วันหนึ่งช่วงพักกลางวัน ผมกับเพื่อนกำลังนั่งฮัมเพลงและหลีสาวอยู่ที่โต๊ะหินตรงทางเดินเข้าโรงเรียน
“เอ๊ย! ฉันว่าผู้หญิงในโรงเรียนเรา ไม่มีใครเด่นเท่ายัยพวกนั้นแล้ววะ” ไอ้เอกเซลเพื่อนสนิทของผมพูดขึ้น ผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่า ‘ยัยพวกนั้น’ ที่ไอ้เอกเซลพูดถึงนั้นคือใคร เพราะผมกำลังนั่งดีดกีตาร์เล่นอยู่
“แกว่าสามคนนั้น ใครสวยสุด” ไอ้โซลิคพูดขึ้น พวกมันทำให้ผมจากรู้ว่า บุคคลที่พวกมันกำลังพูดถึงคือใคร แต่ผมก็ไม่ได้ละสายตาไปจากกีตาร์ที่อยู่ในมือเลย
“ฉันว่าสวยกันคนละแบบวะ แกดูดิ! คนฝั่งขวาผิวขาว หุ่นดี สูงกำลังดี สวย ใครได้เป็นแฟนนี่คงดี แต่เสียดายนิ๊ด”
“อะไร” ไอ้เอกเซลถามขึ้น
“ก็เสียดายที่ยัยนั่น ไม่ใช่สเป๊คฉันไง ฮ่ะฮ่าๆ ^^” - -^
“เออ! ไอ้บ้า!” เอกเซลพูดขึ้น
“เฮ้ยๆแกดูคนฝั่งซ้ายดิ ดูดีไม่มีใครรองใครเลย ถ้าเทียบกับคนฝั่งขวา ถ้ายัยนั่นสวยหวาน ยัยนี่ก็สวยเซ็กซี่ล่ะ”
“ถ้าเป็นฉันน่ะ ฉันไม่มองทีละคนเหมือนแกหรอกไอ้โซลิค แกลองมองรวมๆดิวะ ยังไงซะคนกลางก็มีเสน่ห์สุดๆ เธอทั้งสวย ทั้งน่ารักหน้ามอง ผมของเธอที่ทำลอนลงมาครึ่งล่างดูเข้ากับใบหน้ารูปไข่ที่ขาวเนียนนั่น หุ่นสูงเพียวกำลังดี ดูแล้วรู้สึกเหมือนนางฟ้าลงมาจุติชัดๆ ^///^”
“ท่าทางแกจะชอบยัยนั่นนะเอกเซล ฉันก็ว่ายัยนั่นยิ่งมองยิ่งเหมือนมีมนต์สะกดให้ต้องมองอยู่อย่างนั้น น่ารัก...เอ่อ! เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากเลยวะ”
“เฮ้ยๆฉันจีบก่อนเว้ย เพราะเห็นก่อน แกหมดสิทธิ์วะ ไอ้โซลิค ฮ่ะฮ่าๆ”
“เอ๊ย! แล้วแกว่าไงวะแทนเจนต์”
“อะไร!” ผมหันไปมองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตารำคาน คนเค้ากำลังอินกับเพลง มาสกิตอยู่ได้ - -^^^
“ดูนั่นดิวะ!” ผมหันไปตามสายตาของเพื่อนผม...
OoO!!!
