Connect with us

Jamsai

นิยายอินไซด์

‘ในม่านกาล’ กับ 5 โมเมนต์ชวนฟินที่จะทำให้คุณเขิน

ถ้าพูดถึงนิยายที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นๆ ในใจ ตอนนี้ต้องนึกถึงเรื่อง ‘ในม่านกาล’ ผลงานของ ‘ราตรีนิมิต’ ที่กล่าวถึงเรื่องราวระหว่าง ‘หม่อมเจ้าดิเรกภาสกร ภานุวรรธน์ หรือ ท่านภาค’ กับ ‘ไลลา’ สาวลูกครึ่งไทย - อเมริกัน กับความรักที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความฝันของไลลา

ก่อนที่เธอถูกรถชนจนดวงวิญญาณกลับไปในอดีตเมื่อหกสิบกว่าปีก่อนทำให้ได้เจอกับท่านภาค แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องไปติดตามกันต่อในเล่ม แต่วันนี้จะขอหยิบโมเมนต์ในเล่มมาให้ฟินกันก่อน

 

#1 ฉันมีแต่ท่านภาค

“โธ่ ท่านภาคคะ! ฉันตามหาตั้งนาน ดีนะนึกขึ้นได้ว่าที่นี่มีสวนกระจก มานั่งตอนเช้าๆ คงจะได้บรรยากาศดีเลยคิดไปว่าท่านภาคอาจอยู่ในนี้”
“ตามหาฉันทำไม”
น้ำเสียงไม่อินังขังขอบทำเอาคนฟังยู่ปาก บ่นหงุงหงิงแก้เก้อ
“ก็ฉันมีแต่ท่านภาคนี่คะ ถ้าไม่ให้หาท่านแล้วฉันจะไปหาใครเล่า”

 

#2 ก็บอกแล้วจะอยู่ด้วยกัน

“ท่านภาค ...เปียกหมดแล้วนะคะ”
ไลลาอดยู่ปากไม่ได้ ตัวเธอเป็นวิญญาณ ไม่ต้องเจ็บต้องไข้ แม้แต่น้ำฝนก็ทำอะไรไม่ได้ ...แต่กับชายหนุ่มนั้นต่างกัน เหตุใดจึงลงมายืนตากฝนกับเธอทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองจะต้องเปียกปอนเช่นนี้ด้วย
“เปียกก็เปียกสิ ฉันสนใจที่ไหน” เขาจ้องเธอนิ่ง
“ก็บอกแล้วว่าจะอยู่ด้วยกัน”
เพียงเท่านั้น ความอบอุ่นก็พลั่งพลูเข้าไปในใจคนฟัง เสียงหัวใจพลันเต้นรัวเร็วจนสายฝนรอบกายไร้ซึ่งความหมายใดๆ ยิ่งเมื่อหม่อมเจ้าดิเรกภาสกรขยับเข้ามาใกล้ สมองก็อื้ออึงจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

 

#3 ฉันก็จะไม่ปล่อยให้ท่านภาคหนีไปไหนเหมือนกัน

“ท่านภาคทำอะไรคะ”
เสียงทุ้มทอดตอบแผ่วเบา
“บังแดดให้ ..หลับต่อเถอะ ฉันไม่หนีเธอไปไหนหรอก”
เพียงเท่านั้น ไลลาก็ระบายยิ้มกว้างอย่างที่ทรงคิดว่าควรมีให้กับพระองค์เพียงคนเดียว หล่อนทำท่าคล้ายจะเอ่ยอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็ยอมหลับตา พึมพำต่อในลำคอ มือบางเอื้อมมาเกี่ยวชายฉลองพระองค์ไว้ราวเด็กๆ
“ฉันเองก็จะไม่ปล่อยให้ท่านภาคหนีไปไหนเหมือนกัน”
พระพักตร์รูปสลักแย้มสรวล สายพระเนตรที่ทอดมองอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง
...ฉันไม่มีทางทิ้งเธอไปไหนหรอก แม่ตัวดี ...มีแต่เธอนะสิ ไม่รู้จะทิ้งฉันไปตอนไหน

