Connect with us

Jamsai

everY

ทดลองอ่าน Guardian เล่ม 1 บทที่ 2 #นิยายวาย

หน้าที่แล้ว1 of 2

บทที่ 2

 

แสงไฟที่เหมือนแสงของหิ่งห้อยไม่อาจขับไล่ความมืดมิดทั้งมวลในยามราตรี เด็กสาวย่ำเท้าลงไปบนพื้นกระเบื้องที่เว้าแหว่งชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาอย่างร้อนรน ไม่รู้ว่าเท้าของเธอสะดุดเข้ากับอะไร เธอจึงล้มลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น

อากาศในค่ำคืนฤดูร้อนร้อนอบอ้าวราวกับซึ้งนึ่งขนม หลี่เชี่ยนหอบหายใจอย่างแรง มือของเธอกำเสื้อตัวเองแน่นด้วยความหวาดกลัว

เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเองและเสียงฝีเท้าของใครอีกคน

มีเพียงรองเท้าผ้าใบพื้นนิ่มแบบโบราณเท่านั้นที่จะทำให้เกิดเสียงดัง ‘แซกๆ’ อย่างนั้นได้ พอฟังดีๆ แล้วเสียงมันเหมือนใครคนนั้นเดินลากเท้าเลื่อนไปบนพื้นทีละก้าวๆ ราวกับคนแข้งขาไม่ค่อยดี

หลี่เชี่ยนหันกลับไปในทันที ทว่านอกจากแมลงที่บินเล่นไฟแล้ว ด้านหลังของเธอก็ไม่มีอะไรเลย

หลี่เชี่ยนถือว่าเป็นเด็กสาวที่รูปร่างหน้าตาดีมากคนหนึ่ง แม้ตอนนี้ผมเผ้าจะยุ่งเหยิง เส้นผมเปียกเหงื่อเหนียวติดอยู่บนใบหน้า ริมฝีปากและใบหน้าขาวซีด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังดูดีพอใช้

เธอแสดงสีหน้าแปลกประหลาดออกมาอย่างช้าๆ ดูเหมือนกำลังยิ้มหยันด้วยความอาฆาตแค้น มีความน่าหวาดหวั่นที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้แฝงอยู่ในใบหน้านั้น

“อย่ามายุ่งกับฉัน…” หลี่เชี่ยนลุกขึ้นโดยพลัน แล้วพูดเสียงลอดไรฟันว่า “ฉันกำจัดแกทิ้งได้ครั้งหนึ่งก็กำจัดแกทิ้งเป็นครั้งที่สองได้”

เสียงฝีเท้าหยุดลง

หลี่เชี่ยนถลกแขนเสื้อแจ็กเก็ตสามส่วนขึ้น เส้นขนบนแขนขาวลุกชันราวกับมีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นทำให้เธอรู้สึกหนาวเย็นในคืนวันกลางฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าว

เธอหยิบก้อนอิฐขึ้นมาจากพื้น เสียงก้าวเดินที่เหมือนถูกหนอนไชกระดูกข้อเท้าพุ่งเข้ามาหาเธอจากรอบทิศทาง ทว่าเธอกลับมองไม่เห็นอะไรเลย

ยิ่งมองไม่เห็นก็ยิ่งน่ากลัว

หลี่เชี่ยนกรีดร้องออกมา เธอสุ่มขว้างก้อนอิฐไปในอากาศด้วยท่าทางดุร้าย

ยิ่งนานก้อนอิฐในมือก็ยิ่งหนัก ฝ่ามือเธอถูกเศษอิฐครูดจนเริ่มเจ็บ เธอเหนื่อยจนหมดแรง ดวงตาทั้งสองเริ่มมืดมัว เธอก้มตัวใช้มือข้างหนึ่งจับหัวเข่าเพื่อพยุงร่างไว้ อ้าปากหอบหายใจ สายตาเลื่อนลงไปที่พื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ทันใดนั้นรูม่านตาของเธอก็หดตัวอย่างฉับพลัน ตัวเธอสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ก้อนอิฐในมือร่วงหล่น นิ้วที่โพล่พ้นรองเท้าแตะถูกอิฐก้อนนั้นกระแทกใส่ แต่ดูเหมือนเธอไม่รู้สึกอะไรเลย หลี่เชี่ยนก้าวถอยหลังอย่างยากลำบาก เธอก้าวได้เพียงแค่สองก้าวก็เข่าอ่อน ทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้น

เงา…มันคือเงานั่นเอง!

