Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่านนิยาย โฉมสะคราญล่มเมือง เล่ม 1 บทที่ 5-บทที่ 6

หน้าที่แล้ว1 of 22

บทที่ห้า

 

ใบไม้โรยดอกไม้ผลิกุหลาบพันปี หาใช่มีสิ่งใดเหลือบนโลกหล้า

เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ในสระน้ำไม่มีเงาของดอกบัวอยู่แล้ว ใบเฟิง* สีแดงเพลิงลอยอยู่เหนือผิวน้ำ หมุนวนไปตามระลอกน้ำ นับเป็นภาพความงามอันพิเศษภาพหนึ่ง เมื่อคืนหากไม่รู้ว่าดอกไม้ร่วง วันนี้คงไม่มีทุกข์ในใจ

สิ่งที่ตนเองทำคงเป็นสิ่งถูกต้องกระมัง เขาเป็นศัตรูของแคว้นฉี่หลิง ถ้าปล่อยเสือกลับภูเขา ต่อไปจะมีคนต้องเสียสละชีวิตมากยิ่งกว่า นางไม่ได้ทำผิดอะไร กุยหวั่นบอกตนเองเช่นนี้มาตลอด ทำให้ความกังวลใจสงบลงได้

“กุยหวั่น” น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นไม่ไกล น้ำเสียงอบอุ่นใจคนเช่นนี้ นอกจากสามีของนางแล้วก็ไม่มีใครอีก

นางค่อยๆ หันหน้าไปมองดูโหลวเช่อเดินมาจากระเบียงทางเดิน เหมือนอยู่ในม่านหมอก กุยหวั่นย้อนคิดในทันใดว่าสองสามวันนี้ช่างเหมือนกับความฝัน ได้แต่ยกมุมปากยิ้มให้เขา “เลิกประชุมแล้วหรือ”

โหลวเช่อเห็นรอยยิ้มของนางแล้วก็นึกถึงกุยหวั่นที่เพิ่งกลับมาเมื่อคืนตอนฟ้าใกล้สาง ประโยคแรกที่พูดตอนเจอเขาแฝงความเศร้าใจและเหนื่อยล้า ‘ข้ากลับมาแล้ว เหนื่อยมากเลย’ เขาไม่รู้ว่าสองสามวันมานี้นางเจอกับเรื่องอะไรกันแน่ แต่นางไม่พูด เขาก็ไม่ถาม แม้จะรู้ดีแก่ใจว่านางใช้สายสืบและองครักษ์ในจวน แต่เขาเคยให้สัญญาไว้ว่าการกระทำทุกอย่างของนาง เขาจะไม่สอบถามมากความ แค่ยกโทษให้ก็พอ

โหลวเช่อหยิบชามที่วางบนระเบียงทางเดินด้วยท่าทีอ่อนโยน เห็นมันยังอยู่ที่เดิมไม่ขยับจึงสอบถามว่า “ไยไม่กินโจ๊กนี้เล่า ไม่ถูกปากหรือ”

“เพราะข้าไม่หิวเอง” กุยหวั่นยิ้มน้อยๆ แววตามีประกายประหลาด นางเผยอปากเล็กน้อยเหมือนกำลังชั่งใจอะไรอยู่ ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยปากพูด “ระยะนี้ในราชสำนักมีเรื่องใหญ่อะไรหรือไม่”

โหลวเช่อมองหน้ากุยหวั่นอย่างตกใจ ในดวงตาแฝงความประหลาดใจและสงสัย “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าก็สนใจงานในราชสำนักเช่นกัน”

กุยหวั่นได้ฟังคำของโหลวเช่อก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

ส่วนโหลวเช่อก็มองหน้านาง รู้สึกว่านางในวันนี้มีคำพูดมากมายไม่ได้พูดออกมา ดูเหมือนเศร้าใจและสับสนใจอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีความรู้สึกซึมเศร้าบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ด้วยทนไม่ไหวเขาจึงเอ่ยปากพูดขึ้น “ในราชสำนักเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ” สังเกตเห็นว่ากุยหวั่นให้ความสนใจกับคำพูดนี้ เขาจึงพูดต่อไป “เมื่อวานแม่ทัพหลินตามจับองค์ชายเผ่าหนู่ ผลปรากฏว่าปล่อยให้เขาหนีไปได้”

กุยหวั่นเงยหน้าขึ้นแล้วถามอย่างไม่มั่นใจ “หนีไปได้?”

“อืม เดิมทีเป็นนกติดบ่วงแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าระหว่างทางจะมีคนเผ่าหนู่โผล่ออกมาช่วย ดังนั้นจึงจำต้องปล่อยให้เขาหนีไปได้” ในน้ำเสียงแฝงความเสียดายเอาไว้อย่างยิ่ง

* ใบเฟิง หมายถึงใบเมเปิ้ล

หน้าที่แล้ว1 of 22

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทนำ-บทที่ 1

บทนำ   "ซานหลาง...ซานหลาง..." เมื่อความรู้สึกอันน่าหลงใหล ความต้องการอันไร้ที่สิ้นสุดนั้นถาโถมเข้ามาระลอกแล้วระลอกเ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 11

บทที่สิบเอ็ด   "ไป...ไป!" คนบังคับรถตวัดแส้ม้าอย่างแรง ม้าสีแดงพุทราด้านหน้ารถก็ส่งเสียงร้องยาว พลางขยับเท้าลากรถม้าให้เ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 2

บทที่สอง   เมียหม่าหย่งเย็บแก้เสื้ออยู่ใต้แสงตะเกียง หม่าหย่งพลิกตัว แล้วมองท้องฟ้าด้านนอก "แม่จู้จื่อ นอนเถอะ" "ใก...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม บทที่ 3

บทที่สาม   มู่หวั่นชิวตักอาหารหมูมาจนเต็มตะกร้า แล้วแบกกลับมาอย่างยินดี ในตะกร้านอกจากพวกผักโขมและผักโขมหินที่หมูกิ...