 

#4 รักหนึ่งเดียวนี้จะยังภักดีตลอดไป

“วันใดวันหนึ่งข้างหน้าฉันก็ต้องตาย ...ยิ่งเร็วยิ่งดีไม่ใช่หรือ จะได้ใกล้ชิดกับเธอตราบนานเท่านาน”
ไลลาเผลอจิกเล็บลงไปบนแขนของเขา รู้สึกวาบหวิวกับคำเอ่ยนั้น
“ถ้าท่านภาคพูดแบบนี้อีก ฉันจะโกรธแล้วนะ”
“ถ้าลองได้ผูกหัวใจไว้กับใครสักคนอย่างแน่นหนัก เราจะรู้เองว่าสิ่งที่เชื่อมโยงนั้นไม่ได้มีแค่ความรัก ...แต่หมายถึงทั้งชีวิต ทั้งจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นก็อย่าถือสาฉันเลย ปล่อยให้ฉันเมามายอย่างเต็มใจเช่นนี้ต่อไปเถิด วันข้างหน้าถ้าจะมีสิ่งใดดับสลายก็คงเป็นเพียงกายเนื้อเท่านั้น ...รักหนึ่งเดียวนี้จะยังภักดีตลอดไป ...ไม่ดับสูญ”

 

#5 หากจะหยามว่าฉันเป็นคนโง่คลั่งรัก ฉันก็ยินดีรับคำเสียดสีนั้นอย่างเต็มใจ

...เธอจะอยู่ที่นี่ อยู่กับเขา!
จะความลับของเวลาหรือปริศนาที่ซุกซ่อนไว้ของจักรวาลล้วนไม่สำคัญ
แค่ตอนนี้มีท่านภาคข้างกาย ...ไลลาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...
เมื่อเห็นว่าคู่สนทนานิ่งงันไป หม่อมเจ้าดิเรกภาสกรก็กระชับอ้อมกอดเข้าอีกครั้งก่อนเอ่ย
“ฉันจะตามไป ...จะกี่ภพกี่ชาติก็จะตามติดเพียงคนดีของฉันคนเดียว หากจะหยามว่าฉันเป็นคนโง่คลั่งรัก ฉันก็ยินดีรับคำเสียดสีนั้นอย่างเต็มใจ”
ร่างระหงพลิกกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีแปลกคู่นั้นจ้องเข้าไปในกระแสสีนิลลึก ราวจะจารจำคำพูดให้แน่นหนักทุกถ้อยคำ
“ท่านภาค ...ฉันก็เหมือนกัน ...จะรักแต่ท่านภาคคนเดียว”

นี่เป็นแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งความหวาน ความอบอุ่นในเล่ม ถ้าอยากสัมผัสแบบเต็มสามารถช็อป ‘ในม่านกาล’ ได้ที่ บูธแจ่มใส และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศJamClub, JamShop

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in นิยายอินไซด์

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 11

บทที่สิบเอ็ด   "ไป...ไป!" คนบังคับรถตวัดแส้ม้าอย่างแรง ม้าสีแดงพุทราด้านหน้ารถก็ส่งเสียงร้องยาว พลางขยับเท้าลากรถม้าให้เ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 2

บทที่สอง   เมียหม่าหย่งเย็บแก้เสื้ออยู่ใต้แสงตะเกียง หม่าหย่งพลิกตัว แล้วมองท้องฟ้าด้านนอก "แม่จู้จื่อ นอนเถอะ" "ใก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 3

บทที่สาม   มู่หวั่นชิวตักอาหารหมูมาจนเต็มตะกร้า แล้วแบกกลับมาอย่างยินดี ในตะกร้านอกจากพวกผักโขมและผักโขมหินที่หมูกิ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 7

บทที่เจ็ด   "เวลาในการขอฝนได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าเลยเวลาจะถือว่าทำผิดต่อฟ้า" ขณะที่มู่หวั่นชิวกำลังครุ่นคิดอยู่ ก็ได...