“เป็นไรวะ อึ้งไปเลยไง” เอกเซลพูดขึ้น
“ไอ้เอกเซล คนกลาง...ฉันขอนะ”
“เอ๊ย!!!” ไม่ใช่แค่เอกเซลที่ตกใจ ไอ้โซลิคก็ด้วย แม้แต่ผมเองก็ตกใจ นี่ผมพูดอะไรออกไปล่ะเนี่ย
“ได้ไงวะไอ้แทน คนนี้ฉันเจอก่อนนะ” ไอ้เอกเซลโวยวายขึ้น ผมขอ ไม่เห็นจะเป็นอะไรไปเลย ในเมื่อผมกับเพื่อนไม่เคยคบใครจริงๆจังอยู่แล้ว แต่รู้สึกคนนี้ไอ้เอกเซลมันจะไม่ยอมง่ายๆเหมือนคนอื่นๆ
“ถ้าฉันบอกแก ว่าคนนี้ฉันจริงจังล่ะ”
“เอาจริงเหรอวะ ไอ้แทนเจนต์” ไอ้โซลิคพูดขึ้น ก่อนที่ผมจะหันไปมองมัน และหันไปมองไอ้เอกเซลเพื่อหาคำตอบ
“เออ ถ้าแกคิดจริงจัง แต่ถ้าแกคิดกับยัยนั่นเหมือนคนอื่นๆ สาบานได้เลยว่ายัยนั่นเสร็จฉันแน่”
“ไม่มีวันซะหรอก ฉันไม่ให้ยัยนั่นหลุดมือไปง่ายๆหรอกน่า ^^+
ครั้งแรกที่ผมได้พบเธอ ผมก็รู้เลยว่าผมไม่สามารถละสาตตาจากเธอเพื่อไปมองใครได้อีก ผมจะทำยังไงดีนะ ถึงจะได้ใกล้ชิด ได้คุยกับเธอ จะเข้าจีบตรงๆ ผมว่า เธอคงไม่สนใจคนอย่างผมหรอก อีกอย่าง ถ้าเธอเดินผ่านผมไป ไม่มองแม้แต่หางตา ผมคงรู้สึกแย่ หนำซ้ำผมอาจจะถูกเพื่อนเธออีกสองคนที่ดูดีไม่มีใครยอมใครและกำลังเดินขนาบข้างเธออยู่ หัวเราะเยาะผมแน่ๆ
“ระวัง.........!!!!!” OoOผมเห็นรถคันหนึ่งกำลังวิ่งตรงไปทางเธอด้วยความรวดเร็ว ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีวิ่งไปผลักเธอออกจากวิถีของรถ จนกระเด็นไปจากที่ที่ยืนอยู่ และรู้สึกว่าทั้งผมและเธอกำลังจะเซล้มลงไป ผมเบี่ยงตัวเธอให้อยู่หน้าผม ก่อนที่หลังของผมจะกระแทกกับพื้นอย่างจัง ส่วนเธอล้มลงมานอนทับตัวผมอยู่ เจ็บสองเท่า! T^T
“เป็นอะไรมั๊ย?” ผมถามเธอ ระหว่างที่ลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นตามลำตัวออก
“เอ่อ...ไม่...”
“โบนัส! เฮ้ย!แกเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย” O///O เพื่อนของเธอทั้งสองวิ่งมาหาเธอด้วยความร้อนรน แต่รู้สึกพวกเธอจะมองผมด้วยสีหน้าและแววตาแปลกๆยังไงไม่รู้
“ฉันไม่เป็นไรๆ”
“โอ๊ย!แก พวกฉันตกใจและเป็นห่วงแกแทบแย่” แล้วอยู่ๆเพื่อนของเธอก็ดึงเธอเข้าไปกอดและปลอบเธอ หมดหน้าที่ผมแล้วสินะ ^^;
“แกไม่เป็นไรก็ดีแล้วนะ”
“ขอบใจนะ…ฉันจะตอบแทนที่นายช่วยฉันยังไงดีนะ” เธอพูดกับผมด้วยแหละ ^///^ ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งดูน่ารักจัง
“ไม่เป็นไร เธอไม่ต้องตอบแทนอะไรฉันเลย” ผมพูดตอบ
“เอ่อ...แต่...”
