Connect with us

Jamsai

LOVE

ทดลองอ่านนิยาย ปางบุญ บทที่ 1 – บทที่ 2

หน้าที่แล้ว1 of 12

 

บทนำ

ฉันจะไม่ยอมแพ้

หญิงสาวบอกตัวเองด้วยสติอันเลือนราง รู้สึกเหมือนจะบ่นพึมพำออกไปมากมายตามที่ใจคิด แต่กลับไม่มีสิ่งใดหลุดลอดออกจากปาก ท่ามกลางความเงียบงันได้ยินเพียงเสียงหอบถี่กระชั้นของตัวเอง เรี่ยวแรงที่เหลือเพียงพอแค่หายใจเข้าออกเท่านั้น แม้อยากจะสูดลมหายใจเข้าแรงๆ ให้ออกซิเจนชุ่มปอดแต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะหน้าอกหนักอึ้งราวกับถูกบางสิ่งหนาหนักทับเอาไว้ทั้งที่บนตัวมีเพียงผ้าห่มผืนเดียวเท่านั้น

ปลายนิ้วมือเรียวขยับหมายจะเอื้อมไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง หากแขนกลับไม่อาจเขยื้อนตามใจคิด สุดท้ายก็ต้องละความพยายาม…ครู่หนึ่งจึงได้ยินเสียงกุกกักอยู่บริเวณประตูห้องนอน

เป็นเขาใช่ไหม คนที่เธอคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกคนนั้น

ชายหนุ่มหมุนลูกบิดประตูด้วยความเร่งรีบจนสองมือสั่นเทา…ร้อนใจเพราะการยืนอยู่ด้านนอกเช่นนี้กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นบางอย่างแทรกซึมผ่านช่องประตู เป็นกลิ่นเหม็นไหม้ที่เหมือนจะอบอวลอยู่ภายในห้องมานาน ครั้นประตูบานใหญ่แสนหนักอึ้งในความรู้สึกเปิดอ้า กลิ่นนั้นก็ยิ่งคละคลุ้งพุ่งออกมา เมื่อหลงสูดเข้าไปโดยไม่ทันตั้งตัวแล้วทำเอารู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาทันที

สัญชาตญาณระวังภัยของเขาเริ่มทำงานเต็มที่เพราะรู้ได้ว่ามี ‘บางสิ่งที่ไม่ปกติ’ อยู่ภายในนั้น

ภายในห้องไร้ซึ่งแสงไฟจึงทำให้บรรยากาศดูเลือนราง ราวกับยืนอยู่ในค่ำคืนที่มืดมิดไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ส่อง ร่างสูงใหญ่เอื้อมมือไปเปิดไฟในห้องโดยอัตโนมัติ ปรากฏแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีพร้อมกับที่เขาได้ ‘เห็น’ ต้นเหตุของกลิ่นเหม็นไหม้ตลบอบอวลนั้นเอง!

เรือนร่างบอบบางทอดกายอยู่บนเตียงอย่างสงบนิ่ง มีผ้าห่มคลุมร่างเอาไว้ให้เห็นเพียงใบหน้า ช่วงอก และท่อนแขนเรียวทั้งสองข้างที่โผล่พ้นผ้าออกมา ให้ความรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจะสามารถจมหายไปในที่นอนหนานุ่มได้อย่างไรอย่างนั้น…ทว่ากลิ่นเหม็นอันโดดเด่นนั้นกลับไม่ได้มาจากตัวเธอ มันมาจากเงาดำทะมึนที่คร่อมทับอยู่บนหน้าอกต่างหาก

คนมองอยากจะให้คำจำกัดความมันว่าเป็นโครงกระดูก แม้จะไม่ใช่โดยสิ้นเชิงทว่าก็ไม่ต่างอะไรเลย เพราะผิวเนื้อล้วนไหม้เกรียม…ที่พอเหลืออยู่ก็ติดกระดูกเป็นตะปุ่มตะป่ำ บางส่วนที่ไร้เนื้อหนังยังเห็นกระดูกขาวๆ โผล่ออกมา

ร่างดำเป็นตอตะโกนั้นนั่งทับหญิงสาวเอาไว้ มือทั้งสองข้างที่เหลือแต่ข้อกระดูกกลับมีเล็บยาวงอกออกมากดท่อนแขนทั้งสองข้างของคนที่นอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มเห็นภาพนั้นแล้วต้องรีบหลับตาเพื่อข่มกลั้นโทสะ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งจึงประสานสายตากับนัยน์ตาแดงก่ำซึ่งเรืองรองดั่งลูกไฟเล็กๆ คู่หนึ่ง

แต่ใครเลยจะคาดคิด…เจ้าของดวงตาสีแดงมีท่าทีผงะไปในทันทีทันใด คล้ายดั่งพานพบกับอะไรบางอย่างที่เปี่ยมพลังจนน่ากลัวเสียยิ่งกว่าภูตผีเช่นมันเสียอีก

“ออกไป!”

