Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
SaY Hi mY bRoTHeR
กอหญ้า
love at first sight
2
18/09/2554 11:54:21
422
เนื้อเรื่อง

ชายหนุ่มนั่งหาวอยู่ในห้องเรียนพิเศษ ขณะรออาจารย์เข้าสอน

สายตามองไปรอบๆห้อง

รู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่ต้องมาเรียนพิเศษคนเดียวเพราะเพื่อนอีกคน

หนีตามไปเรียนพิเศษอีกที่กับแฟนสาว  


  “เห้ย” อุทานขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นหญิงสาวเดินชนฐานยึดทีวี

ที่ต่อยื่นลงมาจากเพดานสำหรับเปิดให้นักเรียนในห้องดูการสอนแบบถ่ายทอดสด

จากห้องที่มีอาจารย์สอนอยู่ ปกติคนมีความสูงอย่างเธอ

คงไม่มีทางจะเดินชนมันได้ แต่คงเพราะมีคนเลื่อนเก้าอี้ตัวยาวล้ำออกมาด้านข้าง

พอเธอขึ้นไปเดินบนนั้นด้วยความเคยชิน

จึงไม่ทันระวัง หญิงสาวยืนปิดหน้านิ่ง คงยังมึนกับการชนเมื่อครู่

หรือไม่ก็อายคนจนไม่กล้าขยับไปไหน เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหา


 “เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มมีเสน่ห์กระตุ้นให้หญิงสาวค่อยๆ

เลื่อนมือลง เผยให้เห็นรอยแดง

และเนื้อที่ปูดออกมาเป็นลูกจนชายหนุ่มต้องกลั้นหัวเราะ สีหน้าแสดงออก

ถึงความเจ็บปวดและอายระคนกันของหญิงสาว ทำให้เขาต้องเดินกลับไปที่โต๊ะ

เทน้ำแข็งจากแก้วน้ำออกมาห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าแล้วเดินกลับมาหาเธอ

 “ประคบไว้สิ ก็คงช่วยให้มันยุบลงได้หน่อย ...หัวเธอโนน่ะ”

มองไปที่หน้าผาก เพราะเห็นหญิงสาว

ทำหน้าสงสัย ก่อนเธอจะรับผ้าเช็ดหน้าไปแล้วกล่าวขอบคุณ

ไม่วายหันมองไปรอบๆห้อง ว่ามีใครเห็นเหตุการณ์อัปยศ

ที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเปล่า

 หญิงสาวผมยาวเลยบ่าเล็กน้อย ดวงตากลมโตดำขลับ คอยสอดส่าย

สายตาอยู่เป็นระยะ จนเห็นชายหนุ่มคนที่เธอรอเดินเข้ามานั่งอยู่ถัดจากเธอ

ไปข้างหลังสองโต๊ะ

 “ขอยืมชีทลอกหน่อยสิ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

ชายหนุ่มแม้จะดูมึนๆแต่ก็ส่งชีทของตัวเองให้ไป

 ผ่านไปซักพักหญิงสาวคนเดิมจึงยื่นชีทคืนให้ ชายหนุ่มรับมาอย่างระวัง

เพราะบนชีทมีลูกอมสีหวานสดใสวางทับผ้าเช็ดหน้าของเขาอยู่

 “ขอบคุณมากนะ ทั้งเรื่องผ้าเช็ดหน้าแล้วก็เรื่องที่ให้ยืมชีทลอก”

 “ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ ไม่ทันได้สังเกตว่าหญิงสาวแอบหน้าแดง

จนเพื่อนที่นั่งข้างๆกระแอมขึ้นเบาๆ ตอนเธอเดินกลับไปนั่งที่

 “นี่แค่คำขอบคุณ หรือทอดสะพานน่ะ”

 “เห้ย คิดมากไปหรือเปล่าจี้ ก็ที่เคยเล่าให้ฟังไง เนี่ยหัวฉันยังปูดอยู่เลย”

ชี้ให้เพื่อนข้างๆดูหลักฐาน

 “แต่หน้าแกแบบ..ปลื้มมากกกกกก และแอบคิดอะไรมากกว่า

แค่จะขอบคุณเขา ใช่เปล่านิ้ม”

 “แกจับผิดฉันมากไปแล้วจี้ ฉันไม่ได้คิดอะไรซะหน่อย”

หญิงสาวหลบตาส่อพิรุธ ปฏิเสธ

 “งั้นก็แล้วไป คิดว่าแกจะมีความรักครั้งแรกกับคนที่ไม่รู้จัก”

