Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 

นักเขียนนักแปล

ประวัตินักเขียน

1)       หนูแยม: สวัสดีค่ะ หนูแยมขอเป็นตัวแทนชาวแจ่มใสมาพูดคุยทำความรู้จักนักแปลคนเก่ง ที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวสนุกๆ น่าประทับใจจากต่างประเทศมาเป็นภาษาไทยให้เราได้อ่านกันนะคะ อันดับแรกก็ต้องแนะนำตัวกันสักนิดค่ะ ในวงการใช้นามปากกาว่าอะไรบ้างคะ หรือจะแนะนำชื่อจริงก็ไม่ว่ากันนะ
นักแปล :คารวะบรรดานักอ่าน แฟนนิยายและทีมงานแจ่มใส ผู้น้อย ‘หยกชมพู’ เพิ่งถือกำเนิดตัวแดงๆ ด้วยผลงานชิ้นแรก ‘ชายาสุดเสน่หา’ กับสำนักพิมพ์แจ่มใส ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยเจ้าค่ะ
 
2)       หนูแยม: นามปากกาเก๋ๆ แบบนี้ มีที่มาจากไหนหรือคะ
นักแปล :เริ่มต้นมาจากการไปเยี่ยมชมงานแสดงพิพิธภัณฑ์หยกที่นครเซี่ยงไฮ้ แล้วทันทีที่ได้เห็นก้อนหยกสีชมพูอ่อนแสนสวยก้อนกลมดิ๊ก ขนาดใหญ่เบิ้มเกือบเท่าลูกบาสเกตบอลที่ใช้วางแสดงอยู่ที่ด้านหน้าของงานก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า “สักวัน...สักวันหนึ่งเถอะ จะไปปล้น!เฮ้ย!ไม่ใช่ๆ จะเอาก้อน ‘หยกสีชมพู’ แบบนี้มาทำอะไรสักอย่าง” ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นนามปากกาในผลงานนิยายแปลจีนกับแจ่มใสนี่ล่ะเจ้าค่ะ
 
3)       หนูแยม: ปกติแล้วแปลแนวอะไรบ้างคะ และคิดว่าแนวที่แปลมีเสน่ห์ยังไงบ้าง
นักแปล :แปลแนวมากกว่ารักค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบนิยายแนวน่ารักๆ ฮาๆ  อ่านสนุก และมีสาระสอดแทรก  เมื่ออ่านจบแล้วทำให้มีรอยยิ้มได้... โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิยายแปลจีนที่มีบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก + แฟนตาซีและมีพระเอกหล่อ... ยกตัวอย่างเช่น ‘ท่านอาจารย์ไป๋จื่อฮว่า’ แห่งตำนานรักเหนือภพที่แปลโดยคุณพริกหอม (เนื้อที่โฆษณา) ผู้หล่อเหลางดงามสง่าเลิศล้ำเหนือใครในสามภพ (ซี๊ดดดด น้ำลายไหล) หยกชมพูอินจัดถึงขนาดไปตัดชุดแต่งงาน...เอ๊ย! แต่งตามอย่างท่านอาจารย์เชียวนะเจ้าค่ะ (รีบแก้คำด่วน เพราะฮวาเชียนกู่ชักกระบี่ตัดอาลัยออกมารอสับแล้ว T^T)
 
4)       หนูแยม: นอกจากงานแปลแล้ว ทำงานอื่นควบคู่ไปด้วยหรือเปล่าคะ แล้วต้องแบ่งเวลาทำงานยังไงบ้าง
นักแปล :ตอนกลางวันทำงานประจำค่ะ ส่วนตอนกลางคืนก็ทำงานเขียนหนังสืองานแปล แต่ถ้าเจ้านายเผลอหยกชมพูก็จะมีแอบเอางานที่ตัวเองรักไปทำแทรกสลับกับงานประจำเพื่อเป็นสีสันให้แก่ชีวิต (ความลับนะคะ อย่าไปบอกใครล่ะ ถ้าเจ้านายจับได้หยกชมพูตายแหงแก๋)
 
5)       หนูแยม: เวลาทำงานเครียดๆ มีวิธีจัดการกับความเครียดยังไงคะ
นักแปล :นอนค่ะ แบบเดียวกับ ‘เฉียนอิ๋นอิ๋น’ ในเรื่องเจ้าสาวนิทราที่แปลโดยคุณเสี่ยวเฟิงหลิง (เนื้อที่โฆษณาอีกแล้ว) มีคนเคยบอกว่าหยกชมพูเหมือนนางเอกเรื่องนี้เป๊ะเลย! (แค่เรื่องนอนเก่งอย่างเดียวนะเจ้าคะ -_-“ ) นอนหลับให้หัวสมองได้พักสักตื่น ตื่นมาแล้วสมองก็แจ่มใส เดี๋ยวก็คิดอะไรต่อมิอะไรได้ออกเองนั่นแหละ ^^
 
