Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย หงส์คืนจันทร์ บทที่ 3

บทที่ 3

 

เวลาเพียงครู่เดียว ชุ่ยหงก็รับรู้ถึงกลิ่นอายบนร่างของสตรีตรงหน้าที่แฝงความหยิ่งผยองเผด็จการอันจะทำให้ตนเองไม่มีความกล้าแม้กระทั่งจะสบตากับอีกฝ่ายได้ ความรู้สึกเช่นนี้นางไม่เคยได้สัมผัสจากคุณหนูจอมพยศของตนเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามสายตาของสตรีตรงหน้ากลับประหนึ่งสามารถมองนางจนทะลุปรุโปร่งได้อย่างไรอย่างนั้น

“เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอย่างไร” หลังถูกฝ่ายตรงข้ามจ้องมองเช่นนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ชุ่ยหงก็ทิ้งอาวุธยอมสยบอย่างราบคาบ รู้สึกลนลานทำอะไรไม่ถูกจวนจะคุกเข่าอ้อนวอนอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ

เซิ่งเสวี่ยได้ยินเช่นนั้น มุมปากก็ผุดรอยยิ้มหยันอย่างเย็นชา “ข้าไม่คิดทำอย่างไรทั้งนั้น ก่อนที่พวกเราจะหนีไปจากที่นี่ ข้าเพียงอยากให้แม่นางช่วยปกปิดฐานะของข้า เช่นนี้จึงถือเป็นการดีทั้งต่อเจ้าและต่อข้า แต่ว่า…หากแม่นางอยากแสดงความจงรักภักดีต่อเจ้านายของเจ้าแล้วล่ะก็ ข้าก็ไม่คิดขัดขวางหรอกนะ เพราะไม่ว่าอย่างไร เงินที่คุณหนูของเจ้ามอบให้ก็เพียงพอให้ข้าสุขสบายได้แล้ว”

ความหมายอีกนัยหนึ่งก็คือแม้นางจะถูกขับไล่ออกไปจริง แต่ก็ถือว่ายังได้กำไรอยู่บ้าง ทว่ากับชุ่ยหง จุดจบของนางไม่ได้น่าพิสมัยเช่นนั้น

เพิ่งจะสิ้นเสียงของเซิ่งเสวี่ย ชุ่ยหงก็ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ “ข้าจะให้ความร่วมมือแน่นอนเจ้าค่ะ! ขอเพียงเมื่อเรื่องนี้ผ่านพ้นไปแล้ว แม่นางได้โปรดอย่าทอดทิ้งชุ่ยหงเป็นพอ!”

“แม่นางชุ่ยหงวางใจเถิด ในเมื่อพวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ข้าจะทอดทิ้งเจ้าได้อย่างไร เพียงหวังว่าหลังจากนี้ แม่นางชุ่ยหงจะเห็นข้าเป็นพวกเดียวกับเจ้า อย่าได้บาดหมางกันก็พอ” เซิ่งเสวี่ยเห็นชุ่ยหงยอมอ่อนข้อให้ในที่สุด สีหน้าจึงอ่อนโยนขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปตบบ่าของนางพลางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ชุ่ยหงถูกรูปโฉมงามพิสุทธิ์ของเซิ่งเสวี่ยทำให้ตะลึงลาน ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย “แม่นางรับปากมาเช่นนี้ ชุ่ยหงก็วางใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าสาบานว่าจะเก็บความลับเรื่องนี้ไว้ด้วยชีวิต”

“อี๋เหนียง* รองสำรับอาหารเตรียมเสร็จแล้ว ท่านรีบทานเถิดเจ้าค่ะ!” ยามนั้นเอง สาวใช้สกุลหวาทั้งสองนางก็ผลักประตูเดินเข้ามาข้างใน

“ตกลง” เซิ่งเสวี่ยได้ยินเช่นนั้นก็ชักมือที่แตะบ่าของชุ่ยหงกลับมาพลางส่งสายตาให้อีกฝ่าย

