Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง บทที่ 2

หน้าที่แล้ว1 of 12

บทที่ 2

วันต่อมาวรชายาอันไท่เฟยอ้างว่าตัวเองปวดศีรษะ เจ็บเท้า แน่นหน้าอก เพียงให้เยี่ยเจายกน้ำชาคารวะจอกหนึ่งพอเป็นพิธี นางมอบกำไลหยกขาวบริสุทธิ์แก่สะใภ้แล้วผลุนผลันออกไปเลย ทิ้งชายาอันอ๋องผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ให้อยู่รับหน้า

ด้วยอันอ๋องมีร่างกายพิการ ชายาเขาจึงเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาหลวงของขุนนางขั้นสี่ ซึ่งชาติกำเนิดที่ไม่สูงส่งพอนี้บ่มเพาะนางให้มีความคิดอ่านละเอียดอ่อน ฉะนั้นนางรู้ดีแก่ใจว่าถ้าให้ความสนิทสนมกับเยี่ยเจาเกินไปจะล่วงเกินแม่สามี แต่ทำตัวห่างเหินเกินไปก็จะล่วงเกินคนของคฤหาสน์เจิ้นกั๋วกงกับเยี่ยเจา เป็นความน่าลำบากใจทั้งขึ้นทั้งล่อง

นางเพียงกล่าวเรียบๆ ตามมารยาทไม่กี่ประโยค กระนั้นกลับแฝงคำชี้แนะเรื่องการผูกสัมพันธ์กับผู้คนในวังที่สำคัญๆ ให้ไม่น้อยด้วยน้ำใสใจจริงเพื่อแสดงไมตรี จากนั้นจึงขอตัวออกไปดูแลวรชายาอันไท่เฟยที่ไม่สบายก่อน

ส่วนซย่าอวี้จิ่นเล่า เขาออกจากวังไปแต่เช้าและมิได้ปรากฏตัวตั้งแต่ต้นจนเสร็จพิธี

เยี่ยเจาดูคล้ายไม่ใส่ใจสักนิด นางนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ* ดื่มชาอย่างเอ้อระเหย เรือนร่างสูงระหงสวมชุดทหารสีแดงเข้ม แขนสอบสาบเสื้อป้ายทับไขว้กัน คาดเข็มขัดหัวสำริดรูปเทาเที่ย** และสวมรองเท้าทรงสูงลายเมฆเหินสีดำ นางรวบผมขึ้นแล้วปักด้วยปิ่นหยกขาวง่ายๆ รับกับรูปหน้าคมเข้มแฝงเค้าชนต่างเผ่า ยิ่งแลดูสง่าน่ายำเกรง พวกสาวใช้พากันแอบเหลียวมองซ้ำหลายครั้ง

สาวใช้ด้านข้างเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง

“คนในเรือนของจวิ้นอ๋องกำลังรอคารวะอยู่นอกประตู จะให้พวกนางเข้ามาหรือไม่เจ้าคะ”

“ได้!”

เยี่ยเจาคิดว่าซย่าอวี้จิ่นมีรูปโฉมงดงาม พวกบ้านเล็กบ้านน้อยที่ต้องตาต้องใจเขาก็ยิ่งสมควรสวยหยาดฟ้ามาดิน และเมื่อนึกถึงอีกว่าในค่ายทหารพบเจอสตรีได้ยากยิ่ง ส่วนหญิงงามยิ่งยากจะพบเห็น ควรค่าแก่การตั้งตารอคอย สายตาที่แลมองไปทางหน้าประตูก็กระตือรือร้นขึ้นมาบ้างขณะเอ่ยสั่ง

“ให้พวกนางเข้ามา”