“ถ้าเธอจะตอบแทนฉันจริงๆ...ให้ฉัน...เป็นเพื่อนเธอได้ไหม” นั่นแหละ! ถ้าจีบตรงๆเดี๋ยวเธอจะมองผมในแง่ลบ ผมเริ่มต้นจากการขอเป็นเพื่อนก่อนดีกว่า
“เอ๋?...ได้สิๆ...อืม...ฉันไปก่อนนะ”
เยส!!! แผนการแรกสำเร็จ ^O^
คนที่ผมช่วยไว้เมื่อกี้ ก็คือคนที่ผมบอกเพื่อนผมว่า ผมคิดจริงจังด้วยนั่นแหละ และผมก็ได้รู้ว่าเธอชื่อเล่นว่า โบนัส จากนั้นผมก็ยิ่งรู้สึกดีเป็นบ้าเลย ที่พอเข้าห้องเรียนก็ได้รับรู้ว่าผมเรียนห้องเดียวกับเธอ แถมยังนั่งข้างเธออีก >_<
แต่ผมก็รู้สึกเก๊งๆนะ ทำตัวไม่ถูกเลยล่ะ แปลกที่เธอไม่เคยชำเลืองมองผมเลยสักนิด ในสายตาเธอไม่เคยมีผมเลย แต่ผมก็เป็นเอามากขนาดที่ว่า ในสายตาผมมีแต่เธอคนเดียว หืม...ผมจะทักเธอดีมั๊ยนะ ไม่ดีกว่าเพราะเธอกำลังตั้งใจเรียนอยู่ แต่ที่จริงไม่รู้หรอกนะว่านั่งเรียนหรือนั่งเหม่อ เพราะผมได้ยินเธอถอนหายใจบ่อยมาก
“เอ่อ...ขอโทษนะ โบนัส พอดีกว่าผมลืมเอาหนังสือวิชานี้มา ขอดูด้วยได้รึเปล่า” ผมทักเธอแบบกล้าๆกลัวๆล่ะ
“ หือ?!ได้สิได้” ผมเลื่อนโต๊ะเรียนให้ไปติดกับโต๊ะเธอ โหย...ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนเลยอ่ะ ผมได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองกำลังเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมา ให้ตายเหอะ! หวังว่าเธอจะไม่ได้ยินนะ ผมยังไม่อยากให้เธอรู้ >O<
“จ้องหน้าฉัน มีอะไรเหรอ?” O_O! แย่จัง สงสัยว่าผมคงเอาแต่มองเธอ จนทำให้เธอรู้สึกอึดอัด จนต้องถามขึ้นมาแน่เลย ไม่ได้จ้องน๊า... ก็แค่เธอมันมีเสน่ห์ ยิ่งมองยิ่งหลง ก็เลยเผลอมองนานไปหน่อย แค่นั้นเอง T^T
“เปล่าๆ” กลัวเธอจะรู้จัง - -
“อืม... นายน่ะชื่อ แทนเจนต์ ใช่มั๊ยล่ะ” เธอถามอย่างเฉยชา แต่ผมโคตรดีใจเลยล่ะ ที่เธอรู้ชื่อผม >O<
“ใช่ๆ” ผมตอบด้วยความดีใจ แต่ข่มอารมณ์นิ๊ดนึง กลัวเธอรู้ ^^
“อืม” เธอพูดอย่างเฉยชา ทำไมเธอไม่ยิ้มเลยนะ ตั้งแต่ผมพบเธอครั้งแรก จนถึงตอนนี้ ผมไม่เคยเห็นเธอยิ้มเลย หรือว่าเธอจะนิสัยแนวเดียวกับไอ้เรย์เพื่อนสนิทอีกคนของผม ไอ้เรย์ ชื่อเล่นเต็มๆคือ เรย์เคียว หมอนี่เป็นคนไม่ค่อยพูด มาดนิ่ง ขรึมๆ และส่วนใหญ่เรื่องที่หมอนี่พูดจะมีแต่เรื่องสาระ เขาชอบอ่านหนังสือเงียบๆ เวลาพวกเราในกลุ่มนั่งคุยกันอยู่นะ หมอนี่จะเงียบมากประมาณว่า ไม่มีตัวตนอยู่ในนั้นเลยแหละ แต่เห็นแบบนี้หมอนี่ก็ฮอตในหมู่ผู้หญิงไม่เบาเลยนะ มีผู้หญิงมาจีบหมอนี่เยอะมาก แต่ก็อย่างว่านะ ผู้ชายมาดนิ่ง เย็นชา ชอบทำขรึม จะมาเทียบอะไรกับเพื่อนในแก๊งอีกสามคน ที่ทั้งขี้เล่น ขี้เอาใจ และรักสนุก อย่างผม เอกเซล และโซลิค ถ้าเทียบดูดีๆล่ะก็...คนที่ถูกเพศตรงกันข้ามให้ความสนใจมากที่สุด คือ ผม (ไม่ได้หลงตัวเองน๊า ^^) ลองลงมาคือเอกเซล และโซลิค ไอ้เรย์น่ะฮอตเป็นอันดับสี่ล่ะ
“...” ผมนั่งอ่านหนังสือเล่มเดียวกับเธออยู่นับชั่วโมง ตั้งแต่เธอถามว่าผมชื่อแทนเจนต์รึเปล่าในตอนนั้น เธอก็ไม่พูดอะไรกับผมอีกเลย ผมมองเธอไปพลางมองหนังสือไปพลาง กลัวเธอจะรู้สึกตัวว่าผมมองเธออีก ทำไมเธอไม่ยิ้มเลยนะ ผมอยากเห็นรอยยิ้มเธอจัง...
“เอ๊ย! เป็นไงบ้างวะ เรื่องแกกับยัยนั่นถึงไหนแล้ว” ผมกับเพื่อนๆ ซึ่งนั่นก็คือ ไอ้โซลิค ไอ้เอกเซล และไอ้เรย์ มานั่งรวมกลุ่มกันเหมือนเคย พอผมมาถึงไอ้โซลิคก็เปิดประเด็นขึ้นมา
“....” ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนผมฟัง
“เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อน ระวังไว้เหอะ! จะจบแค่เพื่อนน่ะ” ไอ้เรย์ที่นานๆทีจะพูด อยู่ๆก็พูดขึ้นมา รู้สึกหวิวๆนิดๆนะเนี่ย ไอ้นี่ ปากไม่ค่อยเป็นมงคลเลย - -^
“ไม่มีวันซะล่ะ คอยดูเหอะ ฉันจะทำให้มันจบด้วยคำว่า คนรัก!” ผมพูดเน้นคำสุดท้าย เรื่องอะไรจะให้เป็นแค่เพื่อนล่ะ สวยขนาดนั้น เสน่ห์เหลือล้นเกินห้ามใจ ผู้หญิงแบบนั้นน่ะ เหมาะกับคำว่า คนรักคนเดียว ของผมมากกว่า ^^++
“แล้วแกจะเอายังไงต่อ จะจีบยัยนั่นยังไง เพราะเท่าที่ฟังมายัยนั่นไม่สนใจแกเลยวะ ฮ่ะฮ่าๆ” ไอ้โซลิคจะทำให้ผมช้ำใจถึงไหนนะ คอยดูเหอะ ตอนนี้ไม่สนใจ แต่ต่อไปผมจะทำให้เธอไม่สนใจไม่ได้!!!
“เริ่มแรกนะ ฉันจะทิ้งออร์ดี้คันโปรดไว้บ้านตลอดกาล”
“เอ๊ย! แกจะทิ้งไว้บ้านทำไมวะ ไม่มีรถ แมร่ง!ก็หลีสาวยากวะ” โอ้โห! ดูเรื่องที่เพื่อนผมห่วงสิ >O<
“ก็ฉันเพิ่งรู้อ่ะดิ ว่ายัยนั่นอยู่หมู่บ้านเดียวกับฉัน” แอบเห็นตอนกรอกประวัติส่วนตัวน่ะ ^^
“แล้วยังไงล่ะ?!”