โชคดีที่ชุ่ยหงเป็นสาวใช้หัวไว นางพลันเข้าใจความหมาย รีบเอ่ยอย่างนอบน้อม “อี๋เหนียงรอง ให้บ่าวปรนนิบัติท่านทานอาหารนะเจ้าคะ”

“อืม” เซิ่งเสวี่ยให้ชุ่ยหงประคองไปนั่งที่โต๊ะแปดเซียน** ซึ่งทำจากไม้แดง ก่อนจะยกตะเกียบคีบอาหารด้วยท่าทางสง่างาม

สองสาวใช้สกุลหวาครั้นได้เห็นรูปโฉมของเจ้าสาวต่างเบิกตากว้างมองนางด้วยความตกตะลึง พวกนางอยู่มาจนป่านนี้แล้ว กลับเพิ่งจะเคยได้เห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้เป็นครั้งแรก คิ้วใบหลิวละเมียดละไมพาดอยู่เหนือเนตรงามใสกระจ่าง ขนตางอนยาวสั่นไหวเบาๆ ประหนึ่งผีเสื้อกระพือปีก สันจมูกโด่งตรง กลีบปากดุจเนื้อท้อหวานฉ่ำนุ่มเนียน รูปโฉมเช่นนี้ เมื่อปรากฏคู่กับชุดมงคลสีแดงสดปักลายนกยวนยางก็ยิ่งน่าหลงใหลมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้ท่วงท่ากิริยาของนางก็เปี่ยมไปด้วยความแช่มช้อยสูงสง่าที่ราวกับมีติดตัวมาแต่กำเนิด

เซิ่งเสวี่ยชำเลืองมองสาวใช้ทั้งสองผ่านทางหางตา ก่อนจะวางตะเกียบ แล้วเอ่ยถาม “พวกเจ้าสองคนชื่ออะไรกันบ้าง”

สาวใช้ทั้งสองคาดไม่ถึงว่าระหว่างเจ้าสาวกำลังทานอาหารจะหันมาถามพวกนางอย่างกะทันหัน ทั้งคู่จึงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสาวใช้ร่างอวบอิ่มก็คุกเข่าลงกับพื้น “บ่าวชื่อโต้วเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

สาวใช้อีกนางเห็นโต้วเอ๋อร์คุกเข่าก็รีบทำตามพลางตอบเสียงเจื้อยแจ้ว “บ่าวชื่อเจวียนเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

เซิ่งเสวี่ยได้ฟัง มุมปากกลับเหยียดยิ้มเย็นชา “พวกเจ้าทั้งสองจงใจทำให้ข้าโมโหหรือไร”

สาวใช้สองนางได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ครั้นเห็นรอยยิ้มเย็นชาบนดวงหน้างามล้ำของอี๋เหนียงก็รีบพูดออกมาโดยพร้อมเพรียง “พวกบ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”

“มิกล้า? เช่นนั้นก็คงเพราะพวกเจ้าโง่เขลากระมัง ข้าถามชื่อของพวกเจ้า พวกเจ้าก็ตอบเพียงแค่ชื่อกลับมาได้อย่างนั้นหรือ อย่าบอกนะว่ากระทั่งพวกเจ้าทำหน้าที่อะไรเคยรับใช้ผู้ใดมาก่อน ข้าก็รู้ไม่ได้เลยหรือ หากยังไม่ขบคิดคำพูดของข้าให้ลึกซึ้งเช่นนี้ต่อไป ภายภาคหน้าเมื่อมีปัญหาขึ้นมา พวกเจ้าจะรู้จักระมัดระวังตนได้อย่างไร”

เซิ่งเสวี่ยคลุกคลีอยู่ในวังหลวงมานานหลายปี นางรู้ดีว่าข้ารับใช้ที่เกิดใจคิดคดทรยศนั้นอันตรายถึงเพียงไหน ดังนั้นที่นางข่มขวัญสาวใช้ทั้งสองตรงหน้านี้ก็เพื่อตักเตือนให้พวกนางรอบคอบระมัดระวังมากขึ้น

