Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
The Destiny โชคชะตาสั่งรัก
Blackdress
*-The special guest-*
7
17/03/2555 20:01:18
494
เนื้อเรื่อง
รุ่งขึ้น ฉันตื่นนอนด้วยท่าทางงัวเงียสุดฤทธิ์ อาจเป็นเพราะว่าเมื่อคืนเถียงกับ’ธันวา’ เรื่องอาณาเขต อันที่จริงฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาชื่อธันวา แต่อาศัยตอนธันวาเข้าไปอาบน้ำ ฉันจึงแอบย่องเข้าไปในห้องนอนฝั่งตะวันตก (อดีตห้องนอนของพ่อฉัน ซึ่งตอนนี้เขาได้ครองห้องนอนห้องนี้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว - -!) เพื่อไปแอบดูประวัตินายนั่นจากบัตรประชาชนที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ ^^; ส่วนเรื่องข้าวของทั้งหมดของเขานั้น อาจจะถูกย้ายมาตั้งแต่เมื่อเช้าหลังจากที่ฉันไปโรงเรียน เพราะเขามีกุญแจสำรองยังไงล่ะ! อะไรๆก็เลยดูง่ายขนาดนี้ - - แล้วย้อนไปตอนเช้าที่ฉันเดินลงมาแล้วไม่เจอเขาในห้องครัว เป็นเพราะเขาหลบอยู่หลังบ้าน (หลังห้องครัว) ที่มีหน้าต่างบานเกล็ดถูกเปิดทิ้งไว้อย่างชัดเจน ! และขนาดกว้างของมันก็กว้างพอที่จะสามารถโยนกุญแจสำรองจากข้างในสู่ข้างนอกได้อย่างง่ายดาย..แล้วอย่างไรต่องั้นเหรอ คนที่อยู่ด้านนอก พอรับกุญแจแล้วก็เอาไปไขกับกุญแจหน้าบ้านที่ฉันล็อคไว้เมื่อเช้า เพื่อขนย้ายเสื้อผ้าของธันวาเข้ามา จากนั้น ก็ล็อคลงอีกครั้งเหมือนเดิมจากด้านนอก…
           
            ‘ช่างเป็นการกระทำที่...ชั่วช้ามาก = =!’
 
            ประวัติของธันวานั้น ฉันไม่รู้รายละเอียดอะไรมากมาย แต่ก็พอรู้มาจากสมุดเรียนของเขา ‘นาย ธันวา อภิสกุลไพศาล นักเรียนชายในโรงเรียนxxx’ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกันกับฉัน แต่ธันวาเป็นรุ่นพี่หนึ่งปี แต่ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน - -?เมื่อคืนนี้กว่าฉันจะตกลงกับธันวา เรื่อง อาณาเขต ทำฉันปวดประสาทไปกับความคิดที่แฝงไปด้วย’ความเอาแต่ใจ’แบบ ‘เด็กๆ’ อืม…เรื่องมันก็มีอยู่ว่า…
 
            ‘พิณ..เธอไปอาบน้ำชั้น2ห้องฝั่งตะวันตกนะ ส่วนฉันจะอาบฝั่งตะวันออกเอง ^_^’
 
            ธันวาสั่งในขณะที่กำลังเดินสำรวจพื้นที่ภายในชั้น2 อยู่  
 
‘ทำไม นายก็อาบฝั่งตะวันตกสิ ห้องนอนนายก็อยู่ฝั่งตะวันตก - -’
 
ธันวาฟังฉันพูดแล้วทำหน้าเบ้ใส่ ด้วยความไม่พอใจ
 
‘ไม่เอา! ห้องน้ำฝั่งตะวันตกไม่มีอ่างอาบน้ำ *o*ฉันอาบฝักบัวไม่เป็น’
 
‘ไป ตาย ซะ - -*’
 
ฉันพูดพลางกลอกตาไปมา ให้ตายเถอะ เป็นเจ้าชายเหรอไงกัน ฝักบัวก็อาบไม่เป็น เป็นแต่อ่างอาบน้ำ! เฮอะ!    จะบ้า..- -‘
 
                ‘นี่นะ..ดูสิ เวลาจะพูดเธอก็ไม่ฟัง - -’
 
            ตานั่นถือเทปกาวไว้ในมือแล้วลอกมันออกมา เพื่อเตรียมที่จะแปะแบ่งเขตบนพื้น ก็หันมาดุฉันในขณะที่ฉันกำลังมองไปที่บ้านป้าพิศมัย หวังว่าพี่นโมคงไม่เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ป้าพิศมัยฟังนะ TT^TT
 
            ‘เห้!? ดูสิ O^O’
 
            ‘อืม…ว่ามาสิ’
 
            ว่าแล้วตานั่นก็ค่อยๆแปะเทปกาวลงบนพื้นจากทิศเหนือ ไปจนสุดฝาผนังด้านทิศใต้
 
                ‘ฝั่งซ้ายเขตเธอ ส่วนฝั่งขวาเขตฉัน’
 
            ‘อือ..’
 
