล่องานดีเป็นกอ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย เงาเพลิงสะท้านปฐพี เล่ม 1 บทนำ – บทที่ 1

บทนำ   กลิ่นคาวเลือด... กลิ่นคาวเลือดที่ฉุนแรงจนชวนให้คนคลื่นเหียน... ใต้เสาทองแดงต้นใหญ่สองต้นบนลานกว้าง หนึ่งบุรุ...

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 3 บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1   แม้การเลื่อนขั้นของขุนนางทหารกับขุนนางพลเรือนค่อนข้างต่างกัน โดยมากมักขึ้นอยู่กับความโปรดปรานและผลงาน อย่...