Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
มหาสงครามพ่อมดคนที่สอง
ภูยาคติ
ศึกบัลลังก์กษัตริย์วังน้ำ 7 : ตามล่า!
16
04/03/2555 00:45:32
179
เนื้อเรื่อง
ศึกบัลลังก์กษัตริย์วังน้ำ 7 : ตามล่า!
 
                ภายในห้องที่ทำจากหินสีฟ้าอันแสนจะจืดชืดทุกอย่างถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยทำให้ประมาณได้คร่าวๆ ว่าเจ้าของห้องจืดๆ นี้เป็นผู้มีบุคลิกเยี่ยงไร หนังสือและกระดาษที่มากมายบ่งบอกถึงความใฝ่รู้ กระจกสีทองบานใหญ่ตรงโต๊ะเครื่องแป้งบ่งบอกถึงความงดงามและการดูแลตนเอง
‘ปังๆๆ!’เสียงเหล็กดังเป็นจังหวะกึกก้องไปทั่วห้องจนน่ารำคาญ เสียงเจี๊ยวจ๊าวนอกห้องแสดงให้รู้ถึงความรีบร้อนบางอย่างของผู้มาเยือนในครั้งนี้
“ไม่ได้นะเจ้าหญิงไอเรน พระองค์สั่งห้ามมิให้ผู้ใดรบกวนโดยเด็ดขาด!” ทหารยามสองนายพยายามห้ามปรามเจ้าหญิงสาวที่กำลังละเมิดคำสั่งแต่ก็ทำได้เพียงแค่ว่ากล่าวเท่านั้น
“ทำไมข้าจะเข้าไปไม่ได้ล่ะ นี่มันห้องพี่ของข้านะ!” เจ้าหญิงสาวร่างบางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหลืออดก่อนตะทุบประตูอีกครั้งหนึ่ง
“ไม่ได้นะพระองค์! ข้าโดนสั่งกำชับไว้”
‘ปัง ปัง...’เธอทุบไปได้เพียงสองหนเท่านั้น เพราะขณะที่เธอกำลังยกกำปั้นเพื่อทุบหนที่สามประตูนั้นกลับถูกเปิดออกจากด้านในเสียก่อน
“ข้าขออภัยด้วยพระองค์... ข้าพยายามห้ามแล้ว” ทหารยามทั้งสองก้มหัวลงพลางใช้ฝ่ามือขวาสัมผัสไปที่หน้าอกของตนด้านซ้ายเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ
“ไม่เป็นไร” เบื้องหน้าของเจ้าหญิงสาวคือสตรีนางหนึ่งในชุดผ้าบางสีม่วงงามสง่า ใบหน้าของนางสะสวย ผิวของนางเป็นสีแทนอ่อนๆ แลดูเปล่งประกาย แววตาของนางดูดุร้ายและมีเล่ห์นัย
“ท่านพี่เฮเลน...”
“อย่ามัวเสียเวลาหน้าห้องอยู่เลย เข้ามาข้างในเถิดน้องข้า” นางกล่าวพลางหงายมือกวักช้าๆ
เมื่อไอเรนเดินเข้าสู่ภายในห้องทหารยามทั้งสองก็ปิดประตูให้อย่างรู้ระเบียบ ไอเรนที่เมื่อครู่มีอาการร้อนรนแต่เมื่อมาอยู่ภายในห้องเย็นชืดนี้แล้วกลับไม่กล้าแสดงท่าทีเช่นนั้นอีกเลย เธอก้มมองต่ำอย่างสงบเสงี่ยม ที่เธอเป็นเช่นนี้เพราะบรรยากาศของห้องหรือเพราะพี่สาวของเธอกันแน่
“เล่าเรื่องเดือดร้อนของเจ้าให้ข้าฟังซิไอเรน” เฮเลนไม่รอช้า นางเจาะตรงเข้าประเด็นอย่างไม่รีรอ
“คือข้า...”
“อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งอยู่เลยน้องข้า” คำพูดของเฮเลนทำเอาน้องสาวของนางสะอึกในทันที “แม้นในสายตาผู้อื่นจะมองเจ้าว่าชอบส่งเสียงดังและเอาแต่ใจเยี่ยงไร แต่ข้าที่เป็นพี่ของเจ้า ข้ารู้ดีว่าเจ้ามิใช่ผู้ที่จะทำการอย่างรีบร้อนจนเสียขนาดต้องทุบประตูห้องของข้าเช่นนี้ ดังนั้นอย่ารอช้าและอย่าเกรงอกเกรงใจข้าไอเรน จงกล่าวมันออกมา...สิ่งที่ทำให้น้องสาวสุดที่รักของข้าไม่สบายใจ”
แม้คำพูดของนางจะโผงผางและรุนแรงเพียงใดแต่ก็ซ่อนไว้ด้วยจิตสายใยอันไมตรี ความรุนแรงและความอ่อนโยนที่ผสมผสานกันเช่นนี้ทำให้ไอเรนรู้สึกโล่งใจจนมีความกล้าและสติมากขึ้น
“ข้าจะขอพูดอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมนะพี่ข้า” พี่สาวผิวแทนพยักหน้าช้าๆ ด้วยรอยยิ้ม “ข้าไปพบชายคนหนึ่งมา ข้าเชื่อว่าท่านพี่น่าจะรู้จัก เขาชื่อว่าเรอาห์”
“เจ้าว่าไงนะ!” เฮเลนแสดงออกถึงความสนใจในทันใด “เจ้าได้พบกับบุรุษผู้นั้นได้อย่างไรกัน!”
“ก่อนหน้านั้นข้าได้พบเขาครั้งหนึ่งพร้อมกับเว็คเตอร์ แต่...คือข้า ข้าเสียใจท่านพี่ที่ข้าต้องบอกท่านว่าไม่นานนี้ข้าแอบออกไปนอกพระราชวังโดยมิได้บอกใคร ข้าได้พบชายหนุ่มผู้หนึ่ง ไม่นานข้าก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์หมายทำร้าย และเขากับสหายของเขาอีกคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเหลือข้าไว้ ก่อนจากกันเขาแนะนำให้ข้ามาถามเว็คเตอร์และท่านพี่”
“และเจ้าเลือกที่จะพบข้าก่อน...ช่างโชคดีเสียจริงๆ ไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าคง...”
“หาไม่ท่านพี่...!”
“เจ้าว่าไงนะ!”
ไอเรนกล่าวแทรกพลางจ้องตาของพี่สาวอย่างรู้สึกกดดัน “เพราะว่าข้าไปหาเว็คเตอร์ก่อนท่านยังไงล่ะ...ข้าจึงต้องมาหาท่านเช่นนี้”
เฮเลนมองเข้าในดวงตาทั้งสองของน้องสาวเพียงครู่ก็คาดเดาได้ทันทีว่านางคงพบกับสิ่งผิดปกติบางอย่างมา และแววตาที่ตื่นตระหนกเช่นนี้ไม่มีทางเลยที่จะรอดพ้นจากสายตาของเว็คเตอร์ซึ่งราวกับนกฮูกที่สามารถจับจ้องได้ชัดเจนแม้นยามราตรี
“ตอนที่ข้ากำลังคุยกับเขามีทหารนายหนึ่งเดินออกมาจากมุมกำแพงทางห้องของเขา ข้าสังเกตเห็นผ้าพันแผลที่นิ้วโป้ง ซึ่งนั่นเป็นบริเวณเดียวกับที่ข้าใช้มีดเฉือนชายคนหนึ่งที่เข้ารุมหมายทำร้ายข้า ข้าจึง...”
