|
|
สัมภาษณ์ผู้ได้รับรางวัล Jamsai Award สนามความคิด...สะกิดไอเดียรัก ประจำปี 2550
ประเภทภาพประกอบหนังสือ รางวัลเกียรติยศชนะเลิศ คุณชัชพล อัศรานุรักษ์ ชื่อผลงาน : หัวใจ 3 ฤดู Q : ทำไมถึงตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวดในประเภทภาพประกอบหนังสือ A : เนื่องจากตัวผมเองสนใจและฝึกฝนในงานวาดภาพและออกแบบต่าง ๆ อยู่แล้ว และเป็นช่วงเวลาที่ตัวผม ให้ความสนใจและฝึกฝนอย่างจริงจังมากขึ้น มีความต้องการที่แสดงฝีมือและความสามารถให้ทาง สาธารณะได้เห็นกันบ้าง จังหวะนั้นเอง ทางบริษัท Jamsai ได้เปิดเวทีงานประกวดนี้ขึ้นมา โดยมีประกวดงาน ประเภทภาพประกอบหนังสือ จากที่เคยลองติดตามดูพวกงานภาพประกอบ ซึ่งน่าสนใจอยู่มิใช่น้อย เมื่อ มาลองนั่งคิดงานดูแล้ว ปรากฏว่าได้แนวความคิดหลัก ๆ มาเบื้องต้นทันทีดังนั้นจึงเห็นว่า น่าจะลองพัฒนา แนวความคิดต่อไปและส่งเป็นผลงานเข้าประกวด Q : กับแนวความคิด 'คือรัก' คิดถึงอะไรในการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ A : เมื่อได้รับโจทย์ และลองมานั่งไตร่ตรอง ผมก็สรุปกับตัวเองได้ว่าจะใช้แนวความคิดหลักที่จะเป็นการนำเสนอ เรื่องราวของความรักในมุมมองที่มองไกลตัวออกไปอีก มองไปรอบตัวว่าเราจะมีวิธีการ "คือรัก" ได้อย่างไร บ้าง และประกอบกับว่า จากข่าวสารในโลกปัจจุบันที่กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองเรา และ เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ว่าด้วยเรื่องของโลกร้อนขึ้น จึงได้นำไปสู่แนวความคิดในเชิงรายละเอียดต่อมา Q : ผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร A : แรงบันดาลใจที่นำไปสู่ลักษณะของงานของผมคงไม่สามารถบอกได้ตายตัวเพราะ ได้รับแรงบันดาลจาก หลายสิ่งหลายอย่าง ตามหัวข้อของวัตถุดิบ แต่ถ้าพูดถึงตัวอย่างงานในเรื่องการนำเสนอและการใช้สีสัน สำหรับงานประเภทภาพประกอบของหนังสือ ( เป็นกรณีศึกษา ) ที่นำมาสู่แรงบันดาลใจนั้น จะมาจาก งานของคุณจิมมี่ เหลา นักเขียนชาวเกาหลี สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานภาพประกอบหนังสือจะรู้จักกันเป็น อย่างดี Q : อะไรคือวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ A : ส่วนใหญ่มาจากการสังเกต เรื่องราวและภาพเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน สภาพแวดล้อมรอบตัว ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน สถานที่ทำงาน งานศิลปะ ภาพถ่าย เหตุการณ์และ ข่าวสารบ้านเมือง ฯลฯ Q : ใครเป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์ผลงาน A : บุคคลทุกท่านที่เป็นผู้ที่สร้างผลงานทางด้านงานวาด ทั้งงาน CG (computer graphic) , งาน HANDMADE (งานจำพวกงานวาดเส้น งานลงสีด้วยวิธีการต่าง ๆ), งานภาพประกอบหนังสือต่าง ๆ, งานการ์ดเกม , บอร์ดกิจกรรมต่าง ๆ ฯลฯ ดังนั้น งานของท่านๆ เหล่านี้ที่ได้เห็น ๆ กัน จึงเป็นแรงผลักดันอย่างดีที่ทำให้ ผมต้องพัฒนาฝึกฝนฝีมือของตนเองให้สามารถแสดงแนวความคิดของตนเองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น Q : ความยากง่ายในการวาดภาพประกอบหนังสือ A : ในความคิดของผม การที่เราจะสร้างผลงานภาพออกมาสักชิ้นหนึ่งได้ แบ่งออกมาเป็น 2 ส่วน คือ 1. แนวความคิด ประเด็นหลักที่จะกล่าวถึง เป็นความหมายหลักของภาพที่จะสื่อ แล้วแต่ว่าเราต้องการจะสื่ออะไร เป็นประเด็นที่น่าสนใจหรือไม่? เป็นประเด็นที่สร้างสรรค์หรือไม่? ฯลฯ จุดนี้แล้วแต่ มุมมองของแต่ละคนครับ 2. ลักษณะของงานและวิธีการนำเสนอ ที่ช่วยให้ผู้ดูเกิดสุนทรียภาพ และคล้อยตาม สามารถทำความเข้าใจ เนื้อหาและเรื่องราวของภาพได้ง่าย ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการไม่เหมือนกัน
จากตรงนี้ สำหรับผมค่อนข้างใช้เวลานานครับ นานมาก อาจจะเนื่องจากเป็นงานประกวดแข่งขันด้วย แล้วผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถจับทางและตีโจทย์ของงานประกวดได้ถูกต้องหรือเปล่า? เราจะมีแนวความคิดที่สร้างสรรค์ไหม? สไตล์งานเราจะสามารถผ่านกองประกวดขั้นต้น ( ที่โจทย์ว่าด้วยต้องการงานสไตล์ของแจ่มใส ) หรือไม่? ฯลฯ สารพันปัญหาจนบางที คิดเกินเลยมากไป พาลทำให้กำลังใจถดถอยก็มี แต่สุดท้ายก็ลองลุยส่งเข้างานประกวดครับ
รุ่นใหม่ในยุคโลกาภิวัฒน์อย่างนี้ มีเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้น และเจาะกลุ่มเฉพาะมากขึ้น อาจจะ เนื่องมาจาก เด็กสมัยใหม่ มีทัศนะที่เปิดกว้างรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะจากโลกของ INTERNET ในเรื่องของแรงบันดาลใจและจินตนาการ ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจาก เรื่องราวของการ์ตูน ที่ ค่อนข้างครอบคลุมทั่วโลก ทำให้แนวความคิดของเรื่องดูแปลกแยกออกไปจากความเป็นจริง ตื่นเต้น ประทับใจ สนุกสนาน ลึกลับ ซับซ้อน ในเรื่องรายละเอียด ผมเชื่อว่า ทุกคนมีความตั้งใจในการสร้างผลงาน ดังนั้นไม่ว่าผลงานจะออกมา เป็นอย่างไร ก็ถือว่ากำลังพัฒนาไปครับ อยากแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอย่างหนึ่ง คือ จากการที่ผมได้คุยกับเพื่อนที่ทำงานอยู่ทางด้าน อนิ
เมชั่น และจากการอ่านงานวรรณกรรมของคุณวินทร์ เลียววาริณ ทำให้ได้ข้อสังเกตอยู่ข้อหนึ่ง คือ
วรรณกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์หรือ SCI-FI ของไทยเรามีไม่ค่อยมาก ซึ่งเป็นแนวเรื่องที่ท้าทายไม่ใช่น้อย
เป็นเรื่องราวที่อ้างอิงถึงสภาพความเป็นอยู่ในยุคสมัยหนึ่ง ๆ ที่ค่อนข้างอ้างอิงกับความเป็นจริง ตัวอย่างที่
รู้จักกันดีก็เช่น STARWAR , THE MATRIX เป็นวรรณกรรมที่รวมศาสตร์ต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ
วิทยาศาสตร์ แต่รวมไปถึง ศิลปกรรม แพทย์ศาสตร์ จิตวิทยา สถาปัตยกรรม ฯลฯ ซึ่งอาจจะลงลึกไปถึง
เรื่องเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยมและความเชื่อ ศาสนา ปรัชญา ศิลปะและวัฒนธรรม ฯลฯ (ในเรื่อง
รายละเอียดลองถามผู้ที่รู้จริงครับ) จึงอยากจะกล่าวถึงมา ณ ที่นี้
|