Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
มหาสงครามพ่อมดคนที่สอง
ภูยาคติ
ศึกบัลลังก์กษัตริย์วังน้ำ 11 : ดาบเทพเจ้าเล่มที่สอง
23
18/04/2555 20:18:00
187
เนื้อเรื่อง
ศึกบัลลังก์กษัตริย์วังน้ำ 11 :ดาบเทพเจ้าเล่มที่สอง!!!
 
                มีตำนานที่ถูกกล่าวขานมาอย่างเนิ่นนานเกี่ยวกับดาบจำนวนเก้าเล่ม ดาบเพียงเก้าเล่มที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง พวกเราเหล่ามนุษย์จึงเรียกนามดาบทั้งเก้านั้นว่า “ดาบเทพเจ้า”
            ดาบเทพเจ้าทั้งเก้าเล่มนั้นมีความน่าพิศวงและพลังวิเศษแตกต่างกันออกไป แม้พระผู้เป็นเจ้าจะทรงสรรสร้างมันขึ้นมาพร้อมกับโลกเป็นล้านล้านปีแล้วก็ตาม แต่ในบันทึกบนโลกมนุษย์ที่ผ่านมานั้นกลับค้นพบเพียงแค่ห้าเล่มเท่านั้น... แต่อีกสี่เล่มกลับหายสาบสูญไป
 
            ตูมมม... แรงระเบิดที่สะเทือนไปทั่วพระราชวังสีฟ้านี้ หากมิใช่เฮเลนแล้ว...ใครเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา?
 
                ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งไปทั่วห้องโถงใหญ่สีฟ้า ฝุ่นควันเหล่านั้นบดบังทัศนวิสัยของใครต่อใครจนหมดสิ้น เสียงไอคอกแค่กของจัสตินก็ยังพอทำให้ใจชื้นอยู่บ้างเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่เป็นไร ...แต่ทำไมล่ะ? ก็ในเมื่อเปลวไฟที่พุ่งออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิดนั่นน่าจะทำลายเขาและมนุษย์ทุกคนในที่นี้จนสิ้นซากแล้ว
                “แค่กๆ เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ!” จัสตินตะโกนถามสลับกับไอ
                “ข้าต้องขอบใจท่านแล้วท่านนักรบ เพราะถ้าไม่ได้ท่านช่วยไว้พวกเราทั้งหมดคงกลายเป็นผงธุลี” เสียงเฮเลนกล่าวขอบคุณอย่างนุ่มนวล
                “ไม่ จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอกเจ้าหญิง มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วที่จะต้องปกป้องพวกพ้องและคนสำคัญของข้า” คาร์นเอลลู หนุ่มผู้สมควรจะอยู่ดูแลร่างที่ร่อแร่ของอัศวินตัวใหญ่กล่าว
                ควันมากมายค่อยๆ จางลงเผยให้เห็นชายหนุ่มผมยาวหยักศกยืนจังก้าอยู่หน้าแม่มดสาว ในมือขวาของเขากำดาบสีเงินแวววาวไว้แน่นเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ใดๆ ก็ตามที่คาดไม่ถึง
                “ถ้าข้าเดาไม่ผิดดาบสีเงินไร้ลวดลายที่อยู่ในมือท่านเล่มนั้น...” เฮเลนกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย
                “ใช่ นี่คือดาบของข้าเอง”
                “ข้าไม่แปลกใจแล้วสิว่าเหตุใดท่านเรอาห์ผู้กล้าแกร่งจึงกล้าจะฝากความหวังไว้กับท่าน... คาร์นเอลลู ฟาร์เซนเนียร์ ช่างเก่งกาจสมคำล่ำลือจริงๆ”
                “ท่านรู้จักชื่อสกุลของข้าด้วยรึ? ... สมแล้วที่เป็นแม่มด”