“หยุด!” ไอเรนสะดุ้งอยากแปลกใจเมื่อพี่สาวของเธอเร่งเสียงใส่
“เจ้าคงมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เจ้าต้องมากับข้า” เฮเลนเอ่ยและจับมือน้องของนางไว้แน่นพลางเดินไปยังทางออกอย่างเร่งรีบ
“ดะ-เดี๋ยวก่อนท่านพี่ ท่านคิดจะพาข้าไปไหน!” ไอเรนร้องเอะอะออกมาอย่างร้อนรน
“เจ้าเชื่อใจข้าไหมไอเรน” นางหันกลับมาถามพลางจ้องอย่างดุดัน
เจ้าหญิงสาวผิวขาวตัวน้อยมิได้เข้าใจถึงสิ่งใดเลย เธอว้าวุ่นใจและสับสนด้วยซ้ำไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอมิเคยตั้งคำถามหรือสงสัยคือความเชื่อใจที่มอบให้แก่พี่สาวผู้แสนดีของเธอ
“ข้าเชื่อใจท่าน...ท่านพี่” เธอกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างเชื่อใจ
“ฉะนั้นแล้วจงรีบตามข้ามา” เฮเลนไม่รอช้ารีบพาน้องสาวออกจากห้องของตน
‘หากเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้วอีกไม่นานเกินรอเว็คเตอร์คงพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาน้องสาวข้าอย่างแน่แท้ แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเขาจะต้องการจับตัวน้องข้าไปเพื่อเหตุใด แต่ในครานี้นั้นต่างกัน ครานี้เขาจำห้องหาตัวนางให้พบเพราะสิ่งที่นางล่วงรู้อยู่นั้นทำให้อำนาจในวังของเขาสั่นคลอน’
 
อีกทางด้านหนึ่งเว็คเตอร์รีบออกคำสั่งค้นหาตัวไอเรนและจับตัวกลับมาแก่ทหารในสังกัดของเขา ทหารกลุ่มนี้เป็นทหารที่จะรับคำสั่งจากเขาเท่านั้นและเป็นกลุ่มเดียวกับชายฉกรรจ์ที่หมายจับตัวไอเรนในคราวที่ผ่านมา
“นายท่าน ข้ามีคำแนะนำ” นายทหารคนหนึ่งในกลุ่มนับสิบเอ่ยขอแสดงความเห็น
“ว่ามา”
“ในขณะนี้ฝ่าพระบาททรงมีคำสั่งให้เจ้าหญิงไอเรนหาคู่สมรสโดยเร็ว ข้าใคร่คิดว่าการปฏิบัติดีกับนางเพื่อสร้างไมตรีสัมพันธ์ที่ดีน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า”
“คำแนะนำของเจ้าเป็นคำแนะนำที่ดี ข้าสัญญาว่าจะลองเก็บไปไตร่ตรองดู แต่ในยามนี้ข้าอยากให้พวกเจ้าเร่งจับนางให้ได้เสียก่อน หวังว่าพวกเจ้าคงเข้าใจและปฏิบัติตามโดยไร้ซึ่งข้อแม้”
“ขอรับนายท่าน!” เสียงทหารทั้งหมดขานรับหนักแน่น
“ไปได้แล้ว!” สิ้นเสียงคำสั่งทหารทั้งหมดต่างแยกย้ายกันออกค้นหาเหลือไว้เพียงอัศวินหนุ่มรูปงามสมส่วนยืนครุ่นคิดบางอย่างอยู่เพียงลำพัง
เหตุผลที่ทหารของเขากล่าวมามีหรือบุรุษเจ้าปัญญาอย่างเขาจะคาดไม่ถึง เพียงแต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เขามิอาจกล่าวอธิบายกลับไป
ก็เขาจะเอ่ยไปได้อย่างไรเล่าว่าเขาหลอกใช้ทหารของตนเองเป็นสะพานเพื่อไปสู่ความสำเร็จ เดิมทีแล้วเขาตั้งใจจะให้ทหารทั้งหกนั้นจับตัวเจ้าหญิงไอเรนไป เมื่อภารกิจลุล่วงไปด้วยดีแล้วเขาหวังว่าจะมุ่งไปหานางโดยแสร้งทำทีว่ามาช่วยเหลือนาง...ด้วยการปลิดลมหายใจทหารทั้งหกนั้นเสีย อย่างน้อยๆ แค่การปิดปากก็เป็นเหตุผลที่สมควรพอแล้ว