หญิงสาวตากลมแอบถอนใจ

 “อ่อ ไม่รู้แกลืมไปหรือเปล่า ว่าฉันมานั่งเรียนกับแกด้วย

มีชีทให้แกลอกเหมือนกัน” *0*

 ห้องเรียนพิเศษที่เป็นเหมือนสถานที่น่าตื่นเต้นสำหรับสาวตาโตดำขลับ

กลายเป็นห้องเรียนธรรมดาๆ

 ไปเมื่อชายหนุ่มไม่ได้มาเข้าห้องเรียนอีกเลย เพื่อนสาวที่สนิทก็ดูเหมือน

จะอ่านความรู้สึกของเธอออก 

 “แกจะถอนหายใจอีกกี่รอบนิ้ม” คนข้างๆ เหลือบตามอง อีกคน

ที่ถอนหายใจอยู่เป็นระยะ

 “แค่ถอนหายใจแค่นี้ก็ผิดด้วยหรอ วันมามากหรือไง” หญิงสาวผมยาวกว่า

มองค้อนเพื่อนสาว  
                
 “ถ้าแกยอมรับมาว่าชอบพ่อผ้าเช็ดหน้าคนนั้น ฉันจะบอกอะไรดีๆให้”

นิ้มหันขวับมองเพื่อนข้างๆ ที่ยังนั่งอ่านตำราโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่เพิ่งพูดจบไป

ผิดกับหญิงสาวผมยาวข้างๆ ที่นั่งกระสับกระส่ายกัดริมฝีปากอยู่หลายครั้ง จนทนไม่ไหว

 “เออ ฉันชอบเขา ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นจนคิดไปถึงขั้นเรา

อาจจะเป็นเนื้อคู่กันก็ได้ แกพอใจยัง”เพื่อนสาวผมสั้นละสายตาจากตำราตรงหน้า

 “อืม หัดซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองแล้วก็หัดซื่อสัตย์กับเพื่อนแกด้วยเข้าใจมั้ย

ค่อยน่าบอกอะไรหน่อย” นิ้มจ้องหน้าเพื่อนรอคำตอบ

 “นี่แกมัวแต่มองหน้าเขาจนไม่ได้มองอย่างอื่นเลยสินะ ถึงไม่รู้เขาเรียนอยู่

โรงเรียนเดียวกับเราน่ะ”หญิงสาวตาโตมีประกายแห่งความหวัง

 โรงเรียนคิงตัส คอลเลจ เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นฝั่งชายและฝั่งหญิง

ทั้งสองฝั่งมีเพียงรั้วสีฟ้ากั้นไว้เท่านั้น แม้จะแบ่งแยกชายหญิง แต่ก็มีบางวิชาที่ต้องมาเรียนรวมกัน

และตอนจัดกิจกรรมอย่างกีฬาสี ก็ยังจัดร่วมกันอยู่ จึงอยู่กึ่งๆ ระหว่างการเป็นโรงเรียนสหศึกษา 
  
 ในชั่วโมงแรกของวิชาเลือก จะมีรายชื่อวิชาที่เปิดสอนให้นักเรียนได้เลือกลงเรียน

นักเรียนทุกคนสามารถเลือกวิชาที่สนใจได้ 4 วิชา หากมีนักเรียนลงเรียนในรายวิชานั้นๆ

ไม่ถึงตามที่กำหนดวิชานั้นก็จะไม่ถูกเปิดสอน คนที่เลือกจะต้องไปรอลุ้นวิชาที่

ตัวเองเลือกในลำดับถัดไป

 “แกจะคิดมากอะไรให้ปวดหัวแค่ลงวิชาเลือกอิสระ วางแผนมิดีมิร้ายอยู่ใช่มั้ย” -_-“

 “ขอร้องล่ะ แกอย่าใช้ประโยคชวนสงสัยแบบนั้นได้มั้ย ฉันก็แค่อยากลงวิชาที่เขาน่าจะลง”

 “วิชาเลือกตั้งเยอะ ถ้าแกลงไปเจอเขาฉันก็เชื่อว่าแกเป็นเนื้อคู่เขาจริงๆแล้วล่ะ”

เพื่อนสาวยิ้มมุมปากไม่คิดว่าเพื่อนจะมีทางไปฟลุ๊คลงวิชาเดียวกับชายหนุ่มคนนั้นได้
                      
 “คอยดูแล้วกัน ถ้าถึงตอนนั้นแกอย่าลืมมาคำนับฉันสามทีด้วยนะจี้”

 “ได้เลยเพื่อน แต่ถ้าแกทำไม่ได้แกต้องวิ่งคาราวะฉันรอบสนามบาสนะโอเค๊” *O*

 “นี่แก....” เป็นเพื่อนฉันจริงๆ ใช่มั้ย ?!?