โคมไฟถนนอยู่ตรงหน้าเธอ แต่ทำไมพื้นถนนใต้แสงไฟถึงมีเงาที่ชัดเจนอย่างนี้!

มันเหมือนแอ่งน้ำหมึกที่ถูกสาดลงบนพื้น ไม่รู้ว่ามัน ‘มอง’ เธออยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว

หลี่เชี่ยนคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่เงานั่นกลับอยู่ในท่ายืน

เธอมีตัวตนไม่ใช่หรือ มีตัวตนแล้วจะไปกลัวเงาทำไม

ราวกับเธอได้ยินเสียงแหลมของใครบางคนกำลังหัวเราะ

 

ยังไม่ถึงตีห้า เสียงเรียกเข้าจากมือถือบนตู้หัวเตียงส่งเสียงดังขึ้นเหมือนจะปลุกวิญญาณให้ตื่น

จ้าวอวิ๋นหลานทำงานล่วงเวลาทั้งคืน กลับถึงบ้านยังไม่ทันได้ถอดเสื้อผ้าก็ล้มตัวลงบนเตียงทันที เขารู้สึกเหมือนเพิ่งจะล้มตัวลงนอนก็โดนปลุกให้ตื่นเสียแล้ว

เขาลืมตาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก หนังตาที่บวมใหญ่ทำให้มองเห็นเค้าโครงของดวงตาได้ชัดเป็นพิเศษ ดูเหมือนเขาจ้องมองเพดานบ้านตัวเองด้วยสายตาแค้นเคือง ผ่านไปสามวินาทีเขาก็ลุกขึ้นมานั่งนิ่งๆ เหมือนศพ สมองยังคงทำงานอย่างเชื่องช้า จากนั้นก็กระเสือกกระสนไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนตู้หัวเตียง

ห้องของจ้าวอวิ๋นหลานรกรุงรังไปหมด ใครได้เห็นก็คงลืมไม่ลง จะบอกว่ามันเป็นบ้านหมา หมายังประท้วงเลย

เสื้อผ้าถูกโยนทิ้งไว้ทั้งบนเตียงและบนพื้น ไม่รู้เขาจะใส่หรือจะซัก บนเตียงคิงไซส์มีข้าวของกองเกะกะ ถ้าไม่นับแล็ปท็อปที่ถูกถุงเท้าข้างหนึ่งวางพาด แว่นกันแดดกับร่มกันฝนก็ยังพอรับได้ แต่หมวกกระดาษทรงสูงใบใหญ่กับกระปุกใส่ชาดใบโตนั่นคงยากที่ใครจะเข้าใจ…เมื่อข้าวของพวกนี้มากองรวมกันก็เหลือเพียงที่เล็กๆ พอให้เขาแทรกตัวลงไปนอนได้เท่านั้น และเขาก็น่าจะเป็นคนแหวกช่องไว้ก่อนที่ตัวเองจะล้มตัวนอน

จ้าวอวิ๋นหลานหน้าบึ้ง เหมือนเขากำลังจะแหกปากร้องด่า แต่กลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาเพียงแต่แหบแห้งไปบ้างเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเขาคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว “เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกล่ะ”

เสียงของวังเจิงดังผ่านโทรศัพท์ออกมาสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “มีคนตาย”

“เมื่อไหร่”

“ไม่เมื่อคืนก็เช้ามืดวันนี้ หรือไม่ก็เมื่อกี้นี่เอง”

“ที่ไหน”

“บนถนนในมหา’ลัย”

“อือ…” จ้าวอวิ๋นหลานถูคลึงใบหน้าของตัวเองอย่างแรง “ให้เหล่าฉู่ไปดูก่อน”