“ก็แบบว่า...ฉันจะหาเรื่องเดินไปโรงเรียนกับยัยนั่นทุกวันไง ฉันน่ะจะเริ่มสนิทกับยัยนั่นแบบเพื่อนก่อน แบบเพื่อนแล้วค่อยๆเลื่อนเป็นอย่างอื่น เพราะถ้าเริ่มต้นจีบยัยนั่นในตอนนี้ ฉันว่าฉันจะโดนยัยนั่นโกรธ และพาลมองหน้ากันไม่ติดมากกว่า เริ่มอย่างนี้ล่ะดีแล้ว” ^^+
“ฮ่ะฮ่าๆ เออๆเข้าใจคิดนี่หว่า” ไอ้โซลิคพูด ก่อนที่ทั้งมันและไอ้เอกเซลจะหัวเราะร่วน
“แต่ฉันขอเตือนแก ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งที่แกสนิทกับยัยนั่นแล้ว แล้วยัยนั่นเกิดรู้ความจริงว่าแกคิดยังไง ระวัง!
คำว่า เพื่อนสนิท มันจะทำร้ายทั้งตัวแกเองและยัยนั่นด้วย”
ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งที่แกสนิทกับยัยนั่นแล้ว แล้วยัยนั่นเกิดรู้ความจริง
ว่าแกคิดยังไง ระวัง! คำว่า เพื่อนสนิท มันจะทำร้ายทั้งตัวแกเองและยัยนั่นด้วย
ผมยังจำคำพูดของไอ้เรย์ได้เสมอ วันใดวันหนึ่งที่ว่า มันได้เกิดขึ้นแล้ว เธอเลือกที่จะไปกับเขา ทิ้งผมให้อยู่กับความอ้างว้าง สำหรับเธอ เพื่อน มันคงเป็นได้แค่ เพื่อน แต่สำหรับผม เธอเป็นมากกว่าอะไรทั้งหมด ผมรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ และพ่ายแพ้ทุกๆสิ่ง ผมควรตัดใจ และยอมรับว่า ไซน์ คือคนที่เธอรักสินะ แต่ทำไมผมทำไม่ได้ ตัดใจจากเธอไม่ได้ ทุกครั้งที่ผมพยายามจะลืมเธอ หัวใจผมก็เหมือนจะขาดออกจากกัน...
“ไอ้แทนเจนต์ ผลการประกวดดนตรีออกมาแล้วนะ พวกเราได้เข้ารอบสองทีมสุดท้าย” ผมไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น เข้ารอบเหรอ?! มันน่าดีใจตรงไหนกัน ในเมื่อตอนนี้ผมเหมือนไม่เหลืออะไรแล้ว
“แข่งรอบสุดท้าย อีกสองอาทิตย์ ฉันจะบอกแกแค่นี้แหละ...” ผมไม่เห็นจะอยากรู้มันสักนิด วงดนตรีที่ไม่มีมือกีตาร์ ผมที่ไม่มีเธอ มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ มีประโยชน์อะไรกัน!!!
Excel’s story
เห็นเพื่อนตัวเองเป็นแบบนี้แล้ว ผมรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย แทนเจนต์เอาแต่ดื่มเหล้า วันๆไม่ทำอะไร ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง เข้าไปห้ามก็อาละวาดใส่ แล้วนี่ผมจะช่วยเพื่อนยังไงดีนะ...
