Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
มหาสงครามพ่อมดคนที่สอง
ภูยาคติ
สู่โลกใบใหม่ที่ 4 : ดาบแรก!
4
14/02/2555 01:46:52
260
เนื้อเรื่อง
สู่โลกใบใหม่ 4 : ดาบแรก!
 
                ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้แสงไฟนั้น ... ช่างง่ายเหลือเกินที่จะถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัว
 
                มือที่กำแน่นและแววตาที่จับจ้องไปยังพุ่มไม้อย่างทระนงนั้นแม้จะดูแกร่งกล้าสมเป็นชายชาตรีสักเพียงใดก็ตามที แต่ก็มิอาจกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่ซ่อนลึกอยู่ในจิตใจได้ เหงื่อที่ไหลจากจอนผมลงสู่ปลายคางนั้นเป็นเครื่องบ่งบอกอย่างดีว่า... หัวใจของเขาตอนนี้เต้นระส่ำเพียงใด
“ฟู่วว...!” เด็กหนุ่มถอนหายใจครั้งใหญ่พร้อมกับลดมือลงทันทีเมื่อสิ่งที่โผล่ออกมาคือนักรบพเนจรที่คุ้นเคย
“ท่าชูกำปั้นของเจ้าดูดุดันดีนะ... ตามจริงเจ้าเองก็มีเลือดนักรบอยู่นี่” นักรบผมยาวพูดแซวยิ้มๆ พลางโยนฟืนที่เฟ้นหามาได้ลงพื้นแล้วจึงเริ่มจุดไฟ
เมื่อกองไฟถูกจุดขึ้นได้ไม่นานเด็กหนุ่มก็เริ่มถามในสิ่งที่เขาสงสัยทันที
“คาร์นเอลลู... นายจุดไฟแบบนี้ไม่กลัวสัตว์ป่ามันจะแห่มาเหรอไง”
“ไม่หรอก... ข้าตั้งใจเช่นนั้น” คำพูดของนักรบทำให้เด็กหนุ่มถึงกับทำหน้างง
“ถ้าเป็นสัตว์อะไรที่ไม่ร้ายกาจมากเกินจะต่อกรเราก็จับมันมากินแค่นั้นเอง”
นักรบหนุ่มพูดพลางมองเข้าไปในกองเพลิง แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่นอกเหนือจากฟากฟ้ายามราตรี เปลวเพลิงเหล่านี้อาจช่วยให้ความอบอุ่นในคืนที่มืดมิด หรืออาจจะนำมาซึ่งชีวิตของสัตว์ร้ายก็เป็นได้
“ฉันลืมไปนายมันนักรบ... ไร้สังกัดเสียด้วย” คาร์นเอลลูยิ้มให้กับคำแซวของเด็กหนุ่มได้เพียงไม่นานก็จำต้องเปลี่ยนท่าทีไป
“จัสติน...!!” นักรบใช้เสียงเข้มอย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อนทำให้จัสตินสงสัยเป็นอย่างมาก
“อะไร? นายจะตะคอกฉันทำไมคาร์...”
“ครือออ...”
เสียงครางของตัวอะไรซักอย่างดังขึ้นจากด้านหลังของจัสตินทำเอารู้สึกเสียวสันหลังวาบทันที หรือนี่จะเป็นเสียงของหายนะกันแน่นะ!?
“ใช่หรอ?” เด็กหนุ่มถามพลางใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังเขาด้วยใบหน้าที่ไร้สีเลือด
 
คาร์นเอลลูไม่ตอบกลับอะไร เขาเพียงผงกหัวให้สองทีพร้อมกับยิ้มแหยงๆ ราวกับปลอบใจว่าไม่เป็นไรทั้งๆ ที่มันต้องมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ด้านหลังผมแน่นอน
ทั้งสองนิ่งอยู่ได้ไม่นานคาร์นเอลลูก็ตะโกนเสียงดัง
“วิ่งมาหาข้าจัสตินนนน!!!” นักรบหนุ่มแผดเสียงก้องด้วยใบหน้าและแววตาที่ราวกับโกรธเกรี้ยวสิ่งใด
 
ด้วยความตื่นตกใจจัสตินจึงถีบตัวเองวิ่งออกอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความไม่คุ้นชินกับการเดินป่าทำให้เขาพลาดสะดุดกับก้อนดินที่โหนกนูนขึ้นแล้วล้มลงจนใบหน้ากระแทกกับผิวดิน
หนุ่มน้อยพลิกตัวกลับด้วยท่าทีตื่นตระหนกทั้งๆ ที่มีเศษดินจำนวนไม่น้อยยังติดอยู่ตามใบหน้า ริมฝีปาก และลำตัว
เบื้องหน้าของชายหนุ่มเลือดนักรบคือหมียักษ์สีน้ำตาลตัวหนึ่งสูงราวๆ สามเมตร มันอ้าปากโห่ร้องราวกับกำลังหิวโซ
จัสตินพลิกกลับตัวแล้วใช้มือคลานด้วยความหวาดกลัว ลมหายใจของเขาเริ่มไม่เป็นจังหวะก่อนภาพของรองเท้าบูทสีน้ำตาลทำด้วยหนังอย่างดีผ่านหน้าเขาไป
ชายหนุ่มตัวน้อยหันหน้ากลับไปอีกครั้งตามรองเท้าคู่นั้นที่ผ่านหน้า เขาเห็นแผ่นหลังนักรบบุรุษยืนอยู่เบื้องหน้าสัตว์ร้ายอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว ในมือของบุรุษนักรบผู้นั้นคือดาบเหล็กสีเงินแบบยุโรปที่เงาวาวไร้ซึ่งการลงลวดลายอันใดบนตัวดาบ
นักรบบุรุษยกดาบขึ้นก่อนจะจับด้ามดาบด้วยมือทั้งสองข้าง สัตว์ร้ายสูงสามเมตรเบื้องหน้าเขาไม่มีความปราณีหรือรีรออันใด มันพุ่งเข้าใส่พร้อมกับใช้อุ้งมือในใหญ่โตฟาดเข้าใส่นักรบบุรุษผมยาวตรงๆ
นัก รบพเนจรหลบอุ้งมือและกรงเล็บที่แหลมคมด้วยการโยกตัวเพียงครั้งเดียว ระหว่างที่เขาโยกตัวนั้นหนุ่มน้อยสังเกตเห็นการแกว่งดาบเป็นวงกลมวนจากซ้าย ไปขวา เท้าซ้ายนำหน้าแล้วใช้เท้าขวารับน้ำหนักลำตัวที่เอนลง ทันทีที่ปลายคมดาบลดต่ำลงและหันชี้กลับมายังตัวเด็กหนุ่มที่แทบจะนอนราบอยู่ กับพื้นด้านหลัง ดาบนั้นหยุดนิ่ง หนุ่มน้อยที่เพ่งมองไปยังดาบเงินแวววาว เขารู้สึกราวกับเวลาได้หยุดเดินไป
นักรบบุรุษสะบัดข้อมือและแขนออกไปพร้อมกับดาบเป็นแนวเฉียงซ้ายขึ้นผ่านลำตัวของสัตว์ร้ายเบื้องหน้า...
เพียงไม่นานภาพร่างของหมียักษ์สามเมตรที่ยืนตระหง่านก็ถูกตัดออกเป็นสองส่วนราวกับท่อนไม้ไผ่บางๆ
ระหว่างที่หัวใจของชายหนุ่มตัวน้อยกำลังเต้นระรัวกับภาพที่ได้พบเห็น เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่านักรบผู้นี้เดินมายังเบื้องหน้าตนตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงของเขาดังขึ้นแล้ว
 