                “คาร์นเอลลู อย่างนั้นเหรอ...!?” เสียงชายผู้สมควรจะกลายเป็นศพกล่าว
                “มิน่าล่ะท่านเรอาห์จึงยอมก้มหัวและเรียกท่านเป็นนายเขา อัศวินที่ข้าส่งไปปลายฝั่งแม่น้ำในตอนนั้นท่านคงเป็นผู้สังหารสินะ”
                ฝุ่นละอองที่คลุ้งไปทั่วเริ่มกลับมาเป็นปกติ ช่างน่าแปลกยิ่งนัก เว็คเตอร์ผู้สมควรกลายเป็นเถ้าธุลีนั้นกลับรอดมาได้โดยไร้ซึ่งบาดแผลใดๆ แต่ที่ซ้ำร้ายไปกว่าคือดาบในมือของเขาที่ทำให้คาร์นเอลลูและเฮเลนต่างตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
                “ดาบเล่มนั้น...เป็นไม่ได้” คาร์นเอลลูอุทานกับตัวเอง
                ดาบในมือของเว็คเตอร์ช่างสวยงามและแปลกตายิ่งนัก ด้ามจับของดาบมีสีทองแวววาวดูล้ำค่า ตัวดาบเป็นสีแดงเพลิงแวววับราวกับมีเปลวเพลิงสถิตย์อยู่ภายในดาบนั้นก็ไม่ปาน ช่างดูอัศจรรย์ยิ่ง
                ไม่ต้องบอกอะไรคาร์นเอลลูกับเฮเลนก็ต่างรู้ดีว่าดาบเล่มนั้นคือ “ดาบเทพอัคคี” ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าดาบเทพเจ้าที่มีอนุภาพทำลายล้างสูงสุดอย่างแน่นอน ...แต่มนุษย์จะใช้ดาบเทพเจ้าได้ดีเพียงใดก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของดาบแต่ละเล่มนั้นด้วย
                “ในเมื่อพวกท่านทั้งสองรู้แล้วว่านี่คือดาบเทพอัคคี ถ้าอย่างนั้นพวกท่านก็คงพอจะรู้แล้วสินะว่าเพียงกำลังของท่านสองคนไม่อาจทานข้าได้แน่” เว็คเตอร์พูดด้วยสีหน้าที่มั่นใจเต็มเปี่ยมก่อนจะยิ้มที่มุมปากน้อยๆ
                การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งทันทีเมื่อเว็คเตอร์จู่โจมด้วยลูกเพลิงสีแดงสดอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว
เว็คเตอร์ใช้มือทั้งสองเหวี่ยงดาบไปข้างหน้าสุดแรง ลูกเพลิงสีแดงฉานผุดออกจากตัวดาบสีแดงทองระเรื่อและพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
คาร์นเอลลูไม่รอช้าที่จะเหวี่ยงดาบคู่ใจของตนผ่ากลางลูกไฟที่โหมใส่จนกระจะกระจายสลายไป แม้ดาบของคาร์นเอลลูจะเป็นหนึ่งในเก้าดาบเทพเจ้า แต่ทว่าดาบของเขาไม่มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษเช่นดาบเล่มอื่นๆ จะมีก็เพียงแต่ความแข็งแกร่งของดาบที่ทนทานทุกการโจมตี...ไม่ว่าจะเป็นเวทย์หรือพลังใดก็ตาม
“ข้ารู้ว่าท่านเป็นผู้มีความสามารถ แต่ท่านจะทานข้าได้นานสักเพียงใดกัน...” เว็คเตอร์กล่าวอย่างเย่อหยิ่ง
‘จริงของเขา... สู้กันหนึ่งต่อหนึ่งก็หนักเอาการแล้ว แต่นี่กลับต้องคอยพะวงจัสตินกับเรอาห์ที่ไม่อาจปกป้องตัวเองจากเพลิงได้อีก เห็นที...’คาร์นเอลลูนึก
“ท่านคอยคุ้มกันน้องสาวข้ากับสหายของท่านเถิดท่านคาร์นเอลลู ทางด้านเว็คเตอร์ข้าจะขอเป็นผู้จัดการกับเขาเอง” เสียงเจ้าหญิงผิวแทนสั่งให้คาร์นเอลลูถอยกลับ!?เพราะอะไรกัน...
“พระองค์แน่ใจแล้วหรือว่าจะเอาชนะเขาได้...”