6)       หนูแยม: คิดว่าการแปลนิยายให้อะไรกับเราบ้างคะ
นักแปล :สำหรับหยกชมพูการแปลนิยายจีนให้ประโยชน์แบบ SME ได้แก่
1)       Sharing…เป็นการแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ ที่เราไปอ่านเจอมาให้เพื่อนนักอ่านได้ร่วมสนุกและเม้าท์มอยกัน
2)       Myth…คือการได้เรียนรู้เกี่ยวกับตำนานวัฒนธรรมต่างๆ ประเพณี ความเชื่อ ตลอดจนสำนวนและบทกลอนที่มีชื่อเสียงต่างๆ ผ่านเรื่องราวที่มีความรักสนุกสนาน ยกตัวอย่างเช่น ในหนังสือเรื่อง “รักประดับใจ” ที่แปลโดยคุณมดแดง (เนื้อที่โฆษณาอีกครั้ง) ที่ทุกบทจะมีการขึ้นต้นด้วยบทกลอนจีนที่ไพเราะ เนื้อหาสนุกน่ารัก (โดยเฉพาะพระเอก...อีกแล้ว) สอดแทรกด้วยความรู้เกี่ยวกับงานเทศกาลรื่นเริงต่างๆ ของจีน ค่านิยมและความเชื่อของคนโบราณ (สามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม)
3)       Earning….คือมีเงินพิเศษไว้ซื้อหนังสือนิยายอ่านมากขึ้น (ข้อนี้สำคัญมากๆ)
 
7)       หนูแยม: โดยส่วนตัวแล้ว ชอบอ่านเรื่องแนวไหน หรือชอบตัวละครแบบไหนเอ่ย
นักแปล :อย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้น หยกชมพูชอบนิยายที่น่ารักๆ ฮาๆ อ่านสนุกและมีสาระที่เมื่ออ่านจบแล้วทำให้มีรอยยิ้มตามหลังมาได้ โดยเฉพาะเรื่องไหนที่มีนางเอกมีคาแรคเตอร์ใกล้เคียงกับตัวเอง (ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอวยเข้าข้างตัวเองทั้งนั้น ประมาณว่านี่แหละฉันคือนางเอกๆๆ) และพระเอกหล่อมากๆ จะชอบสุดๆ ยกตัวอย่างเช่น องค์จักรพรรดิสุดหล่อในเรื่องชายาสุดเสน่หา แปลโดยหยกชมพู (เนื้อที่โฆษณาอีกที)
 
8)       หนูแยม: อยากให้นิยาม ‘ความสุข’ ในแบบของตัวเองหน่อยค่ะ
นักแปล :ได้กินอิ่ม นอนหลับ มีตังค์ใช้ มีร่างกายแข็งแรง มีครอบครัวให้กอด มีเพื่อนให้ลากไปเที่ยว มี บ.ก. แจ่มใสให้งานแปลที่รักยิ่งชีพทำ มีนักอ่านคอยช่วยติดตามผลงาน (ขาดอยู่อย่างเดียวคือมีแฟนหล่อน่ารักแบบ “เฝ่ยเหลิ่งอี้” แห่งเรื่องนักฆ่าแสนซน แปลโดย ชมภัสสร)...เท่านี้หยกชมพูก็สุขสุดๆแล้วเจ้าค่ะ!
 
9)       หนูแยม: ถ้าหากเพื่อนๆ ที่อ่านอยู่อยากเป็นนักแปลบ้าง ควรเริ่มต้นยังไงดีคะ
นักแปล :                1) เรียนภาษาจีน (ปั๊ก! ตอบได้แบบกำปั้นทุบดินสุดๆ)
2) อ่านหนังสือแปลนิยายภาษาจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดมากกว่ารักให้มากที่สุด
3) หาเรื่องที่ชอบ (เรื่องนิยายนะคะ...ไม่ใช่หาเรื่องชาวบ้าน)
4) ลงมือแปล
5) ส่งมาให้ทีมงานของแจ่มใสพิจารณา
6) สวดมนต์ (ขวามือวางพลุจุดฉลอง...ซ้ายมือวางขวดน้ำใบบัวบก)
ก. ถ้าผ่าน...รอรับเงินค่าแปลและเตรียมหางานใหม่มาแปลต่อ
ข. ถ้าไม่ผ่าน...อนุญาตให้นอนร้องไห้ได้สามวัน หลังจากนั้นให้หาเรื่องใหม่มาแปลต่อไป
“เพราะเคยมี บ.ก. ของแจ่มใสท่านหนึ่งบอกว่าชีวิตไม่ใช่การวิ่งระยะสั้นแต่เป็นการวิ่งมาราธอน เพราะนั้นจงอย่ายอมแพ้ง่ายๆ”
 
10)   หนูแยม: สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงนักอ่านแจ่มใสบ้างคะ
นักแปล :เคยมีคนบอกหยกชมพูว่าการอ่านหนังสือนิยายเป็นเรื่องไร้สาระและเพ้อฝัน เพราะมันเป็นแค่จินตนาการของนักเขียนเท่านั้น แต่ถ้าเราลองพิจารณาดูดีๆ จะเห็นว่าพล็อตเรื่องที่เราเห็นมักจะมีบางส่วนที่ซ้ำๆ กันเยอะมากในทุกชาติและทุกภาษา แล้วคนเราก็ฟัง ก็ดูและอ่านกันได้ไม่มีเบื่อ เนื่องจากพล็อตที่ว่าเหล่านั้นมันก็เอามาจากชีวิตของคนจริงๆถึงทำให้คนรู้สึกอินได้
 
เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือก็คือการอ่านประสบการณ์ชีวิตของคน รวมไปถึงเป็นเรียนรู้จากความสำเร็จและผิดพลาดของผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสือนิยายก็ตาม แต่ถ้าเราเลือกนิยายที่ดีและมีคุณภาพ (เช่นของแจ่มใสเป็นต้น)แน่นอนว่าเราต้องได้ทั้งรับความบันเทิง ประโยชน์หรือข้อคิดอะไรบ้างไม่มากก็น้อย โดยหยกชมพูขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทยด้วยค่ะ ^^



ไม่พบข้อมูล
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected][email protected]ะนี้: 378 ท่าน

Line PM