“ชิ!” เขาสบถด้วยโมหะเมื่อเผลอนึกย้อนไปว่าแผนการทั้งหมดกำลังล่มสลายเพียงเพราะความสะเพร่าของทหารเพียงหนึ่งนาย
 
“ท่านพี่ ท่านมัวแต่ทำอะไรอยู่ ไหนว่าท่านบอกว่าต้องรีบยังไงล่ะ!”เจ้าหญิงสาวยืนเอ็ดด้วยเสียงหวานอยู่นอกประตูเมื่อพี่สาวของนางบอกให้ คอยอยู่ด้านนอกเพราะนางต้องเข้าไปแอบชิงบางสิ่งออกมาจากห้องพระบิดาของนาง
“รีบไปเร็ว!” เฮเลนเร่งทันทีที่พ้นประตูออกมา
“แต่ว่าท่านพี่ นั่นมันคือสิ่งใดกัน” ไอเรนเอ่ยถามถึงบางสิ่งที่พี่ของเธอติดตัวออกมาจากห้องของพระบิดา สิ่งของนั้นเรียวยาวประมาณแขนข้างหนึ่งและมีผ้าสีขาวห่อไว้อย่างมิดชิด
“ไว้ข้าจะบอกเจ้าในคราวหลัง ในคราวนี้รีบไปกันก่อนเถอะ!” นางกล่าวพลางใช้กำลังฉุดกระชากแขนน้องสาวอย่างดูรีบร้อน
เจ้าหญิงผู้งามสง่าทั้งสองพ้นออกจากวังโดยคิดว่าพวกตนนั้นเล็ดลอดจากสายตาของเหล่าทหารของเว็คเตอร์จนหมดสิ้นแล้ว แต่สุดท้ายแล้วเฮเลนก็ได้รู้ว่าสิ่งที่นางคิดนั้นหาใช่ไม่เมื่อพบกับกลุ่มชายฉกรรจ์พกอาวุธในเมืองที่แสนสงบสุข มันช่างขัดตาของเสียจนไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้เลย
“หยุดก่อน ไอเรน!” ในเมืองที่รายล้อมไปด้วยผู้บริสุทธิ์มากมายการเคลื่อนไหวของทั้งสองนั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
“เจ้ากับข้าต้องแยกกันแล้ว”
“ทำไมล่ะ ข้าอยู่กับท่านพี่น่าจะปลอดภัยกว่านี่นา”
“ก็จริงของเจ้า แต่หากเราสองคนยังอยู่ด้วยกันในยามนี้ ทหารเหล่านั้นก็จะไล่ตามเราทั้งสองไปพร้อมกัน และถ้าหากข้าคิดขัดขืนต่อสู้ หาใช่เพียงแค่เราไม่ที่ต้องเดือดร้อนแต่ชาวเมืองวีสจำต้องมีผู้คนล้มตายบ้างอย่างแน่นอน... เจ้าจะเลือกเช่นนั้นหรือ”
“คือข้า...” ไอเรนพยายามครุ่นคิดถึงผลลัพธ์ที่จะออกมาก่อนจะกล่าวตอบพี่สาวของเธออย่างเป็นกังวล
“ข้าต้องฝากท่านพี่แล้ว”
“เจ้าเป็นเจ้าหญิงของวีสที่ดีน้องข้า” เฮเลนกล่าวยิ้ม
ไม่จำเป็นต้องกล่าวอธิบายแผนการใดๆ ต่อไป สิ่งที่เชื่อมโยงความคิดทั้งสองเข้าหากันคือสายใยแห่งพี่น้องและสายเลือดแห่งอาเรีย สายเลือดผู้สาบานด้วยเกียรติ์ว่าจะปกป้องชาวเมืองของตนด้วยทุกสิ่ง...แม้นจะต้องสูญเสียจิตวิญญาณ โลหิต หรือแม้กระทั่งชีวิตก็ตาม
“เจ้ารีบไปหาท่านผู้นั้นได้แล้วไอเรน ทางนี้ข้าจะรั้งไว้เอง”
“ข้าฝากท่านด้วยท่านพี่เฮเลน...” แม้เธอจะมั่นใจในตัวพี่สาวผู้นี้อย่างไรแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินจากไปด้วยสีหน้าวิตกเล็กน้อย
ในขณะที่ไอเรนเดินไปนั่งยองๆ ณ ร้านขายผักข้างทางร้านหนึ่งพี่สาวของเธอก็เริ่มดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารเริ่มจากการเดินไปยังร้านขายปลาที่อยู่ใกล้ตัว
‘โครมมม!’ เสียงแผงปลาที่ทำจากไม้หล่นคว่ำลงกับพื้นดังสนั่นอย่าง อึกทึกคึกโครมพอให้ทุกผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทั้งหมดจับจ้องมายังนาง ผู้เดียว
“นี่เจ้าทำอะไรของเจ้าฮะ ปลาข้าเสียหายหมดแล้ว!”