“ไม่เลยท่านคาร์นเอลลู ข้าเพียงหวังว่าจะทำให้ท่านหาช่องโหว่ของเขาเพียงน้อยนิด...เพียงเสี้ยวหนึ่งของจังหวะเท้าที่พลาดก็ยังดี”
“ตกลง...พระองค์โปรดระวังตัวด้วย”
“หากพวกท่านทั้งสองปรึกษากันเสร็จแล้วก็จงเข้ามา...สองต่อหนึ่งข้าก็ไม่หวั่นหรอกนะ” เว็คเตอร์เย้ยหยันอีกครั้ง
‘ไม่รู้ว่ามันสวมเกราะอะไรอยู่หรอกนะ แต่จะเสี่ยงฟันลำตัวเหมือนที่เรอาห์ทำไม่ได้ เห็นทีต้องจัดการที่ศีรษะซึ่งไร้การป้องกันเท่านั้น’คาร์นเอลลูนึกไปถึงการโจมตีครั้งสุดท้ายของเรอาห์ที่ถูกหยุดไว้ด้วยเกราะหรือบางสิ่งที่ไม่รู้แน่ชัด
“เพลิงอสรพิษ!” เฮเลนร่ายมนต์เรียกงูสีเขียวตัวเดิมออกมาพ่นไฟอีกครั้งหนึ่ง
“พระองค์คิดว่าเพลิงกระจ้อยร้อยเพียงนี้จะปลิดชีพข้าได้อย่างนั้นเหรอ!” เว็คเตอร์เพียงแกว่งดาบใส่เพลิงที่พุ่งเข้าหา จากนั้นเพลิงเหล่านั้นก็สลายไปโดยไม่ได้ใช้พลังใดๆ จากดาบเลย
“เพลิง อสรพิษ...” เสียงร่ายมนต์ของเฮเลนดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งอย่างกระซิกระซาบ เปลวไฟลูกใหญ่กว่าเดิมพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้เว็คเตอร์ได้ทันตั้ง ตัว
ตูม...!ครั้งนี้นางยิงเพลิงเข้าเป้าอย่างจัง
“ช่างอ่อนหัดเสียจริง ขนาดล่อลวงให้ข้าและใช้เวทย์เพลิงขนาดนี้แล้วพระองค์ยังทำอะไรข้าไม่ได้” เว็คเตอร์ยืนตระหง่านกลางหมู่ควันที่จางลง ร่างกายของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากเพลิงของนางเลย
“ข้าก็คิดเช่นนั้นแต่แรกอยู่แล้ว...” เฮเลนแสยะยิ้มด้วยแววตาที่มีเล่ห์นัย
“ว่าไงนะ... หรือว่าคาร์นเอลลู!!!” เมื่อเขารู้ตัวเองว่าหลงกลของเฮเลนเข้าให้แล้วก็รีบหันหลังกลับทันที
“เจ้าช้าไปแล้ว...” สายไปแล้ว คาร์นเอลลูบุกเข้าประชิดตัวได้อย่างสมบูรณ์ นักรบทั้งสองประสานสายตากัน
เพียงเศษเสี้ยวของวินาทีเว็คเตอร์ก็สัมผัสถึงความเย็นชาได้จากสายตาของคาร์นเอลลู แววตาของนักรบพเนจรผู้นี้กำลังบอกว่า เขากำลังกระหายความตายจากศัตรู
คาร์นเอลลูเอี้ยวตัวพร้อมกับใช้ทั้งสองมือเหวี่ยงดาบจากซ้ายไปขวาอย่างรวดเร็ว ขณะที่คมดาบจ่อใกล้คอของเว็คเตอร์เข้าไปทุกที ความหวาดกลัวที่เกิดจากก้นบึ้งของจิตใจและความทระนงตนนั้นเองที่ทำให้เขานึกโกรธแค้นตนเองว่า ’ทำไมจึงต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้อื่นที่นอกจากเรอาห์อีก’และเพราะความโกรธแค้นนั้นเองที่ทำให้ดาบเทพอัคคีแสดงอนุภาพที่แท้จริงออกมา
คาร์นเอลลูสังเกตดาบในเล่มสีทองลายแดงเพลิงอันงามสง่าในมือของเว็คเตอร์มีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม คล้ายกับว่าลายแดงเพลิงเหล่านั้นเข้มขึ้นเรื่อยๆ และเปล่งแสงออกมาน้อยๆ ราวกับว่า...เพลิงเหล่านั้นกำลังจะระเบิดพวยพุ่งออกมาจากดาบ
สีแดงเพลิงเหล่านั้นเปล่งแสงเข้มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ไอร้อนจากดาบแผ่ขยายจนรู้สึกได้ คาร์นเอลลูเห็นท่าไม่ดีจึงหยุดดาบพร้อมกับกระโดดถอยหลังอย่างสุดกำลัง แม้จะพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้ปลิดชีวิตของเว็คเตอร์ไปก็ตาม แต่มันก็เสี่ยงเกินไปหากเขาได้รับอันตรายถึงชีวิต ใช่ว่าเขาห่วงชีวิตตนเองหรอกนะ แต่ถ้าหากบางอย่างเกิดผิดพลาดไป...ถ้าเขาตายไปแล้วเว็คเตอร์บังเอิญเป็นฝ่ายรอด สหายของเขาทุกคนคงถึงคราวสิ้นลมเป็นแน่