“เจ้าไม่เป็นไรนะจัสติน...” นักรบหนุ่มเอ่ยพลางยื่นมือออกไปให้จับ
ทุกๆ โสดประสาทที่ดูเหมือนจะกระจัดกระเจิงก็เริ่มเข้าที่ สายตาที่ตื่นตกใจก็เริ่มกลับมามองชัดเจน หูที่คล้ายว่าได้ยินเสียงอันใดก็กลับมาสำเหนียกได้ดังเดิม ปากและกรามที่อ้าค้างเริ่มกลับมาขยับได้อีกครั้งหนึ่ง ลมหายใจที่เรรวนก็เริ่มกลับมาปกติด้วยการถอนหายใจใหญ่หนึ่งครั้งเพื่อผ่อนคลาย
“ฉะ-ฉันไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นอะไร” จัสตินกล่าวพร้อมกับจับมือนักรบเพื่อยึดแล้วยืนขึ้นพลางสติที่เริ่มจะกลับมาโดยสมบูรณ์
“นะ... นายทำได้ยังไงคาร์นเอลลู” หนุ่มน้อยพูดพลางใช้มือปัดเศษดินบนใบหน้าและลำตัว
“ทำอะไรรึสหาย ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าถาม” นักรบพเนจรผมยาวเดินกลับไปยังร่างของหมียักษ์อีกครั้งหนึ่งราวกับกำลังจะทำบางอย่างกับศพนั่น
“ก็นายฟันหมียักษ์ให้ขาดสองท่อนได้ยังไง คะ-คือ ถ้าเป็นคนฉันก็พอจะเข้าใจ แต่เนื้อของหมีมันหนากว่าคนตั้งกี่เท่า นายทำอย่างนั้นได้ยังไง” จัสตินพูดก่อนนั่งลงหน้ากองไฟเพื่อสงบสติอารมณ์
“ข้าถูกฝึกมานี่ การฟันดาบมันก็มีหลายวิธีแตกต่างกันไปด้วย แต่ถ้าเจ้าอยากรู้ข้าก็พอจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ได้... การแกว่งดาบเพื่อผ่าร่างของศัตรูเจ้าไม่ควรจะฟันเป็นแนวตรง เจ้าควรจะฟันเป็นแนวเฉียง ข้าก็บอกได้แค่นี้แหละ มันง่ายสุดแล้วที่เจ้าจะเข้าใจ”
คาร์นเอลลูกล่าวพลางแร่เนื้อหมีที่เขาโค่นลงก่อนจะเดินไปยังเด็กหนุ่มแล้วเริ่มใช้กิ่งไม้เสียบแล้วย่างกับกองไฟ
“เอ่อ... ฉันต้องกินเนื้อเจ้านี่จริงๆ น่ะเหรอ” หนุ่มน้อยถามพลางทำหน้าตาขยะแขยง
 
ก็แน่นอนล่ะ... มันเพิ่งคิดจะฆ่าผมเมื่อกี้!แถมยังเพิ่งเห็นมันตายต่อหน้าตาอีก!!แล้วไอ้คนที่ฆ่าก็ยังเป็นคนแร่เนื้อนี่ให้กินอีก!!!
... ใครมันจะไปกินลงฟะ
 
“ตั้งแต่ยามนั้นจนบัดนี้เจ้าเพิ่งจะดื่มน้ำที่ลำธารนั่นไปเองนะ ถ้าเจ้าไม่อยากอดตายก็จงกินมันเข้าไปเถอะ ข้าไม่รู้หรอกว่าโลกของเจ้าเป็นอย่างไร แต่ในโลกของข้าการฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารและป้องกันตัวไม่ใช่เรื่องที่ผิดบาปแต่อย่างใด”
เมื่อเนื้อถูกย่างได้ที่ก็ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจมูกของหนุ่มน้อยทันที ผนวกเข้ากับความหิวโหยแล้วมันทำให้เขาเริ่มเอนเอียงและหลงลืมความรังเกียจหรือความเชื่อแบบเดิมๆ ไปจนหมดสิ้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังเนื้อที่ถูกย่างอย่างไม่กะพริบก่อนนักรบผู้แสนดีจะยื่นให้
“ไม่ต้องเกรงใจสหายข้า เจ้าทานก่อนเลย เนื้อยังมีอีกเยอะ คิดเสียว่าข้าเลี้ยงเจ้ามื้อใหญ่แล้วกัน” คาร์นเอลลูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จัสตินมองหน้าของเขาก่อนจะตัดสินใจรีบคว้ากิ่งไม้เสียบเนื้อย่างมากินอย่างรวดเร็วและมูมมาม
“โว้วๆ ร้อนๆ!” เขาทานไปพลางบ่นไปเพราะความร้อน
“ฮ่าๆๆ ใจเย็นๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบสหายข้า มันยังร้อนอยู่” นักรบส่งเสียงหัวเราะกับการที่ได้เห็นชายหนุ่มตัวน้อยเบื้องหน้าของตนเร่งรีบทานเนื้อเข้าไปขณะยังร้อนจัด
 