“เหล่าฉู่ออกไปทำงานที่เมืองเซียงซี”

“หลินจิ้งล่ะ”

“ท้องที่อื่นยืมตัวไปแล้ว”

“แม่งเอ๊ย งั้นจู้หง…ช่างเถอะไม่ต้องพูดถึงจู้หงหรอก เมื่อวานพระจันทร์เต็มดวง เธอลางานไปแล้ว ยังเหลือใครอีก”

“ฉัน” วังเจิงพูด “แต่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว อีกไม่นานฉันก็ต้องเลิกงาน แล้วก็มีต้าชิ่งกับกัวฉางเฉิงเด็กฝึกงานที่มาใหม่”

จ้าวอวิ๋นหลานอ้าปากหาวทีหนึ่ง เขาพูดอย่างใจสู้แต่ไร้เรี่ยวแรง “เธอให้ต้าชิ่งพาเด็กฝึกงานไปดูก่อน ให้โอกาสเด็กมันได้เรียนรู้งาน”

“เด็กฝึกงานกัวฉางเฉิงตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้หรอก” วังเจิงพูดอย่างตรงไปตรงมา “เมื่อคืนตอนมารายงานตัว เขาตกใจจนเป็นลม ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลย”

“โดนใครเล่นงานจนเป็นลมไปล่ะ” จ้าวอวิ๋นหลานซักถาม

“ฉันกับเหล่าอู๋” วังเจิงไล่เรียงเหตุการณ์ให้เขาฟังแล้วพูดปิดท้ายว่า “ฉันบอกตั้งนานแล้วว่าให้ไปหาร้านทำศพมืออาชีพมาสร้างร่างกายให้เหล่าอู๋ จู้หงฝีมือแย่กว่าฝีเท้าเสียอีก แค่เย็บถุงทรายยังเย็บไม่มิดเลย ทำออกมาเหมือนคนกระดาษ ไม่ได้เหมือนคนจริงๆ สักนิด”

จ้าวอวิ๋นหลานนั่งซึมกะทืออยู่บนเตียงครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมา “ถ้าฉันออกหน้าเองเลยมันผิดขั้นตอน กลัวจะทำให้ชาวบ้านตกใจ…แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนี่นา ช่างเถอะ งั้นอีกเดี๋ยวฉันจะไปดูเอง เธอบอกให้ต้าชิ่งรอฉันด้วย”

เขาวางสาย ใช้เวลาอาบน้ำหวีผมสามนาที แล้วขับรถราวกับบินไปยังมหาวิทยาลัย

หน้าที่แล้ว1 of 2

Comments

comments

Continue Reading

More in everY

บทความยอดนิยม

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่มห้า บทที่หนึ่ง

บทที่หนึ่ง   ครุ่นคิดมาทั้งคืน นางก็ล้มเลิกที่จะปรับแก้เม็ดหอมเศร้าอาดูร นางเคยได้ดมกลิ่นเม็ดหอมเศร้าอาดูรของกู่ฉิน...

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่มห้า บทที่สี่

บทที่สี่   "...คิดไม่ถึงว่าไป๋ชิวคนนี้จะเป็นอัจฉริยะ เป็นพ่อที่ประมาทเอง” หลิ่วอู่เต๋อตรวจดูเม็ดหอมเศร้าอาดูรแต่ละห...

JamShop

เปิด Pre-Order นิยาย Guardian Vol.1 ที่ทุกคนรอคอยมาแล้วค่า

รายละเอียดการเปิด Pre-Order นิยาย 鎮魂 Guardian Vol.1 ที่ทุกคนรอคอยมาแล้วค่า สำหรับเรื่องนี้จะมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 24 ธ...

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอมเล่มห้า บทที่สอง

บทที่สอง   เมื่อมีเครื่องมือที่เพียงพอ มีอาจารย์ที่มีฝีมือสูงและวัตถุดิบเครื่องหอมสำเร็จรูปครบครัน ทุกสิ่งก็ราบรื่น...

jamsai.com