ตูมมมม...!!!เปลวไฟสีแดงสดลุกท่วมไปรอบกายของเว็คเตอร์ช่างโชคดีเหลือเกินที่คาร์นเอลลูตัดสินใจกระโดดถอยกลับมาก่อน แต่ทว่าเปลวเพลิงสีแดงสดเหล่านั้น...จากความรู้สึกที่สัมผัสได้เปลวเพลิงเหล่านั้นน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
“หาก เป็นท่านคงจะพอรู้สินะว่าสิ่งที่จะเพิ่มพลังให้กับดาบเทพอัคคีคือความ โกรธ...และข้าในขณะนี้โกรธเกรี้ยวและอยากให้ดาบเล่มนี้ได้ดื่มเลือดของท่าน เสียเหลือเกิน” ร่างที่ท่วมไปด้วยเปลวเพลิงจ้องมองไปยังคาร์นเอลลูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความโกรธแค้น
“ดาบ เทพอัคคีจะเพิ่มพลังอานุภาพตามโมหะของผู้ใช้ เป็นดาบที่มีพลังทำลายล้างสูงส่ง แต่ข้อเสียของมันคือดาบเทพอัคคีจะคอยกัดกินจิตใจของผู้ที่ใช้มันให้หลงงม งายอยู่ในโกรธาและความบ้าคลั่ง เจ้าคงจะรู้ดีสินะว่าถ้าหากจิตใจของเจ้าถูกความบ้าคลั่งครอบงำแล้วตัวเจ้าจะ มิใช่ตัวเจ้าอีกต่อไป” คาร์นเอลลูตอบ
“ใช่ ข้ารู้ดีว่าเมื่อใดที่ข้าถูกพลังดาบครอบงำแล้วข้าจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ข้าจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่งที่ขวางข้า จนกว่าร่างของข้าจะถูกเทพอัคคีกลืนกินจนสิ้นลม...” เว็คเตอร์แสยะยิ้มอย่างน่ารังเกียจ
 ‘ถ้าขืนสู้ต่อไปแล้วเว็คเตอร์นั้นเผลอโกรธจนกระทั่งควบคุมสติตนเองไม่ได้ขึ้นมา เหตุการณ์คงแย่กว่านี้หลายเท่าตัวเป็นแน่ ลำพังข้ากับเจ้าหญิงเฮเลนคงเอาตัวรอดไม่ยากนัก แต่ถ้าคิดจะช่วยจัสติน เรอาห์ กับเจ้าหญิงไอเรน พร้อมกันทั้งสามคนแล้วคงเป็นไปไม่ได้แน่ ข้าควรทำอย่างไรดีกันนะ’
คาร์นเอลลูจ้องมองไปยังเว็คเตอร์พร้อมครุ่นคิดอย่างหนักใจ
“ท่านนักรบ!” เสียงของเจ้าหญิงผิวแทนดังขึ้นจากด้านหลัง คาร์นเอลลูรีบหันกลับไป ด้วยความตกใจเขาใช้ฝ่ามือซ้ายคว้าถุงผ้าปริศนาที่นางโยนมาให้ด้วยท่าทีงุนงง
“จงใช้มัน” นางกล่าวสั้นๆ อย่างชวนให้สงสัย
คาร์นเอลลูจ้องมองไปยังถุงผ้าสีน้ำตาลที่อยู่ในมือ เขาเหลียวมองหันกลับไปมองศัตรูครู่หนึ่งจึงรู้ว่าเว็คเตอร์เองก็จ้องมองอย่างสงสัยไม่ต่างกัน นิ้วมือทั้งสองของเขาค่อยๆ คลายปมและคลี่ปากถุงออกอย่างช้าๆ
เขาหยิบบางสิ่งขึ้นมาจากถุงผ้าสีน้ำตาลพลางจ้องมองไปยังมัน มันคือดาบที่แสนจะดูธรรมดาๆ เล่มหนึ่งซึ่งมีฝักดาบที่ทำจากหินสีฟ้าจากเมืองวีส คาร์นเอลลูชักคมดาบออกมาอย่างช้าๆ เนื้อดาบเล่มนี้ทำจากเหล็กอย่างดี คม สวยงาม แต่ก็ไม่ได้ดูต่างไปจากดาบธรรมดาทั่วไปเลยเว้นเสียแต่ลายสลักรูปมังกรสีขาวใสคล้ายแก้วบนด้ามจับสีน้ำเงิน
เว็คเตอร์ยิ้มเยาะน้อยๆ ก่อนจะกล่าวเย้ยหยัน “พระองค์คิดว่าชายผู้นี้จะสามารถใช้มันได้อย่างนั้นจริงๆ น่ะหรือ? หรือว่าพระองค์แค่เห็นว่าไม่มีทางใดแล้วที่จะล้มข้าจึงอยากลองเสี่ยงกับเขาดู?”