“คือข้าไม่ได้ตั้งใจ”
กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดที่คาดว่าเป็นทหารของเว็คเตอร์จับจ้องไปยังเฮเลนก่อนชายคนหนึ่งในกลุ่มจะชี้ไปยังนางพร้อมกับพยักหน้าครั้งหนึ่ง
เมื่อชายเหล่านั้นทำท่าจะวิ่งกรูเข้าใส่เฮเลนจึงแสร้งตกใจพร้อมกับวิ่งหนีทันที
“ข้าต้องขอโทษนะ ข้าต้องรีบไปแล้ว!” นางกล่าวกับแม่ค้าด้วยท่าทางร้อนรนก่อนวิ่งหนีไปก่อนจะมีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนไม่น้อยวิ่งไล่ตามไปติดๆ
เหล่า ทหารของเว็คเตอร์เลยผ่านเจ้าหญิงแสนงามซึ่งนั่งทำทีว่าจ่ายตลาดไปอย่างมิได้ สังเกต เธอไม่รีรอที่จะลุกขึ้นพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังที่พักของจัสติน ชายหนุ่มผู้ทำให้เธอสับสนกับความรู้สึกของตนเองราวกับเขากำลังวิ่งวนและซุก ซนอยู่ในหัวใจอยู่ตลอดเวลา
 
ณ หัวมุมแห่งเดิมที่คุ้นตาปลายนิ้วเท้าอันขาวเรียวลอดผ่านออกมาเล็กน้อย ไม่นานนักสายตาปริศนาก็โผล่ออกมาจากมุมเดียวกันด้านบน นี่เป็นครั้งที่เธอจำต้องเดินทางอย่างหลบหลีกและระวังตัวที่สุดในเมืองซึ่ง บิดาของเธอเป็นผู้ปกครอง
สาย ตาที่แอบซ่อนสอดส่ายไปมาราวกับนกพิราบที่กำลังระวังภัย เธอหลับตาลงช้าๆ พร้อมเพ่งสมาธิเพื่อฟังเสียงต่างๆ ที่รายล้อม ในความเงียบสงบควรมีเพียงเสียงคลื่นและเสียงลมอย่างที่มันควรจะเป็นหากแต่ เสียงฝีเท้าที่สอดแทรกเข้ามาอย่างเป็นจังหวะนั้นชวนให้ระแวดระวังพิกล
“แชะๆๆ...” เสียงรองเท้ากระทบเหล่าเม็ดทรายตามพื้นดังขึ้นเป็นจังหวะจากทางใดไม่ทราบชัด
“แชะๆๆ...” แต่เสียงนั้นกลับคลับคล้ายคลับคลาว่าใกล้คืบเข้ามาทุกทีๆ
“แชะๆๆ...”
‘ใช่แล้ว เสียงนี้มาจากด้านหลังของเรา!!!’ในทันทีที่เจ้าหญิงผิวนวลรู้ตัวนั้นก็สายไปเสียแล้ว
“อุ๊บ!!!” ฝ่ามือปริศนาได้คว้าหมับเข้าที่ปากของเธอเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา
เจ้าหญิงสาวดวงตาเบิกโพลงอย่างหวาดผวา ฝ่ามือที่ปิดจมูกและปากเอาไว้ทำให้เธอรู้สึกแทบอยากจะเป็นลม เมื่อโดนจับได้แล้วต่อจากนี้ไปสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับเธอนั้นแม้เธอเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ นี่คือลิขิตของ...
“พระผู้เป็นเจ้า”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 256 ท่าน

Line PM