เวลาผ่านไปอยู่นานจนกระทั่งทั้งสองทานอาหารจนตึงท้องจึงเริ่มคุยกัน
“ใครเป็นคนสอนดาบให้นายอย่างงั้นเหรอคาร์นเอลลู” เด็กหนุ่มตัวน้อยถามพลางใช้หลังพิงต้นไม้ด้วยตาปรือๆ หลังทานอาหารมื้อค่ำเสร็จ
หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกและการเดินทางอันแสนเหนื่อยแล้วก็ถึงเวลาพักผ่อนเสียที ความอ่อนแรงเริ่มเผยให้เห็นชัดขึ้นจากเปลือกตาที่คล้อยต่ำลง
“ไม่สำคัญหรอกสหาย” แต่นักรบผู้แข็งแกร่งยังคงนั่งจ้องกองไฟราวกับไม่คิดจะหลับนอน
“สำคัญสิ ก็ฉันอยากรู้นี่นา”
“ก็ได้ ข้าจะบอกให้...” เขากล่าวพลางมองเข้าไปในกองเพลิงอันร้อนระอุราวกับนึกถึงเรื่องวันวาน
“แต่ก่อนข้าเป็นเด็กเร่ร่อนธรรมดาๆ ที่ไร้ซึ่งผู้ใดจะมาเหลียวแล พูดกันตามตรงบัดนี้ข้าก็ยังเป็นเช่นที่เคยมา เอ่อ... ข้าพูดไว้ก่อนน่ะ เจ้าจะได้ไม่ต้องพูดยอกย้อนข้าอีก” คำพูดของนักรบหนุ่มทำให้จัสตินยิ้มทั้งๆ ที่ตาปรือ
“แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งมารับข้าไปเลี้ยง ชายผู้นั้นเป็นนักรบที่มีชื่อเสียงพอควร ชายผู้นั้นเลี้ยงข้าโดยให้อาหารกิน และมีน้ำให้ข้าดื่มพลางสอนวิธีใช้ดาบให้กับข้า เขาหวังให้ข้าเป็นนักรบที่เก่งกาจเฉกเช่นตัวเขา”
“อย่างกับละครเลยแฮะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นลอยๆ
แม้หนังตาของจัสตินจะปิดจนแนบสนิทเพียงใด แต่หูทั้งสองก็ยังคงฟังเรื่องเล่าที่มาของนักรบผู้ปราบหมี
“แต่ไม่มีบุรุษใดในใต้หล้าที่จะเป็นอมตะ ทุกชีวิตย่อมมี่วันจากไป... เขาเลี้ยงและสอนข้าจนกระทั่งข้าใช้ดาบได้อย่างชำนาญ และสุดท้ายแล้วเขาก็ได้จากข้าและโลกใบนี้ไปเพราะการประดาบกับนักรบผู้หนึ่ง นักรบผู้นั้นสังหารเขาด้วยความเยือกเย็นเหมือนเช่นที่เขาเคยสังหารผู้อื่น... มันคือห่วงโซ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของนักรบอย่างพวกข้า”
“ซักวันหนึ่งข้าเองก็คงจะเป็นเช่นนั้น... แต่ข้าก็พร้อมจะยอมรับความตายนั้นหากข้าถูกสังหารด้วยผู้ที่มีฝีมือเหนือกว่า ข้าฝันเช่นนั้น มันเป็นเกียรติของนักรบที่น้อยคนนักจะรับรู้และเข้าใจความหมายของมัน” คาร์นเอลลูหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่มที่กำลังจะเริ่มเข้าสู่การหลับใหล
ขณะที่สติของหนุ่มน้อยกำลังเข้าสู่ความมืดมิดและความฝัน แต่เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจนทำให้เขาต้องตกใจตื่น
“เจ้าเป็นใครเด็กน้อย!!”
หนุ่มน้อยลืมตาและมองไปยังชายเจ้าของเสียงทันทีอย่างตกใจ
ภาพที่ฉายอยู่ภายในดวงตาที่เบิกโตของจัสตินคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่เต็มไปด้วยหนวดเครา หน้าตาของเขาดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไรนัก ผมของเขาสีดำ สวมชุดคล้ายนักรบ ร่างกายกำยำใหญ่โต แววตาของเขาดูดุร้ายราวกับยักษ์มาร ช่างต่างกับคาร์นเอลลูที่ดูอ่อนโยนยิ่งนัก
คาร์นเอลลูค่อยๆ ลุกยืนขึ้นก่อนพูดคุยกับชายแปลกหน้าอีกคนราวกับรู้จักกัน
“เด็กคนนั้นเป็นสหายของข้าเองเรอาห์”
“สหายของท่านอย่างนั้นรึ” ชายแปลกหน้านามว่าเรอาห์กล่าวตอบคาร์นเอลลูอย่างดูเป็นมิตรสหายแต่เขากลับจ้องตาขวางไปยังเด็กหนุ่มที่นอนพิงต้นไม้อย่างไม่กล้าลุกขึ้น
“เพื่อนของนายเหรอคาร์นเอลลู” แม้จะปั้นหน้าขรึมสักเพียงใดแต่น้ำเสียงของจัสตินก็ยังบ่งบอกถึงความหวาดระแวงที่แฝงไปกับคำพูด
“ใช่... สหายของข้าเอง เขาชื่อว่าเรอาห์ เขาอาศัยอยู่เมืองค้าอาเรนน์ที่เรากำลังจะมุ่งหน้าไปยังไงล่ะ”
“ข้า ไม่ยักจะรู้ว่าท่านจะมีสหายที่ดูเด็กและป้อแป้ถึงเพียงนี้ ถ้าเป็นข้า ข้าคงจะตัดหัวมันทิ้งแล้วเดินทางคนเดียวเสียยังดีกว่าร่วมเดินทางในป่า อันตรายเช่นนี้กับเด็กที่ดูอ่อนแอ... ข้าคิดว่าเป็นการกระทำที่โง่เขลาและไม่เหมาะกับท่านเสียเหลือเกิน” คำพูดที่เสียดสีของชายแปลกหน้าทำเอาจัสตินเกิดความรู้สึกหวาดกลัวชายผู้นี้ น้อยๆ
“ไม่หรอกเรอาห์ เขาอาจจะอ่อนแออย่างที่เจ้าว่า แต่เขามีสิ่งที่พิเศษกว่าใครซึ่งข้าสัมผัสมันได้ด้วยความรู้สึก ข้าเชื่อว่าเด็กน้อยผู้นี้สามารถสร้างปาฏิหาริย์ที่พวกเราไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งในอนาคตอันใกล้เจ้าจะได้เห็นอย่างแน่นอน”
“ท่านกล่าว คำพูดราวกับเชิดชูให้เด็กคนนี้เชียวรึ... เอาเถอะ แต่ข้าไม่หลงเชื่ออย่างนั้นแน่ ข้าต่างจากท่าน ข้าสัมผัสอะไรไม่ได้เลยจากตัวเด็กคนนี้เว้นแต่เพียงความอ่อนแอและความหวาด กลัวภายในแววตาคู่นั้น” บุรุษร่างยักษ์กล่าวพลางมองเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม
 