“เจ้าพูดถูกทั้งสองอย่างแล้วเว็คเตอร์ ข้าเชื่อในตัวเขาและข้าอยากลองทดสอบความเชื่อของข้า” เฮเลนกล่าวอย่างมั่นใจ
“หรือว่าดาบเล่มนี้คือดาบของกษัตริย์แห่งวีส...ดาบเทพวารี” คาร์นเอลลูหันไปมองเจ้าหญิงงามอย่างสงสัย
“ใช่แล้วท่านนักรบ จงใช้มันซะ และจงใช้ให้ได้ เพราะในตอนนี้มีเพียงดาบเล่มนี้เท่านั้นที่จะสามารถปกป้องพวกเราทุกคนได้”
คาร์นเอลลูเก็บดาบของตนเองเข้าฝักก่อนจะหลับตายืนนิ่ง ‘อ่าห์...’ เขาพยายามรวบรวมสมาธิและพลังทั่วร่างกายเพื่อหวังจะให้ดาบเทพวารีนั้นแสดงปาฏิหาริย์บางอย่างออกมา
“เว็คเตอร์เหรอ...”เสียงอันอ่อนแรงของสาวน้อยที่เพิ่งตื่นจากนิทราดังขึ้น เธอขานเรียกอย่างนั้นเพราะนึกว่าภาพเบลอๆ ของชายตรงหน้าคือเว็คเตอร์ผู้เคยอัศวินอารักษ์ขาของเธอ
“ไอเรน เธอไม่เป็นไรนะ” น้ำเสียงของจัสตินฟังดูเป็นห่วงเธออย่างมาก
“เจ้าเองอย่างนั้นหรอกเหรอจัสติน” ภาพของเธอชัดขึ้น ที่เธอเห็นในตอนนี้หาใช่อัศวินเว็คเตอร์ที่คุ้นเคย แต่เป็นจัสติน ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยน
“ก็ใช่น่ะสิ จะเป็นใครอื่นไปได้ยังไงล่ะ” จัสตินพูดพร้อมกับใช้มือของเขาจับมือไอเรนไว้แน่น
“นั่นสินะ...ข้าต้องขอบใจเจ้าอีกครั้งแล้วสิ” เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข นิ้วของเธอบีบฝ่ามือของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว แม้ร่างกายของเธอจะอ่อนล้าเพียงใด แต่ทำไมนะความรู้สึกในขณะนี้...ถึงช่างอบอุ่นและปลอดภัยเสียเหลือเกิน
“อ้อใช่!เฮเลนพี่ของเธอก็มาช่วยแล้วนะ”
“ท่านพี่อย่างนั้นเหรอ!?โอ๊ย!” เธอพูดเสียงดังพร้อมกับลุกพรวดขึ้นมาจนหัวของพวกเขาทั้งสองโขกกัน
“โอย...เธอนี่มันบ๊องจริงๆ เลยแฮะ” ทั้งสองโอดครวญพร้อมกับใช้มือกุมไปที่หน้าผากของตนเอง
“เจ้าคอยหลบอยู่ใกล้ๆ หนุ่มน้อยท่านนั้นแหละดีแล้ว หากเจ้าเชื่อในตัวพี่สาวคนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไร” พี่สาวของเฮกล่าวหวังให้เธอสบายใจ
“ค่ะ ท่านพี่” และเธอเองก็เชื่อมั่นใจตัวพี่ของเธอดี
 
คาร์นเอลลูพยายามตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่จนกระทั่งเว็คเตอร์กล่าวออกมา
“เสียเวลาเปล่าน่าท่านนักรบพเนจรผู้เลื่องชื่อ ท่านไม่สามารถใช้ดาบของกษัตริย์แห่งวีสเล่มนั้นได้หรอก นั่นเพราะท่านมิใช่คนของตระกูลอาเรียผู้สูงส่ง และท่านเองก็น่าจะรู้ว่าจิตใจของท่านมิใช่สีขาว...หากแต่เป็นสีเทาที่ใกล้มืดดับ”