“แทนเจนต์เป็นแบบนี้ ไม่ค่อยดีเลย” มีอาร์กับตีน่าพูดขึ้น พวกเราทุกคนต่างกังวลใจด้วยกันทั้งนั้น
“อืม...ยัยนั่นคงมีอิทธิพลกับหัวใจไอ้แทนเจนต์มากเลยวะ” ไอ้โซลิคพูดขึ้น ผมก็คิดอย่างนั้น โบนัสเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจของเพื่อนผม ตั้งแต่วันแรกที่เพื่อนผมเห็นเธอแล้วล่ะ
“พวกเราจะทำยังไงดี” นั่นแหละ! คือสิ่งที่ผมอยากรู้มากที่สุด ผมจะหาวิธีช่วยเพื่อนผมยังไงดี
“เออ! ก่อนไปยัยโบนัส บอกฉันว่าจะเล่นMsnบ่อยๆ จะได้ติดต่อกันง่าย พวกเราลองเข้าไปดูเผื่อยัยโบนัสจะออนอยู่” มีอาร์พูดขึ้น และมันก็ชี้ทางสว่างให้ผม ผมรีบไปเปิดคอมฯที่อยู่ห้องข้างๆทันที โดยมีไอ้โซลิค มีอาร์ และตีน่า ยืนมุงดูอยู่ข้างหลัง ส่วนไอ้เรย์เคียวนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโซฟาข้างๆโต๊ะคอมฯ
O_O!! ผมอยู่ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกๆคน ปาฏิหาริย์มีจริง! โบนัสออนเอ็ม!!
Excel says: เธอ...เป็นไงบ้าง
ผมทักไป
Bonus says: ไม่ค่อยดี หรือ อาจจะดี ไม่รู้สิ
คำตอบที่ได้กลับมาช่างยียวนกวนอะไรเช่นนี้ - -^
Excel says: เกิดอะไรขึ้น
Bonus says: มีอาร์กับตีน่า ดูอยู่มั๊ย
Excel says: อยู่! อยู่ครบทุกคน ยกเว้นไอ้แทนเจนต์
Bonus says: อืม งั้นฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ห้ามบอกแทนเจนต์ จนกว่าฉันจะอนุญาต
Excel says: ว่ามาเลย ไม่บอกชัวร์ๆ
Bonus says: อืม เพราะถ้าบอก พวกนายได้มีเรื่องกับฉันแน่ๆ...
โบนัสเล่าทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอที่นั่น ให้พวกเราฟัง แล้วพวกเราก็ได้รับรู้ว่า คนที่เธอรักและรอคอยมาตลอด ได้จากเธอไปตั้งนานแล้ว ส่วน โคไซน์ เป็นน้องชายแท้ๆของคนรักของเธอ ตอนนี้ผมรู้ว่าเธอคงกำลังเจ็บปวด และเสียใจมากๆอยู่แน่ๆ ผมไม่กล้าที่จะบอกเรื่องเพื่อนผม ไม่กล้าที่จะบอกเธอให้กลับมาเลย
Bonus says: เงียบทำไม
Excel says: ขอโทษนะ ฉันรู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวด เสียใจอยู่...แต่ฉันก็ทนไม่ได้ที่...
Bonus says: ที่ อะไร?!
Excel says: ที่ต้องเห็นเพื่อนฉันเจ็บปวดและทรมาน ตอนที่เธอหนีมันไป มันคลั่งจนเป็นบ้าไปแล้วรู้มั๊ย ถ้าเป็นไปได้ เธอกลับมารักมันที หรือไม่ ก็มาทำให้มันตัดใจจากเธอสักที พวกเราทนไม่ได้ที่ต้องเห็นมันอยู่ในสภาพแบบนี้...อีกสองอาทิตย์ประกวดดนตรีรอบสุดท้ายนะ...
หลังจากนั้นเธอก็ไม่ตอบอะไรกับมาเลย ไม่นานนักเธอก็ออฟไลน์ไป แล้วนี่เธอคิดอะไรอยู่กันนะ เธอจะตัดสินใจยังไง เธอจะกลับมารึเปล่า ผมเดาคำตอบของเธอไม่ออกเลยจริงๆ
End…Excel’s story