แม้ผมจะไม่พอใจกับคำพูดของชายแปลกหน้าที่ชื่อเรอาห์นี่สักเท่าไหร่ก็ตามที แต่ก็ไม่สามารถเอ่ยปากโต้เถียงได้ เพราะสิ่งที่ชายร่างยักษ์คนนี้กล่าวมานั้นถูกต้องทั้งหมด
อันที่จริงในตอนนี้ผมกำลังรู้สึกหวาดกลัว... และผมเกรงว่าถ้าหากพูดจาอะไรไม่ดีกับคนอย่างนี้ออกไปอาจจะเป็นการสร้างภัยให้ตัวเองก็เป็นได้
 “เจ้าระแวงเช่นนั้นรึจัสติน” เสียงนุ่มๆ ของนักรบผมยาวคนเดิมดังขึ้นอย่างเป็นห่วง
แม้ผมจะไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ผมคิดว่าเขาคงรู้คำตอบได้จากสายตาของผมอย่างเป็นแน่ ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้วเขาคงจะไม่พูดอย่างนี้แน่นอน
“หลับเถิดสหายข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องหวั่นใจอันใด เพราะข้างกายของเจ้า...”
“จะมีข้าอยู่ตลอดเวลา”
 
นักรบหนุ่มพเนจรผู้แข็งแกร่งกล่าวด้วยรอยยิ้มเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เพียงแต่คราวนี้เขาหารู้ไม่ว่าหนุ่มน้อยเบื้องหน้าของเขานั้น เริ่มสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่เขาได้ส่งไป
และคำพูดที่เป็นดั่ง... “คำสัญญา”
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 310 ท่าน

Line PM