“นั่นสินะ...ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” คาร์นเอลลูเก็บดาบเข้าฝักอย่างรวดเร็วก่อนจะโยนกลับหลังไปอย่างไม่แยแส จากนั้นเขาจึงชักดาบคู่ใจของตนเองออกมาแทน
“ดาบที่เหมาะจะคู่กายข้ามีเพียงดาบเทพไร้ชื่อเล่มนี้เล่มเดียวก็เพียงพอแล้ว”
จัสตินจ้องมองไปยังดาบกษัตริย์แห่งวีสที่คาร์นเอลลูโยนตกลงมาใกล้เขาอย่างไม่วางสายตา เด็กหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาชั่งใจไม่ถูกว่าควรไปเก็บดีหรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นดั่งคำของเฮเลนพูด ดาบเล่มต้องสามารถปกป้องทุกคนไว้ได้อย่างแน่นอน ...ใช่
“ปกป้อง”
                “เพลิงอสรพิษ!” คำร่ายและเปลวเพลิงของเฮเลนดังขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้เปลวเพลิงของนางกลับมีสีแดงสดคล้ายเลือดนกซึ่งเป็นเปลวเพลิงระดับเดียวกับเปลวเพลิงของเว็คเตอร์
เว็คเตอร์เองก็รีบสาดซัดเปลวเพลิงของตนเข้าปะทะอย่างว่องไวทันที
                ตูม...!เสียงเปลวเพลิงปะทะกันสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งวังจนเกรงว่าวังทั้งวังจะถล่มมาทับพวกเขาทั้งหมดก่อนที่การต่อสู้จะจบลง
                คาร์นเอลลูเคลื่อนที่อย่างว่องไวหวังเข้าประชิดอีกครั้งหนึ่งโดยใช้หมอกควันที่เกิดจากการปะทะกันของเปลวไฟเป็นเครื่องอำพรางกาย ...คราวนี้เขาจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว!
                “ลูกไม้เดิมๆ ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก ย่ะห์!”
                ท่ามกลางหมอกควันที่เริ่มจางลงเปลวเพลิงลูกใหม่ก็พุ่งหาคาร์นเอลลูอย่างไม่ให้ทันตั้งรับ เขาแอ่นตัวกลับหลังด้วยท่าสะพานโค้งครั้งหนึ่งก่อนจะดีดตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว เขากุมดาบไว้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างแน่นก่อนจะหยุดนิ่งไปเพราะคำพูดของเว็คเตอร์
“ที่ท่านตัดสินใจหลบน่ะ...มันดีแล้วหรือ?”
“แย่ล่ะสิ!ด้านหลังของเราในตอนนี้ก็คือจุดที่จัสตินกับไอเรนนั่งอยู่!!!”
“ไม่นะ!”เฮเลนอุทานด้วยน้ำตื่นตระหนกและสีหน้าที่หวาดกลัว เพราะต่อให้เธอร่ายเวทมนต์ไฟเข้าปะทะก็ไม่อาจช่วยเหลือน้องสาวของตนไว้ได้ ทันอย่างแน่นอน ซ้ำร้ายไอเรนที่จะตายด้วยเพลิงของเว็คเตอร์อาจต้องมาตายเพราะแรงปะทะกันของ ไฟที่ร่ายออกไปแทน
เปลวไฟสีแดงสดพวยพุ่งเป็นลูกบอลเพลิงมุ่งตรงไปยังจุดที่จัสตินและไอเรนอยู่อย่างไม่มีทางหยุดยั้งได้ เปลวเพลิงสีแดงเลือดนกสว่างวาบขึ้นในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเด็กหนุ่มผู้มาจากแดนไกล
“ไม่นะ...”