 หญิงสาวยืนหัวใจตุ๊มๆต่อมๆ เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องเรียน มีนักเรียนชายหญิง

เดินผ่านเข้าไปในห้องหลายคนแล้ว แต่เธอก็ยังไม่กล้าเข้าไปอยู่ดี จนเพื่อนที่เดินตามมาทีหลัง

ก้าวมายืนอยู่ข้างหน้า

 “แกยืนทำอะไรอยู่น่ะ จุดธูปเรียกเขาให้มาเข้าห้องเรียนรึ”

 “บ้าหรอ ฉันไม่กล้าเข้าไปหรอกคนอยู่เต็มห้องเผื่อไปเจอเขา

แล้วฉันเผลอทำพิรุธอะไรออกไป”

 “อ๋อ แล้วที่แกยืนทำท่าเหมือนปัดรังควานอยู่หน้าห้องเนี่ย

เขาไม่เรียกว่าทำท่ามีพิรุธหรือไง”

  “จริงด้วยว่ะ” O_o นี่เราเผลอทำท่าแปลกๆ อะไรออกไปรึเปล่าเนี่ย

 “เอาเป็นว่าแกทำใจให้ทำตัวเป็นปกติเหมือนคนอื่นได้เมื่อไหร่ก็ตามเข้ามาแล้วกัน”

หญิงสาวผมสั้นเดินนำเข้าไป ทำให้คนที่ยืนลังเลอยู่ รีบเดินตามไปติดๆ ก้มหน้าก้มตา

ไม่กล้ามองคนในห้อง จนนั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่างตัวที่ว่างอยู่

  “สงสัยแกต้องไปซ้อมวิ่งคาราวะฉันแล้วมั้งนิ้ม” จี้หัวเราะหึหึ

ก่อนจะหยุดนิ่งไปซะเฉยๆ

 “อะไรกันอุตส่าห์เลือกวิชาถ่ายภาพที่คิดว่าผู้ชายจะลงกันแล้วนะ”

<<<ชายหรือหญิงเขาก็เรียนกันนะ
 
 “แกช่วยดูทีว่า ไอ้หัวแดงหลังห้องนั่นมันใช่คนคนนั้นหรือเปล่า”

หญิงสาวหันไปมองตาค้าง แต่ต้องสะดุ้งเมื่อเจ้าของทรงผมที่โดดเด่นนั้นจ้องกลับมา

 “ไม่อยากเชื่อเลย” หญิงสาวพึมพำ ไม่ได้สังเกตคนข้างๆ

ที่ก็พึมพำด้วยถ้อยคำคล้ายกัน

 “นี่ฉันจะต้องหัดทำท่าคำนับแล้วใช่มั้ย”

...............................................................

 “ศรุ มาให้ได้นะที่โรงเรียนเราจัดงานใหญ่เขาควงแฟนมากันทั้งนั้น” หญิงสาวยื่นหน้าเข้ามาใกล้

สายตาอ้อนวอน

 “ครับ..ว่าแต่งานอะไรหรอ?”

 “...อ่าว เมื่อกี้พูดไปไม่ได้ฟังเลยหรอ” หญิงสาวทำท่าค้อน

 “ก็ฟังแต่ฟังไม่ทันน่ะ เธอพูดเร็วเกินไป” ชายหนุ่มตักไอศกรีมเข้าปาก อ่านการ์ตูนในมือไป

พลางโดยไม่คิดจะเงยหน้ามามองคู่สนทนา แต่หญิงสาวก็ชินซะแล้ว

 “ก็เป็นงานคริสต์มาสน่ะ มีออกร้านแล้วก็มีซุ้มให้เล่นเกมส์สนุกๆกัน ฉันอยากให้เธอไป”

 “วันเดียวกับที่เปิดตัวดิสนีแลนด์หรือเปล่าน่ะ” ชายหนุ่มทำท่าคิด

 “เธอจำได้ด้วยหรอ” หญิงสาวตื่นเต้น

 “ก็ดีเหมือนกันไปเที่ยวที่โรงเรียนเธอไม่ต้องใช้เงินมากเหมือนดิสนีแลนด์”

หญิงสาวยิ้มค้าง ความฝันที่จะได้ควงคู่ชายหนุ่มเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกดับวูบลงทันที

 “ทำไมหละ แค่ไปดิสนีแลนด์แค่นี้เธอถึงบ่ายเบี่ยงนัก”


 ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุ รีบวางช้อนลง “ก็ไม่ใช่ว่าบ่ายเบี่ยงแต่ฉันไม่มีเงิน” -_-“

ใครกันนะที่ชวนไปงานโรงเรียนแทนน่ะ ตกลงอยากให้ไปไหนกันแน่

 “ทีเงินซื้อการ์ตูน ไปเที่ยวมีทติ้งกับเพื่อนในเวปคนรักการ์ตูนเธอยังไปได้เลย”

 “มันจ่ายเท่ากันที่ไหนหละกับค่าตั๋ว...แต่ถ้าเธออยากไปจริงๆฉันจะเก็บเงินไปแล้วกัน”

 “ศรุ เธอไม่รู้จริงๆเหรอ..” หญิงสาวเสียงเย็น

 “!?!?”

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 267 ท่าน

Line PM