            ฉันขานรับเบาๆ
 
                ‘นี่ ฟังฉันอยู่หรือเปล่า - -’
 
            ธันวาเริ่มหันมาอารมณ์เสียใส่ ทำฉันตกใจเล็กน้อย จึงหันกลับไปตอบเขา
 
                ‘ฟังอยู่ - -’
 
            ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอามากที่สุด อันที่จริงนั้นธันวาจะไม่สมารถย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ได้เลย ถ้าเขาไม่เล่าความจริงให้ฉันฟัง…เป็นเพราะสัญญาเมื่อ 14 ปีก่อน ระหว่างพ่อของธันวากับพ่อของฉัน ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันในสมัยตอนเรียน เรียกว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากเลยก็ว่าได้
                ป้าพิศเล่าให้ฉันฟังว่า แม่ของฉันรู้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคร้ายแรงโดยที่พ่อไม่เคยบอกแม่มาก่อน (แต่เคยปรึกษากับป้าพิศ) เพราะมีครั้งหนึ่งแม่เคยแอบเข้าไปในห้องพ่อ แล้วเจอยาระงับประสาทหลายซอง แม่ตกใจมาก เลยไปขอคำปรึกษาจากป้าพิศ ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นับวันอาการพ่อยิ่งทรุดลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไรพ่อก็ไม่เคยคิดที่จะบอกแม่เลยสักครั้ง…และตัวพ่อเองก็รู้สถานะของตัวเองดี ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นาน พ่อจึงตัดสินใจทำสัญญากับลุงธนัศ(พ่อของธันวา)ว่า จะโอน’บ้านหลังนี้’ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ลุงธนัศ (ถ้าหากพ่อเสียแล้ว ลุงธนัศสามารถใช้บ้านนี้ได้ตามความต้องการ) แต่ต้องให้ถึงเวลาที่พ่อกำหนด นั่นก็คือ ภายในเวลา 14 ปี นับตั้งแต่พ่อเสียชีวิต ซึ่งก็คือ ในปีนี้นั่นเอง หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็เสียชีวิตลง ส่วนเรื่องทำสัญญา ลุงธนัศก็ไม่คิดที่จะบอกแม่ เนื่องจาก พ่อได้ร้องขอเอาไว้..
                ในช่วงนั้นแม่ฉันทำใจไม่ได้ ที่จะต้องเลี้ยงฉันอยู่เพียงลำพัง และการไม่ยอมรับความจริงว่าพ่อนั้นเสียแล้ว เอาแต่พูดพร่ำว่า ‘พ่อแค่หลับไปเท่านั้น..’ ทุกๆคืน และ ทุกๆวัน เวลาที่มีเหลือของแม่ มักจะใช้ชีวิตอยู่กับหน้าหลุมฝังศพของพ่อเป็นเวลาเกือบ2 อาทิตย์ จนป้าพิศอดสงสารไม่ได้ จึงหาเวลามานั่งคุยกับแม่ แล้วพาแม่ไปสวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญที่วัด แต่ถึงกระนั้น ความรู้สึกของแม่ก็ยังเหมือนเดิม..
                เวลาล่วงเลยไปเป็นเวลา 2 อาทิตย์กว่าๆ แม่เสียชีวิตลงโดยไม่มีสาเหตุอันใดทราบแน่ชัด ต่อหน้าหลุมศพพ่อ พร้อมกับจดหมายแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยน้ำหมึกสีดำ..ก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 วัน แม่ได้ขอร้องให้ป้าพิศช่วยเลี้ยงฉัน ตอนแรกก็นึกสงสัยอยู่พอสมควร แต่ไม่กล้าถามอะไรมาก จึงรับปากแม่ว่าจะเลี้ยงดูฉันตามที่แม่ได้ขอร้องเอาไว้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูฉันต่างๆนานา แม่ได้โอนบัญชีทั้งหมด เข้าสู่บัญชีป้าพิศ+มรดกที่มีทั้งหมด ซึ่งก็รวมแล้วประมาณ 5-6 ล้านบาท
                หลังจากนั้นมา ป้าพิศก็ไปมาหาสู่ฉันตลอด เลี้ยงดูฉันมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องทั้งหมดนี้ ป้าพิศเล่าให้ฉันฟังตั้งแต่ฉันอายุ 16 ส่วนเรื่องนายธันวาที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านนั้น ป้าพิศก็รู้ข่าวแล้ว (รู้ว่าธันวาเป็นลูกลุงธนัศ) แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ตักเตือนเล็กน้อย เรื่องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน..‘ร่วมกัน? เนี่ยนะ - -’คือ.. คิดว่าแขกคนใหม่ของบ้านก็แล้วกันและเหตุที่ทำไมธันวาสามารถข้ามาอยู่โดยใช้ชื่อลุงธนัศ ก็เพราะว่า ลุงธนัศ’เชื่อ’ว่า ลูกชายของตัวเองนั้น ‘น่าจะ’มีคุณสมบัติพอที่จะ      ’ดูแล’บ้านหลังนี้ได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ลุงธนัศก็ไม่อนุญาตให้ฉันย้ายไปอยู่ที่อื่น = =
            ส่วนตัวของธันวานั้น คิดจะย้ายเข้ามาอยู่กับฉันสักพัก(ธันวาบอกเอาไว้) เนื่องจากว่า ลุงธนัศมีแขกมาเยี่ยมบ้านถึง 10 คน ทำให้เขาอึดอัด - - จึงหนีมาอยู่นี่ ฉะนั้นแล = =*
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 304 ท่าน

Line PM