“มันไม่ใช่จริงใช่ไหม” หนุ่มสาวทั้งสองอุทานออกมาอย่างหวาดผวาเมื่อเห็นเปลวลูกยักษ์ที่ใกล้พวกเขาเข้ามาเต็มทน
เจ้าหญิงตัวน้อยใช้ใบหน้าของเธอซุกลงบนไหล่ของชายหนุ่มอย่างหวาดกลัว จัสตินใช้ซ้ายโอบไหล่ของเธอเอาไว้อย่างหวาดผวาไม่ต่างกัน
“กอดฉันไว้ไอเรน ฉันจะปกป้องเธอ กอดฉันไว้ไอเรน ฉันจะปกป้องเธอเอง กอดฉันไว้ไอเรน ฉันจะปกป้อง...” เด็กหนุ่มพูดวกไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความตื่นกลัว
เจ้าหญิงน้อยโอบร่างของชายหนุ่มเอาไว้อย่างแนบแน่น แม้จะหวาดกลัวแต่อกของเขาก็ช่างอบอุ่นคลายกังวลเสียเหลือเกิน ความอบอุ่นอันอ่อนโยนของชายในอ้อมกอดครั้งนี้...ถ้าเป็นอ้อมอกนี้ ถ้าได้สิ้นลมบนอ้อมอกนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
“ฉันจะปกป้องเธอเอง!!!” เสียงตะโกนเฮือกสุดท้ายของเด็กหนุ่มจากแดนไกลดังกึกก้องไปทั่ววังสีฟ้า มือขวาของเขาหยิบคว้าบางสิ่งขึ้นมา
 
...มันคือเสียงแห่งความกล้าหรือเสียงแห่งความหวาดกลัวกันแน่?
 
ซูมมม...!!จู่ๆ สายน้ำจำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาปกป้องพวกเขาจากเปลวเพลิงสีแดงสด หนำซ้ำแล้วคลื่นน้ำที่รุนแรงเหล่านั้นยังพุ่งตรงเข้าไปหาเว็คเตอร์และซัดเขาจนกระแทกกับกำแพงอย่างรุนแรง
“ปะ-เป็นไปไม่ได้...!” เว็คเตอร์กล่าวกับตัวเองอย่างตกใจ
“นี่มัน...”
“เด็กหนุ่มท่านนี้...” เฮเลนและคาร์นเอลลูที่ยืนอยู่เองก็ต่างตกตะลึงในปาฏิหาริย์ที่คาดไม่ถึงนี้เช่นกัน
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มผู้มาจากแดนไกลได้สร้างปาฏิหาริย์ที่เหลือเชื่อนี้ขึ้นแล้วจากปณิธานอันแรงกล้าที่จะปกป้องผู้หญิงคนหนึ่ง... ซึ่งเป็นคำสำคัญสำหรับเขา
“ไอเรน อาเรีย ฉันจะปกป้องเธอเอง!” เด็กหนุ่มร้องตะโกนอีกครั้ง หนึ่งด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยวาจาสัตย์ เขายืนสง่าอยู่เบื้องหน้าเจ้าหญิงสาวตัวน้อย ราวกับว่าเขายินดีที่จะใช้ร่างของกายอันบอบบางนี้เป็นโล่ห์กำบังภัยอันตราย ทั้งหลายทั้งปวงที่หมายจะเข้าทำร้ายเธอ ในมือของเขากำดาบเทพวารีไว้แน่น แสงสีฟ้าส่องประกายเจิดจรัสออกมาจากตัวดาบอย่างน่าอัศจรรย์
“ส่วนแกเว็คเตอร์!...ฉันจะล้มแกเอง” เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มอย่างเขาพูดด้วยสีหน้าที่เอาจริงเอาจังอย่างที่สุด
“แฮ่ก...ๆๆ น่าสนใจดีนี่ จะล้มข้าอย่างนั้นเหรอ? ถ้าเจ้าคิดว่าเด็กอย่างเจ้าทำได้ก็เข้ามาลองดูสิ”
 
เมื่อสายนทีแห่งวีสที่หลับใหลมาแสนนานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความมุ่งมั่น มันก็พร้อมแล้วที่จะสาดซัดคลื่นยักษ์เข้าโถมใส่... ดุจดั่งทะเลคลั่ง!
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 301 ท่าน

Line PM