น้ำเสียงเปี่ยมอำนาจตวาดก้อง วินาทีที่เจ้าตัวเอ่ยประโยคนั้นพลันบังเกิดแสงสีขาวกระจ่างพุ่งออกไปโดยที่คนพูดไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ ก่อนจะกระแทกเอาโครงกระดูกที่เป็นสีเขม่ากระเด็นกระดอนตกจากเตียงไป บางสิ่งที่ไร้ชีวิตทำท่าจะถอยจากด้วยความหวาดผวาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่าหากถอยก็เท่ากับต้องเผชิญแรงเกรี้ยวกราดจากผู้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคนตรงหน้านี้หลายเท่านัก

พริบตาต่อมา…เงาร่างดำทะมึนพุ่งตัวเข้ามาหาเรือนกายแกร่งด้วยความเร็วสูง ชายหนุ่มยกแขนขึ้นป้องกันด้วยสัญชาตญาณแล้วปัดเงานั้นออกไป วิญญาณร้ายสัมผัสร่างกายเขาได้เพียงแผ่วๆ เสียงกรีดร้องของมันก็ดังโหยหวนขึ้นมาอย่างยาวนานราวกับเจ็บปวดและทรมานอย่างถึงที่สุด

น่าเสียดาย…มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน

โครงกระดูกสีดำถูกปัดกระเด็นไปทางมุมห้องเพียงแวบเดียวแล้วมันก็หายไป หลงเหลือเพียงกลิ่นเหม็นจางๆ ร่างสูงรีบเดินไปที่เตียงนอนเพื่อให้เห็นหญิงสาวชัดเจนขึ้น เมื่อฝ่ามือสัมผัสที่แก้มและหน้าผากอีกฝ่ายก็รู้สึกถึงความร้อนจัด เจ้าของวงหน้ารูปไข่ที่ดูซูบลงเป็นอย่างมากเปิดเปลือกตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ครั้นเห็นว่าเป็นใครที่บุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้ก็บีบเค้นเสียงให้หลุดลอดออกมาอย่างอ่อนแรง

“ช่วย…ด้วย”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังมีสติรับรู้ที่ดีอยู่ หัวใจของเขาที่เต้นรัวเร็วเพราะความกดดันจึงผ่อนคลายลง บอกเสียงเข้มด้วยหางเสียงเจือแววกรุ่นโกรธ

“ผมก็ช่วยคุณมาตั้งนานแล้วไง…”

ริมฝีปากบางที่แสนซีดเซียวคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ

“ตั้งแต่นี้ต่อไปผมขอสั่งห้ามคุณอยู่ห่างจากผมแม้แต่วินาทีเดียว”

พูดจบจึงช้อนเรือนร่างบอบบางไว้แนบอก โอบอุ้มอีกฝ่ายออกไปจากห้องโดยไม่ทันได้ยินถ้อยคำแผ่วเบาที่ปลิวมากับสายลม

“สูกึ๊ดว่าจะช่วยได้ตลอดไปก็คอยดู!”

หน้าที่แล้ว1 of 12

Comments

comments

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in LOVE

บทความยอดนิยม

ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์

ทดลองอ่าน ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ ตอนที่หนึ่ง

ตอนที่หนึ่ง   อากาศในเดือนสองเสมือนมีเทพเซียนจุติลงมาเป่าลมหายใจอันแผ่วเบา ทำให้ไอเย็นที่ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหนิงเฉิ...

คู่อุ่นไอร่ายรัก

ทดลองอ่านคู่อุ่นไอร่ายรัก บทที่สาม

บทที่ 3 คนบอกโมงยามเคาะกรับไม้ เวลานี้ยามสี่แล้ว ด้วยสาเหตุใดก็มิทราบได้ นางตื่นขึ้นมากลางดึก พระจันทร์นอกหน้าต่างเคลื่อ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่ม 6 ตอนที่ 1

ตอนที่ 1   ขณะที่ดอกไม้บานและร่วงโรยลงไปนั้น ราวกับทุกคนได้ผ่านสังสารวัฏแห่งชีวิตมาด้วยตนเอง ไม่อาจใช้คำพูดใดมาบรรยายได้...

คู่อุ่นไอร่ายรัก

ทดลองอ่านคู่อุ่นไอร่ายรัก บทที่สี่

บทที่ 4 นางพบเขาอีกครั้งที่นอกเมือง วันนั้นท้องฟ้ามีเมฆหนาและลอยต่ำมาก หลายวันนั้นฝนตกอยู่เสมอ พอเห็นฝนหยุด นางก็รีบเปลี...

jamsai.com