หยางซื่อพร้อมด้วยเมียบ่าวทั้งสองเดินนวยนาดเข้ามาและแสดงคารวะอย่างเนิบนาบ

เยี่ยเจาเกือบพ่นน้ำชาในปากออกมา

หยางซื่อยังพอทำเนา นางสวมชุดกระโปรงสีเขียวกับเสื้อคลุมขนสัตว์สีตุ่น บนเรือนผมดำขลับมีหวีสับรูปดอกไม้เงินฝังไข่มุกสองอันปักไว้เอียงๆ และสวมต่างหูไข่มุก แม้รูปโฉมไม่เด่นสะดุดตา แต่กิริยาท่าทางมาดมั่นสง่างาม ขณะที่เสื้อผ้าอาภรณ์ของเมียบ่าวสองคนนั้นกลับทุเรศตาสุดจะบรรยาย เหมยเหนียงซึ่งเห็นชัดว่าไม่เหมาะจะแต่งกายฉูดฉาดกลับสวมเสื้อคลุมสั้นสีม่วงเข้มกับกระโปรงไหมสีขาว เขียนหน้าทาปากดูพิลึกพิลั่น หากแยกทีละส่วนจะบอกไม่ถูกว่าผิดแปลกที่ใด แต่พอรวมกันแล้วน่าเกลียดจนทนพิศดูไม่ได้ ส่วนเซวียนเอ๋อร์สวมอาภรณ์เก่าล้าสมัย ตลอดทั้งตัวไม่มีเครื่องประดับสักชิ้น ทำท่าทางเป็นภรรยาตัวน้อยที่หวาดกลัวคนแปลกหน้า หน้าตาซีดเซียวราวกับจะเป็นลมหมดสติได้ทุกเมื่อ ไม่ผัดแป้งประทินโฉม

นี่น่ะหรือบ้านเล็กบ้านน้อยของเขา?

* เก้าอี้ไท่ซือ เป็นเก้าอี้แบบโบราณของจีน ด้านหลังมีพนักพิง ด้านข้างมีเท้าแขน นิยมใช้ในหมู่ขุนนาง จึงเป็นที่มาของชื่อ “เก้าอี้ไท่ซือ” ซึ่งเป็นคำเรียกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในอดีต

** เทาเที่ย (เขมือบกลืน) เป็นหนึ่งในลูกมังกรทั้งเก้าตามตำนานเทพโบราณของจีน ลำตัวคล้ายหมาป่า นิสัยตะกละตะกลามและดุร้าย มักใช้เป็นลายประดับกระถางสำริดหรือภาชนะเซ่นไหว้

หน้าที่แล้ว1 of 12

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 6 บทที่ 1 #นิยายวาย

บทที่ 1   หูเหวินเจ่ากล่าวว่า “เมื่อปีที่แล้วอำเภออู๋เซี่ยนและอู๋เจียงล้วนประสบภัยเพราะน้ำในทะเลสาบไท่หูล้นเอ่อ ตอน...

everY

ทดลองอ่านนิยายวาย รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 6 บทที่ 2 #นิยายวาย

บทที่ 2   เหล่าจ้าวคือพลทหารนายหนึ่งซึ่งมีหน้าที่เฝ้ายามหน้าบ้านพักรับรอง สำหรับเขา การหักเหลี่ยมเฉือนคมของผู้ตรวจก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เซียมซีทายรัก บทที่ 1

บทที่ 1   "ทิวพฤกษาผลิบานรับวสันต์ โฉมสะคราญเรือนชะตาแลรุ่งโรจน์" "บุพเพรักฟ้ากำหนดใช่บังเอิญ วาสนานำพาคู่มาเยือน" ในฤดู...

เงาเพลิงสะท้านปฐพี

‘เงาเพลิงสะท้านปฐพี’ มากกว่ารักที่ไม่ได้มีแค่ความแฟนตาซี

ตอนนี้คงไม่มีมากกว่ารักเรื่องไหนมาแรงเท่า ‘เงาเพลิงสะท้านปฐพี’ อีกแล้ว เรียกว่ามีแต่นักอ่านถามหาจนวันนี้ต้องขอหยิบโมเมนต...