โต้วเอ๋อร์กับเจวียนเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นพลันตื่นตระหนกลนลาน

เซิ่งเสวี่ยมองสีหน้าของพวกนางก็รู้ว่าอีกฝ่ายเพียงไร้เดียงสาและขาดความรอบคอบเท่านั้น ผลลัพธ์ไม่ผิดจากที่คาด คำตอบจากสาวใช้ทั้งสองยืนยันข้อสันนิษฐานของนางว่าถูกต้อง โต้วเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “อี๋เหนียงรองโปรดอภัยให้ด้วยเจ้าค่ะ บ่าวเพิ่งเข้ามาทำงานในคฤหาสน์เมื่อเดือนก่อน ตอนนี้เป็นเพียงสาวใช้ขั้นสี่เท่านั้นเจ้าค่ะ”

โต้วเอ๋อร์พูดจบ เจวียนเอ๋อร์ก็พูดต่ออย่างสั่นกลัวไม่แพ้กัน “บ่าวเองก็เช่นกันเจ้าค่ะ”

เห็นท่าทางตัวสั่นงันงกของพวกนางเช่นนั้น ชุ่ยหงก็อดมองสตรีผู้สวมรอยเป็นคุณหนูที่อยู่ตรงหน้าด้วยความนับถือไม่ได้ อีกฝ่ายเลือกใช้คำพูดเพียงประโยคเดียว ก็สืบสาวเรื่องราวของสองสาวใช้ออกมาได้จนหมดสิ้น

“ลุกขึ้นเถิด ในเมื่อพวกเจ้าเพิ่งเข้ามาใหม่ เช่นนั้นข้าก็พออภัยให้ได้!” เซิ่งเสวี่ยหยิบตะเกียบขึ้นกินอาหารอีกครั้ง ทำราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

“ขอบคุณอี๋เหนียงรองเจ้าค่ะ!”

โต้วเอ๋อร์กับเจวียนเอ๋อร์รีบลุกขึ้นยืนก่อนจะถอยไปยืนอีกด้าน สีหน้าท่าทางดูเคารพนบนอบยิ่งกว่าเดิม สภาพจิตใจก็แตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว ก่อนหน้านี้พวกนางมองสตรีตรงหน้าในฐานะคนนอกเท่านั้น ทว่ายามนี้กลับมองอีกฝ่ายอย่างกลัวเกรงในฐานะเจ้านายของตนจริงๆ

* อี๋เหนียง เป็นคำที่ใช้เรียกอนุภรรยา

** โต๊ะแปดเซียน เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ แต่ละด้านกว้างพอนั่งได้สองคน รวมเป็นแปดคน ทำจากไม้เนื้อดี ใช้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่มห้า บทที่หนึ่ง

บทที่หนึ่ง   ครุ่นคิดมาทั้งคืน นางก็ล้มเลิกที่จะปรับแก้เม็ดหอมเศร้าอาดูร นางเคยได้ดมกลิ่นเม็ดหอมเศร้าอาดูรของกู่ฉิน...

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่มห้า บทที่สี่

บทที่สี่   "...คิดไม่ถึงว่าไป๋ชิวคนนี้จะเป็นอัจฉริยะ เป็นพ่อที่ประมาทเอง” หลิ่วอู่เต๋อตรวจดูเม็ดหอมเศร้าอาดูรแต่ละห...

JamShop

เปิด Pre-Order นิยาย Guardian Vol.1 ที่ทุกคนรอคอยมาแล้วค่า

รายละเอียดการเปิด Pre-Order นิยาย 鎮魂 Guardian Vol.1 ที่ทุกคนรอคอยมาแล้วค่า สำหรับเรื่องนี้จะมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 24 ธ...

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอมเล่มห้า บทที่สอง

บทที่สอง   เมื่อมีเครื่องมือที่เพียงพอ มีอาจารย์ที่มีฝีมือสูงและวัตถุดิบเครื่องหอมสำเร็จรูปครบครัน ทุกสิ่งก็ราบรื่น...

jamsai.com